Month: July 2019

การวัดความเติบโตฝ่ายวิญญาณ

การวัดความเติบโตฝ่ายวิญญาณ การดำเนินชีวิตคริสเตียนนั้น สิ่งหนึ่งที่จะวัดความเติบโตของผู้เชื่อ ไม่ได้อยู่ที่ว่า เขาเชื่อพระเจ้ามานานแค่ไหน หรือ เขาทำงาน ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าสำเร็จมากมายแค่ไหน หรือ เป็นคนที่มีชื่อเสียง มากแค่ไหน แม้กระทั่งคนที่อ่านพระคัมภีร์จบหลาย ๆ รอบ หรือเขียน วรรณกรรมคริสเตียน เขียน อรรถาธิบายพระคัมภีร์ก็ตาม แม้นั้นอาจจะเป็นการเติบโตในฝ่ายวิญญาณได้บ้าง แต่หลายครั้งเราเห็นว่า คริสเตียนที่เชื่อพระเจ้ามานานบางครั้งก็บันดาลโทสะ อย่างกับคนที่ไม่รู้จักพระเยซูคริสต์เลย และทำให้พระเจ้าไม่ได้รับเกียรติ การวัดความเติบโตที่แท้จริง ต้องวัดเมื่อเขาเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต นั่นจึงจะเป็นการวัดความเติบโตที่ดีที่สุด การตอบสนองต่อสถานการณ์นั้น ๆ ณ เวลานั้น จะทำให้เราเห็นตัวเราเองดีที่สุด เมื่อเราถ่อมใจเรียนรู้และเข้าใจสถานการณ์ เราจะสามารถบอกตัวเองได้ว่า เราเติบโตกับพระเจ้ามากเพียงใด การตอบสนองต่อสถานการณ์ จะรวมถึงสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของเรา ไมว่าจะเป็นเรื่อง การทำงาน การตอบสนองต่อแรงกดดัน คำพูดของคนรอบข้าง คำพูดใส่ร้าย คำพูดถากถาง หรือการที่เราพูดบางสิ่งที่พระเจ้าไม่ได้รับเกียรติ คำสบถ คำพูดประชด หรือจะเป็นเหตุการณ์ที่เราต้องรอคอย อดทน ณ เวลานั้น เราจะรู้ตัวเราเลยว่า เราขอบคุณหรือเราบ่นต่อว่าพระเจ้า เราเท่านั้นที่รู้ อีกประการคือ …

การวัดความเติบโตฝ่ายวิญญาณ Read More »

ฟังเสียงพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกเช้าวันใหม่

เมื่อเราได้ต้อนรับพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ได้เข้ามาอยู่ในชีวิต และทำงานร่วมกับวิญญาณจิตของเราเพื่อเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น ในแต่ละวัน และการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของเรายิ่งน่าตื่นเต้นและมีความชัดเจน เมื่อเราเองได้มีเวลาฟังเสียงของพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นคนเหมือนอย่างพระเยซูเพียงแต่พระองค์ไม่ได้อยู่ในกายภาพแบบพระเยซู แต่มาในพระลักษณะที่เป็นวิญญาณ ซึ่งเราจะมองดูด้วยตา ไม่ได้ แต่เราสามารถสัมผัสพระองค์ ผ่านทางจิตใจและที่สำคัญคือจิตวิญญาณได้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ ปรารถนาที่พูดกับเรา คุยกับเรา และทำให้เราได้มีเวลารู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้นในแต่ละวัน พระองค์อยากจะบอกเรื่องราวหลายอย่างมากมายของอนาคตชีวิตเรา ที่ตัวเราเองก็คาดหวังและอยากรับรู้ แต่หลายครั้งเรากลับมีเวลาในการพูดคุยกับพระองค์น้อยเกินไป และเรารีบเร่งในการจบบทสนทนา โดยไม่ได้สนใจว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ ปรารถนาสิ่งใด สิ่งนี้เป็นความน่าเสียดายสำหรับวิถีชีวิตคริสเตียนที่มีพระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งอยู่กับในเรา แต่เราเลือกที่จะใช้กำลังและปัญญาอันน้อยนิดของตนเองในการวางแผนและทำสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ เราเสียโอกาสไปมากเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ฟังเสียงที่พระองค์บอก หรือย้ำเตือน หรือเตือนสติเรา และทำให้เราเองต้องมารับผลในทางร้ายอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นเราต้องกลับมาหาพระองค์ กลับมาใช้เวลาอยู่กับพระองค์ ให้มากขึ้น ให้เรากลับมามีความสนิทสนมกับพระองค์อีกครั้งและต่อเนื่อง เหมือนอย่างที่พระเยซู ได้ยกตัวอย่างแขนงและเถาองุ่น “จงติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเถา พวกท่านก็เช่นเดียวกันจะเกิดผลไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเรา “ ยอห์น 15:4 พระเยซูยังต้องจัดเวลาส่วนตัวในตอนเช้าเพื่อที่จะใช้เวลากับพระบิดาเช่นกัน “ ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ และทรงอธิษฐานที่นั่น “ มก.1:35 เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในเราแล้ว เราแค่อยู่ในที่เป็นส่วนตัว ให้เงียบสักหน่อยเพื่อเราจะได้ไม่ถูกรบกวนจากเสียงภายนอก …

ฟังเสียงพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกเช้าวันใหม่ Read More »

จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้เดินต่อไปข้างหน้าเถิด  ฝ่ายเจ้าจงยกไม้เท้าของเจ้า

พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “เหตุไฉนเจ้าจึงมาร้องทุกข์ต่อเรา จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้เดินต่อไปข้างหน้าเถิด  ฝ่ายเจ้าจงยกไม้เท้าของเจ้า แล้วยื่นมือของเจ้าออกไปเหนือทะเล ทำให้ทะเลนั้นแยกออก เพื่อคนอิสราเอลจะได้เดินบนดินแห้งกลางทะเลแล้วข้ามไปได้ หนังสืออพยพ 14:15-16 แม้ว่าพระเจ้าจะทำอัศจรรย์อย่างต่อเนื่องกับอิสราเอล และพูดกับโมเสสอย่างเจาะจง ท่านเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะเข้ามาร้องทูลพระเจ้า ในสิ่งที่ อิสราเอลบ่นต่อว่าท่าน นั่นหมายถึง สถานการณ์แวดล้อมได้ถาโถมและเข้ามากดดันตัสท่าน อย่างที่สุด สิ่งที่พระเจ้าย้ำเตือนก็คือให้เราได้ประกาศ ความเชื่อ ประกาศสิ่งที่ต้องการจะให้เกิดขึ้น แก่สถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่เผชิญ เพราะถ้อยคำของเราเป็น ฤทธิ์เดชที่พระเจ้าจะโปรดฟัง และพอพระทัยในความเชื่อของเรา

อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเยโฮวาห์ ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายในวันนี้

“โมเสสจึงเตือนพลไพร่ว่า “อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเยโฮวาห์ ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายในวันนี้ ด้วยคนอียิปต์ซึ่งท่านทั้งหลายเห็นในวันนี้ แต่นี้ไปจะไม่ได้เห็นอีกเลย พระเยโฮวาห์จะทรงรบแทนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด”” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭14:13-14‬ ‭KJV‬‬ https://bible.com/175/exo.14.13-14.kjv ใจที่ขาดกลัวอาจเกิดขึ้นเมื่อเราเจอสถานการณ์จริงๆ ที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่าพระสัญญาของพระเจ้าจะมาให้เห็นเด่นชัดแล้ว ก็ตาม เราต้องตัดสินใจไว้วางใจในพระสัญญา ในสิ่งที่พระองค์บอกเรา เพื่อให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์

เราจะบันดาลให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้างไป ฟาโรห์จะไล่ตามมา แล้วเราจะได้รับเกียรติยศ

เราจะบันดาลให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้างไป ฟาโรห์จะไล่ตามมา แล้วเราจะได้รับเกียรติยศ เพราะฟาโรห์และพลโยธา แล้วชาวอียิปต์จะรู้ว่า เราคือพระเจ้า” เขาทั้งหลายก็กระทำตามรับสั่งนั้น อพยพ 14:4 TH1971 https://bible.com/bible/275/exo.14.4.TH1971 พระเจ้าอนุญาตให้ฟาโรห์มีใจแข็งกระด้างและไล่ตามอิสราเอลจนทัน แต่สุดท้าย พวกเขาจะรู้ว่าพระยาเวห์ เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แต่ผู้เดียว สถานการณ์ที่ดูเหมือนยากลำบาก หรือดูเหมือนเราถูกเอาเปรียบ หรือถูกข่มเหง ทั้งสิ้นพระเจ้ายังเป็นผู้อนุญาตให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เพื่อให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผ่านคำวิงวอน ร้องทูลขอลงเรา

ส่วนพวกเจ้าจงตั้งค่ายตรงข้ามที่นั้น คือบริเวณริมทะเล

1พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า 2“จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้ย้อนกลับไปตั้งค่ายหน้าปิหะหิโรท ระหว่างมิกดลกับทะเล หน้าบาอัลเซโฟน ส่วนพวกเจ้าจงตั้งค่ายตรงข้ามที่นั้น คือบริเวณริมทะเล  อพย 14 : 1-2 พระเจ้านำอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ พระองค์รู้ถึงความคิดของพวกเขา ว่ายังมีความกลัวอยู่ แม้ว่าพวกเขาพึ่งเห็นอัศจรรย์ และเมื่อมาถึงขอบแผ่นดินที่ชายทะเล พระองค์จึงเลือกเฉพาะโมเสสให้มาตั้งที่ัอยู่บริเวณริมทะเล เพราะความเชื่อวางใจในพระเจ้า ของแต่ละคนแตกต่างกัน แม้เรารู้พระสัญญาของพระองค์อย่างชัดเจน แต่บางคน ก็จะยังมีความกลัว อยู่ ดังนั้นหลายครั้ง พระองค์ จึงไม่นำพวกเขาไปไกลกว่าสิ่งที่พวกเขากลัว

พระเยโฮวาห์เสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ และตอนกลางคืนด้วยเสาเพลิง

พระเยโฮวาห์เสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ และตอนกลางคืนด้วยเสาเพลิง ให้เขามีแสงสว่างเพื่อจะได้เดินทางได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืน พระองค์มิได้ให้คลาดจากเบื้องหน้าพลไพร่เลย หนังสืออพยพ 13:21‭-‬22 KJV https://bible.com/bible/175/exo.13.21-22.KJV พระบิดานำหน้าอิสราเอลด้วยเสาเมฆและเสาเพลิง เป็นภาพที่ชัดเจนมาก ในการนำทิศทาง ที่พระองค์มีต่อประชากรของพระ องค์ ไม่เพียงเท่านั้น พระองค์ยังนำการปกป้องดูแลมาถึงพวกเขาด้วย เมฆเป็นความร่มเย็น เมื่อความร้อนในช่วงระหว่างวัน เสาเพลิงนำแสงสว่างในการเดินให้มองเห็นได้ตลอดทาง เช่นเดียวกันกับชีวิตของเราที่พระบิดา ช่วยเหลือเราแบบนี้ เรารับรู้ได้อย่างชัดเจนผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ ยิ่งเราใกล้ชิดพระองค์ เราก็จะยิ่งรับรู้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อฟาโรห์ปล่อยประชากรไปแล้ว พระเจ้าไม่ได้ทรงนำพวกเขาไปทางแผ่นดินของคนฟีลิสเตียแม้ว่าจะเป็นทางใกล้

เมื่อฟาโรห์ปล่อยประชากรไปแล้ว พระเจ้าไม่ได้ทรงนำพวกเขาไปทางแผ่นดินของคนฟีลิสเตียแม้ว่าจะเป็นทางใกล้ เพราะพระเจ้าตรัสว่า “เกรงว่าเมื่อประชากรไปเผชิญสงครามเข้า พวกเขาจะเปลี่ยนใจและกลับไปยังอียิปต์” อพย 13: 17 พระเจ้ารู้ความจำกัดของเรา พระองค์รู้ว่าเราจะสู้ได้มากแค่ไหน พระองค์จึงคอยควบคุมทุกสิ่งอยู่ เพียงแต่อย่าให้ใจเรา หวาดระแวงเกินกว่าที่พระองค์บอก เท่านั้น และพระองค์จะมีหนทาง วิถีทางที่จะช่วยเราให้ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ  ไปได เราต้องพึ่งพา รอคอย ฟังพระองค์ เชื่อฟังพระองค์อย่างเต็มกำลัง แล้วเราจะได้รับผลดีอย่างแน่นอน

จงถวายลูกหัวปีทั้งปวงแก่เรา คือทุกสิ่งของชนชาติอิสราเอลที่ออกจากครรภ์ครั้งแรก

“จงถวายลูกหัวปีทั้งปวงแก่เรา คือทุกสิ่งของชนชาติอิสราเอลที่ออกจากครรภ์ครั้งแรก จะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ สิ่งนั้นเป็นของของเรา” หนังสืออพยพ 13:2 KJV https://bible.com/bible/175/exo.13.2.KJV พระเจ้าให้อิสราเอลได้เรียนรู้ในการที่จะถวายผลแรกแก่พระองค์คือ บุตรหัวปี การเป็นการแสดงท่าทีแห่งความขอบพระคุณที่พระองค์จัดสรรสิ่งที่ดีเลิศต่าง ๆ ให้แก่ชีวิต และเป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจที่มีต่อพระองค์ในการเรื่องการดูแลความจำเป็นต่าง ๆ อีกด้วย ท่าทีต่อการมอบถวายแด่พระเจ้า พระบิดาของเราจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เราต้องมอบสิ่วที่ดีที่สุดให้แก่พระองค์ ขอบคุณพระเจ้า

กฎเกณฑ์พิธีปัสกาเป็นดังนี้ คือห้ามคนต่างชาติกิน

43พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “กฎเกณฑ์พิธีปัสกาเป็นดังนี้ คือห้ามคนต่างชาติกิน  อพยพ 12 43 ในยุคนั้นพระเจ้าตั้งกฎเกณฑ์ เพื่อให้ชนชาติอิสราเอลได้ปรนนิบัติตาม อย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้เกิดความยำแกรงพระเจ้าเที่ยงแท้ ในยุคปัจจุบันพระคุณพระเจ้านั้นเต็มเปี่ยมให้แก่เราอย่างมากมาย เพื่อให้พระคุณเต็มล้นอยู่ในชีวิตเรา เราต้องตระหนักในพระคุณที่พระองค์ได้เรียกเรามา และตอบสนองพระคุณด้วยความยำเกรงพระเจ้า

ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับพวกเจ้า ให้เป็นเดือนแรกในปีสำหรับพวกเจ้า

พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนในแผ่นดินอียิปต์ว่า 2“ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับพวกเจ้า ให้เป็นเดือนแรกในปีสำหรับพวกเจ้า  อพย 12:1-2 พระยาเวห์ได้ตั้งพิธีปัสกาเอาไว้ ให้อิสราเอลได้ระลึกถึงเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่นี้คือการช่วยกู้ชนชาติอิสราเอลออกมาจากอียิปต์  โดยมีสัญลักษณ์ในภัยพิบัติสุดท้ายคือเลือดที่ทาที่วงกบประตู เพื่ออิสราเอลจะได้รอดจากความตาย เมื่อมาถึงเรา ปัสกาทำให้เราได้ระลึกพระคุณของพระเยซูที่ได้มาบังเกิดและได้มาไถ่บาปเราด้วยโลหิตประเสริฐของพระองค์ และให้เราระลึกพระองค์ผ่านพิธีมหาสนิทและรอคอยการกลับมาของพระองค์ด้วยใจชื่นชมยินดี

พระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้ประชาชนเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชาวอียิปต์

“บัดนี้เจ้าจงสั่งให้ประชาชนทั้งปวง ให้ผู้ชายผู้หญิงทุกคน ขอเครื่องเงินเครื่องทองจากเพื่อนบ้านของตน” พระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้ประชาชนเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชาวอียิปต์ นอกจากนี้บุรุษผู้นั้นคือโมเสสก็ยิ่งใหญ่มากในแผ่นดินอียิปต์ ทั้งในสายตาข้าราชการของฟาโรห์และในสายตาพลเมืองทั้งปวง” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭11:2-3‬ ‭KJV‬‬ https://www.bible.com/175/exo.11.2-3.kjv เมื่อถึงเวลาของพระเจ้าแล้ว พระองค์จะเร่งทำพระราชกิจของพระองค์ในเราให้สำเร็จ เมื่อภัยพิบัติสุดท้ายกำลังจะมา พระเจ้าได้บอกโมเสสน่าจะเป็นอย่างไรและจะได้รับความโปรดปรานจากตคนอียิปต์ อย่างไรด้วย ทุกๆย่างก้าวของชีวิต พระองค์จะเป็นผู้ที่บอกเรา เสมอ ยิ่งเรารอคอย และฟังเสียงพระองค์ เราจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ขอบคุณพระเจ้า