เรื่องราวของการอธิษฐานอย่างต่อเนื่อง
“จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” (1 เธสะโลนิกา 5:17 THSV11) สวัสดีครับพี่น้องที่รักในพระคริสต์ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงหัวข้อที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคริสเตียนของเรา นั่นคือเรื่องของ “การอธิษฐาน” หลายคนอาจจะรู้สึกว่าการอธิษฐานเป็นสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ผมอยากชวนให้เราทั้งหลายกลับมาทบทวนและเข้าใจความหมายลึกซึ้งของการอธิษฐานอีกครั้ง เพราะการอธิษฐานไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมหรือกิจวัตรประจำวัน แต่มันคือลมหายใจของจิตวิญญาณเรานะครับ การอธิษฐานคือการสนทนากับพระเจ้า ลองนึกภาพความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก หากลูกไม่เคยพูดคุยกับพ่อแม่เลย ความสัมพันธ์นั้นจะเป็นอย่างไร? แน่นอนว่ามันจะห่างเหินและเย็นชา เช่นเดียวกันครับ การอธิษฐานคือการที่เราในฐานะลูกของพระเจ้า ได้เข้ามาสนทนาพูดคุยกับพระบิดาบนสวรรค์ของเรา พระเยซูทรงสอนเราให้อธิษฐานว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์” (มัทธิว 6:9 THSV11) นี่แสดงให้เห็นว่าการอธิษฐานเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเรากับพระเจ้าผู้เป็นพระบิดาที่รักเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้ช่วยเราในการอธิษฐาน ดังที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนแอ เพราะเราไม่รู้ว่าควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยวิงวอนเพื่อเราด้วยการคร่ำครวญที่พูดเป็นคำไม่ได้” (โรม 8:26 THSV11) นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่นะครับ เราไม่ได้อธิษฐานคนเดียว แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอยู่ด้วยและช่วยเหลือเราในทุกขณะ พลังแห่งการอธิษฐานในพระคัมภีร์ เมื่อเราศึกษาพระคัมภีร์ เราจะเห็นตัวอย่างมากมายของผู้คนที่ได้รับคำตอบจากพระเจ้าผ่านการอธิษฐาน ลองพิจารณาเรื่องของเอลียาห์ที่อธิษฐานขอไม่ให้ฝนตก และฝนก็ไม่ตกถึงสามปีหกเดือน แล้วท่านก็อธิษฐานอีก ฟ้าก็ให้ฝนและแผ่นดินก็เกิดพืชผล (ยากอบ 5:17-18) นี่แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของการอธิษฐานที่กระทำด้วยความเชื่อ อีกตัวอย่างหนึ่งคือดาเนียล ท่านอธิษฐานต่อพระเจ้าวันละสามครั้งแม้จะต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิต (ดาเนียล 6:10) ความซื่อสัตย์ในการอธิษฐานของดาเนียลทำให้ท่านได้รับการปกป้องในถ้ำสิงโต …
