พระธรรมฮีบรู

Intimacy Friday 9 March 2018

Intimacy Friday 9 March 2018 “จงระวังให้ดี อย่าปฏิเสธพระองค์ผู้ตรัสอยู่นั้น เพราะถ้าเขาเหล่านั้นไม่พ้นโทษเพราะปฏิเสธพระองค์ผู้ทรงเตือนพวกเขาบนโลก พวกเราผู้เมินหน้าจากพระองค์ผู้ทรงเตือนจากสวรรค์ ก็จะไม่พ้นโทษมากกว่านั้นอีก พระสุรเสียงของพระองค์ในเวลานั้นทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน แต่บัดนี้พระองค์ตรัสสัญญาว่า “อีกครั้งหนึ่งเราจะทำให้แผ่นดินไหว อีกทั้ง ฟ้าสวรรค์ด้วย” และพระดำรัสที่ตรัสว่า “อีกครั้งหนึ่ง”นั้น แสดงว่าสิ่งที่สั่นสะเทือนอันได้แก่สิ่งที่ทรงสร้างแล้วนั้นจะถูกเอาออกไป เพื่อให้สิ่งที่ไม่สั่นสะเทือนดำรงอยู่ เหตุฉะนั้นเมื่อเราได้รับอาณาจักรที่ไม่สั่นสะเทือนแล้ว ก็ให้เรามีใจขอบพระคุณ โดยเหตุนี้เราจึงนมัสการอย่างที่ชอบพระทัยของพระเจ้า ด้วยความเคารพและด้วยความยำเกรง เพราะว่าพระเจ้าของเรานั้นทรงเป็นเพลิงที่เผาผลาญ” ‭‭ฮีบรู‬ ‭12:25-29‬ ‭THSV11‬‬ http://bible.com/174/heb.12.25-29.thsv11 + พระบิดาโปรดประทานแผ่นดินดินสวรรค์นิรันดร์ให้แก่เราแล้ว เราต้องยึดเอาไว้ให้มั่น ไม่ทำให้พระองค์เสียใจ ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ วางใจในพระองค์ + ชีวิตเราต้องเป็นชีวิตที่ยำเกรงในพระองค์ และดำเนินชีวิตด้วยการนมัสการพระองค์ พระองค์มองเราอยู่จากฟ้าสวรรค์ + พระเจ้าจะพิพากษาเราในวันหนึ่ง ข้างหน้า เราต้องรักษาท่าทีในใจของเราเสมอ เอเมน

Intimacy Thursday 8 March 2018

Intimacy Thursday 8 March 2018 “พวก‍ท่านไม่‍ได้มาถึงภูเขาที่จะถูก‍ต้องด้วยมือได้ หรือมาถึงไฟที่ไหม้ หรือมาถึงความมืด หรือมาถึงที่มืด‍มิด หรือมาถึงลม‍พายุ หรือมาถึงเสียงแตร หรือมาถึงพระ‍สุร‌เสียงตรัส ที่คนเหล่า‍นั้นเมื่อได้‍ยินแล้วก็อ้อน‍วอน‍ขอไม่‍ให้ตรัสกับพวก‍เขาอีก เพราะพวก‍เขาทนข้อ‍ความที่ทรงบัญญัติไว้นั้นไม่‍ได้ คือที่ว่า “แม้แต่สัตว์ที่แตะ‍ต้องภูเขานั้นก็จะถูกขว้างด้วยก้อน‍หินจนตาย” สิ่งที่เห็นนั้นน่า‍กลัวจริงๆ จนโม‌เสสเองก็กล่าวว่า “ข้าพ‌เจ้ากลัวจนตัว‍สั่น” แต่ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน‍ทั้ง‍หลายมาถึงภูเขาศิ‌โยน และมาถึงนครของพระ‍เจ้าผู้ทรงพระ‍ชนม์อยู่ คือนครเย‌รู‌ซา‌เล็มแห่งสวรรค์ และมาถึงที่ชุม‌นุมรื่น‍เริงของทูต‍สวรรค์มาก‍มายเหลือที่จะนับได้ และมาถึงคริสต‌จักรของบรร‌ดาบุตร‍หัว‍ปีผู้มีชื่อจา‌รึกไว้ในสวรรค์แล้ว และมาถึงพระ‍เจ้าผู้ทรงพิพาก‌ษาทุกคน และมาถึงจิต‍วิญ‌ญาณของคนชอบ‍ธรรมซึ่งถึงความสม‌บูรณ์แล้ว และมาถึงพระ‍เยซูคนกลางแห่งพันธ‌สัญญาใหม่ และมาถึงพระ‍โลหิตประ‌พรมที่กล่าว‍ถึงสิ่งที่ดีกว่าเสียงโลหิตของอา‌เบล” ‭‭ฮีบรู‬ ‭12:18-24‬ ‭THSV11‬‬ ( 2 ) http://bible.com/174/heb.12.18-24.thsv11 + เป็นพระคุณที่เราได้ถูกเรียกให้กลับมาหาพระบิดาของเรา เป็นเหมือนบุตรหัวปีในที่ที่เราอยู่ ชื่อของเราได้จารึกไว้บนสวรรค์แล้วและเรากำลังดำเนินตามพระทัยพระบิดาในแต่ละวันด้วยความตื่นเต้น ร้อนรน +เราได้มาถึงพระเยซูแล้ว ที่โลหิตของพระองค์ชำระบาปผิดทั้งสิ้นในชีวิตของเรา และโลหิตประเสริฐนี้เองทำให้เรารับการชำระให้เป็นคนบริสุทธิ์ชอบธรรมตามพระทัยของพระบิดา นับเป็นพระกรุณาของพระบิดาที่ได้ยอมสละชีวิตให้แก่คนบาปอย่างเรา และเราต้องตระหนักในฤทธิ์อำนาจที่โลหิตประเสริฐนี้ได้ทำผ่านชีวิตของเราทุกคนด้วย เอเมน

Intimacy Wednesday 7 March 2018

Intimacy Wednesday 7 March 2018 “พวก‍ท่านไม่‍ได้มาถึงภูเขาที่จะถูก‍ต้องด้วยมือได้ หรือมาถึงไฟที่ไหม้ หรือมาถึงความมืด หรือมาถึงที่มืด‍มิด หรือมาถึงลม‍พายุ หรือมาถึงเสียงแตร หรือมาถึงพระ‍สุร‌เสียงตรัส ที่คนเหล่า‍นั้นเมื่อได้‍ยินแล้วก็อ้อน‍วอน‍ขอไม่‍ให้ตรัสกับพวก‍เขาอีก เพราะพวก‍เขาทนข้อ‍ความที่ทรงบัญญัติไว้นั้นไม่‍ได้ คือที่ว่า “แม้แต่สัตว์ที่แตะ‍ต้องภูเขานั้นก็จะถูกขว้างด้วยก้อน‍หินจนตาย” สิ่งที่เห็นนั้นน่า‍กลัวจริงๆ จนโม‌เสสเองก็กล่าวว่า “ข้าพ‌เจ้ากลัวจนตัว‍สั่น” แต่ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน‍ทั้ง‍หลายมาถึงภูเขาศิ‌โยน และมาถึงนครของพระ‍เจ้าผู้ทรงพระ‍ชนม์อยู่ คือนครเย‌รู‌ซา‌เล็มแห่งสวรรค์ และมาถึงที่ชุม‌นุมรื่น‍เริงของทูต‍สวรรค์มาก‍มายเหลือที่จะนับได้ และมาถึงคริสต‌จักรของบรร‌ดาบุตร‍หัว‍ปีผู้มีชื่อจา‌รึกไว้ในสวรรค์แล้ว และมาถึงพระ‍เจ้าผู้ทรงพิพาก‌ษาทุกคน และมาถึงจิต‍วิญ‌ญาณของคนชอบ‍ธรรมซึ่งถึงความสม‌บูรณ์แล้ว และมาถึงพระ‍เยซูคนกลางแห่งพันธ‌สัญญาใหม่ และมาถึงพระ‍โลหิตประ‌พรมที่กล่าว‍ถึงสิ่งที่ดีกว่าเสียงโลหิตของอา‌เบล” ‭‭ฮีบรู‬ ‭12:18-24‬ ‭THSV11‬‬ ( 1 ) http://bible.com/174/heb.12.18-24.thsv11 + เราต้องขอบคุณพระเจ้าเป็นอย่างมากเพราะ นี่เป็นยุคแห่งพระคุณพระเจ้าอย่างแท้จริง เราได้เห็นพระพิโรธของพระเจ้ามาแล้ว คนสมัยก่อนก้ได้เห็น แต่ในยุคเรา เป็นยุคที่เต็มไปด้วยพระคุณ การให้โอกาสเสมอ + ในยุคแรกนั้นการปรากฏตัวของพระเจ้าทำให้ อิสราเอลต้องกลัวจนตัวสั่น เกิดเป็นความยำเกรงพระเจ้าอย่างมาก + การเข้าหาพระเจ้าอย่างใกล้ชิดนั้นได้ถูกจำกัดอยู่เพียงบางคน นับได้ว่าเราได้อยู่ในยุคของพระคุณพระเจ้าที่เราสามารถที่จะใกล้ชิดพระองค์ได้อย่างสนิทสนมแนบแน่นกว่าแต่ก่อนมาก เราต้องฉวยโอกาสนี้เอาไว้ด้วย