ชีวิตอธิษฐาน

อธิษฐานต่อพระเยซูคริสต์ หาคำตอบชีวิต ความรักแท้ในโลกนี้มีอยู่จริง ในทาพระเยซู พระเยซูรักคุณมาก

ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าด้วยธรรมบัญญัติได้เลย

Intimacy Friday 22 February 2019 เป็นที่แน่ชัดว่า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าด้วยธรรมบัญญัติได้เลย เพราะว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตอยู่โดยความเชื่อ”  กท 3 :11 พระวจนะหลายตอนได้ย้ำเตือนให้เราได้ทราบว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตอยู่โดยความเชื่อ เราแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า เราไม่ได้ชอบธรรมด้วยการประพฤติตามธรรมบัญญัติแต่โดยความเชื่อ เท่านั้น ดังนั้น ความเชื่อ ในพระเยซูเท่านั้นทีทำให้เราชอบธรรมได้ และเราจะประพฤติได้ดีมาก ขึ้นด้วยฤทธฺิ์อำนาจพระวิญญาณที่เปลี่ยนแปลงชีวิตภายในของเรา

7 สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตการอดอาหาร

7 สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตการอดอาหาร ผมขอหยิบยกเรื่องราวการอดอาหารจากหนังสือที่เขียนโดย ไมค์ บิคเคิล ผู้ก่อตั้ง IHOP-KC ( International House Of Prayer – Kansas City )  ซึ่งเป็นอันตรายที่ควระมัดระวังสำหรับชีวิตการอดอาหารของคริสเตียน ผมสรุปมาเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ได้จดจำง่ายและนำไปใช้ต่อไป การหลอกลวงและหลักคำสอนของมารซาตาน เพราะว่าคนพวกนั้นเป็นอัครทูตปลอม เป็นคนงานที่หลอกลวง พวกที่ปลอมตัวเป็นอัครทูตของพระคริสต์ 2 โครินธ์ 11:13 ไมค์ บิคเคิลกล่าวว่า การอดอาหารเป็นเหมือนระเบิดไดนาโม คือมีพลังมหาศาลสามาถใช้ในทางดีหรือชั่วก็ได้ ผลที่เกิดขึ้นในฝ่ายวิญญาณก็มีพลังเสมอไม่เคยเป็นกลาง นี่เป็นจุดสำคัญสูงสุดเพราะศัตรูต้องการให้เราหลงไปในความมืดโดยไม่รู้ตัว และก่อนที่ พระเยซูจะเสด็จกลับมา การล่อลวงก็จะมีมาอย่างมาก  เราต้องระวัง เป็นพิเศษในระหว่างอดอาหารและพยายามเน้นความสินทสนมกับพระเยซูเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นการติดต่อกับพระกายของพระคริสต์ด้วย และต้องแช่อยู่ในพระวจนะของพระเจ้าเป็นสองเท่า และยินดีเปิดใจให้ผู้มีสิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณตักเตือนเราได้ด้วย   การแยกตัว อันตรายทีสองนี้ก็น่ากลัวเช่นกัน คือการแยกตัวซึ่งคนที่อดอาหารเป็นประจำจะหลงไปได้ง่ายเมื่อแยกตัวออกจากพระกายของพระคริสต์ การอดอาหารต้องควบคู่ไปกับการถ่อมใจมก ๆ และพึ่งพิงซึ่งกันและกันอย่างชอบธรรมเพื่อรักษาตัวเองไว้จากความคิดผิด ๆ เพราะเราก็ยังไม่ได้สมบูรณ์ในตัวเองยังตต้องการการเสริมสร้างกันและกัน   อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์เรียกร้องให้เราดำเนินชีวิตด้วยการอดอาหารเพราะนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้พระบัญญัติ 2 ข้อใหญ่สำเร็จ นั่นคือรักพระเจ้าและรักคนอื่น …

7 สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตการอดอาหาร Read More »

มานากับการดูแลของพระเจ้าในชีวิตเรา

มานากับการดูแลของพระเจ้า มานากับการดูแลของพระเจ้า    หลายครั้งเรารู้สึกว่าเผชิญความท้อแท้ใจ หรือยังต้องเผชิญกับภาระปัญหาต่าง  ๆ ที่เข้ามาในชีวิตและยังไม่เห็นทางออก และลึก ๆ เราเชื่อว่าพระเจ้ายังดูแลเราอยู่ผ่านคำอธิษฐานที่เราบอกต่อพระองค์  ถูกแล้ว !! พระองค์รักเรามากและคอยช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลา พระองค์ดูแลลูกของพระองค์อย่างดีมากจริง  ๆ แม้ว่าเรายังเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากอยู่     เรื่องราว อิสราเอลที่ต้องเผชิญกับการอยู่ในถิ่นทุรกันดารหลังจากที่พวกเขาได้อพยพออกจากอียิปต์เพื่อไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา ทำให้เรารู้ว่าพระเจ้ารักคนของพระองค์มากเพียงใดแม้พวกเขาจะดื้อด้านมากแค่ไหน    ช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ในถิ่นทุรกันดาร อิสราเอลเริ่มต้นด้วยการบ่นต่อว่าโมเสส เพราะพวกเขาไม่มีอะไรทาน แม้พวกเขาพึ่งจะเห็นการอัศจรรย์จากการช่วยกู้จากทหารอียิปต์ก็ตาม  แต่พระเจ้าก็ได้เมตตาให้พวกเขาได้มีมานาทาน ตลอดเวลาที่พวกเขาอยู่ในถิ่นทุรกันดารจนเข้าแผ่นดินคานาอัน นั่นคือ 40 ปี เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ต้องอดทนนานกับการบ่นต่อว่าตลอดระยะที่พวกเขาอยู่ในถิ่นทุรกันดาร แต่ความรักมั่นคงของพระองค์ก็ยังคงอยู่กับพวกเขา พระองค์ประทานอาหารให้แก่พวกเขาไม่เคยขาดเลย     เราเองเมื่อชีวิตเราตั้งใจอย่างเต็มที่ในการพึ่งพา ในการอธิษฐานกับพระองค์ จงมั่นใจเถิดว่า พระบิดาได้ยินและได้ตอบคำอธิษฐานและได้ช่วยเหลือในภาระหรือสถานการณ์ต่าง  ๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นแล้ว เหมือนที่พระองค์ได้ดูแลอิสราเอลด้วยมานาไม่ขาดเลย แม้พวกเขาจะไม่เชื่อฟังและบ่นต่อพระองค์ก็ตาม  “ชนชาติอิสราเอลได้กินมานา 40 ปี จนพวกเขามาถึงแผ่นดินที่จะอาศัยอยู่ พวกเขากินมานาจนมาถึงชายแดนแผ่นดินคานาอัน” อพยพ 16:35 จงมั่นคงในความเชื่อและความวางใจที่เราได้อธิษฐานต่อพระองค์ไว้ เพราะว่า ” ไม่มีสักสิ่งหนึ่งที่จะช้าเกินไปเลย “

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา       หลายครั้งเราเผชิญภาระหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต เราเองก็พอจะรู้ว่าการเป็นคริสเตียนก็ย่อมต้องเผชิญภาระปัญหาอยู่แล้ว แต่เราก็รู้ว่าเมื่อเราอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์จะทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเรา เราก็มุ่งมั่นที่จะอธิษฐาน ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะรักษาความเชื่อ และรักษาชีวิตชอบธรรมของเราให้ดีที่สุด       แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นว่าภาระปัญหายังคงมีอยู่ และเราก็ได้รับผลกระทบต่อปัญหานั้นโดยตรง เรายังคงเผชิญภาระปัญหาและรับผลโดยตรงต่อปัญหา ทำให้เราต้องเผชิญความยากลำบากในการเผชิญชีวิต คำถามนี้ยังเกิดขึ้นกับเราอยู่ไหม หรือเราเคยเจอสภาวะอย่างนี้ไหม    ผมยืนยันอย่างหนักแน่นที่สุดจากประสบการณ์ความเชื่อตลอดหลายปีในพระเยซูคริสต์ พระเยูคริสต์ได้ตอบคำอธิษฐานของเราแล้วตั้งแต่ที่เราได้อธิษฐานต่อพระองค์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่เราต้องเข้าใจก็คือช่วงเวลาการตอบคำอธิษฐานของพระองค์ ซึ่งเราเองไม่สามารถกำหนดเวลาให้พระองค์ได้เลย เพราะเป็นสิทธิ์อำนาจของพระองค์เท่านั้น เราต้องมั่นใจว่าพระองค์มีเวลาของพระองค์อย่างเจาะจงให้แก่เราและการตอบคำอธิษฐานของพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา     มาดูสิ่งที่พระเจ้าได้ตอบคำอธิษฐานของโมเสสกัน ในพระธรรมอพยพ บทที่ 4  หลังจากที่อิสราเอลยังต้องทนทุกข์ลำบากจากการกดขี่ข่มเหงของฟาโรห์ มาอย่างยาวนาน พระเจ้าได้เรียกโมเสสมาและสัญญาว่าพระองค์จะใช้ท่านไปเพื่อช่วยปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล  นี่คือ “ คำพูด ” ที่พระเจ้าพระยาเวห์ได้พูดกับโมเสส พระองค์เป็นผู้เริ่มต้นกระทำ ไม่ใช่โมเสส     หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ในอพยพบทที่ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิสราเอลคือ พวกเขาต้องทำงานหนักมากขึ้น คือต้องทำงานทาสที่หนักและยากลำบากขึ้น คือปกติคนอียิปต์จะให้อิฐและฟางในการทำงาน แต่กลับเป็นว่า พวกเขาให้แต่อิฐ ส่วนฟางต้องไปหาเอง ทำให้ชนชาติอิสราเอลต้องใช้เวลาหาฟางเพิ่มขึ้น …

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา Read More »

จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่

จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่   สิ่งที่สำคัญที่สุดในแต่ละวันคือการที่เราได้ใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุก ๆ เช้าวันใหม่ เราได้ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระองค์ นมัสการพระองค์ พูดคุยกับพระองค์ ฟังเสียงที่พระองค์จะได้พูดกับเรา และอ่านพระวจนะที่พระองค์ได้มอบให้เราไว้    ทำไมมันจึงสำคัญมากเช่นนั้น ?  คำตอบง่าย ๆ  ก็คือ เพราะชีวิตเราเริ่มต้นจากวิญญาณจิตภายใน จิตวิญญาณของเราคือส่วนที่สำคัญที่สุดของชีวิตที่ใช้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับพระบิดา ก่อนเชื่อเราอาจเริ่มต้นแต่ละวันด้วยการออกกำลังกาย หรือการทำให้จิตใจสงบ แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่เป็นคริสเตียนที่รักพระเจ้า เราจำต้องเริ่มสิ่งที่สำคัญที่สุดนี้ในแต่ละวัน จริง  ๆ คือในทุกเช้าวันใหม่ พระองค์ปรารถนามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเราในแต่ละวันมากกว่าอย่างอื่น มากกว่าสิ่งใด ๆ ที่เราพยายามทำให้พระองค์เสียอีก 1 ซามูเอล 15: 22บอกว่า “ “พระยาห์เวห์พอพระทัยในเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องสัตวบูชามาก เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์หรือ?”      พระเยซูบอกในยอห์น 15 ให้เรามีชีวิตใกล้ชิดพระองค์ เหมือนที่พระองค์เป็นเถาองุ่น เราเป็นแขนง ใน ยอห์น 15:4 บอกต่อไปว่า “ จงติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเถา พวกท่านก็เช่นเดียวกันจะเกิดผลไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเรา “   พระเยซูยังตื่นแต่เช้าในการมาแสวงหาพระบิดา มาระโก 1: 35 ” …

จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่ Read More »

ยิ่งอธิษฐาน ยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อ

ยิ่งอธิษฐาน ยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อ   ชีวิตคริสเตียนต้องเผชิญสถานการณ์มากมายหลายอย่าง สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ คือการที่เราใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ที่อยู่ในเราทั้งหลาย ตามพระสัญญาที่พระเยซูคริสต์ได้ประทานให้ไว้    เมื่อเราได้อธิษฐานส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ เราจัดเวลาส่วนตัวของเราในการแสวงหาพระเจ้า พูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์เองจะค่อย ๆ สำแดงสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้ทราบ ยิ่งเราใช้เวลากับพระองค์มากเท่าไร ความสนิทสนมกับพระองค์ก็จะยิ่งมีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น   และสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้นไปก็คือ เมื่อเรารับรู้การสำแดงที่พระองค์ได้ทำผ่านชีวิตของเรา เราจะยิ่งมีความเชื่อที่บริบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะว่า สิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์สัญญาให้กับเราแล้วนั้น พระองค์ก็จะกระทำมันให้สำเร็จผ่านชีวิตของเรา    ดังนั้นเราต้องเติมหัวใจแห่งการหิวกระหายที่จะเข้าไปติดสนิทกับพระองค์มากขึ้นในแต่ละวันเพื่อเราเองจะได้รับการสำแดงที่ชัดเจน และเจาะจง มากกว่านั้น จะทำให้ความเชื่อที่เราในพระองค์บริบูรณ์มากยิ่งขึ้น   เมื่อเราใช้เวลาในการอธิษฐานมากขึ้น ความสงสัยต่าง  ๆ ความกังวลใจ ความไม่แน่ใจ หรือสิ่งต่าง  ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในวิญญาณจิตของเรา จะได้รับการสำแดง ได้รับการปลดปล่อย และนั่นเอง ทำให้ความเชื่อของเราบริบูรณ์   ดังนั้น การที่เราไม่สงสัย ใด ๆ และเชื่อในพระสัญญาผ่านพระวจนะ รวมถึงการที่เราได้ใช้เวลาติดสนิทจนรู้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้สำแดงอะไรแก่เราอย่างเจาะจงทุกวัน ก็จะยิ่งทำให้ความเชื่อเราเป็นความบริบูรณ์มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ …

ยิ่งอธิษฐาน ยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อ Read More »

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น   ชีวิตคริสเตียน แท้จริงแล้วคือชีวิตที่เราได้กลับมาสู่ความสัมพันธ์ที่ติดสนิทและลึกซึ้งกับพระบิดาผ่านการไถ่ชีวิตบาปของเราบนไม้กางเขนโดยพระเยซู ครั้งหนึ่งเราเคยที่จะห่างเหินพระบิดาเพราะเราต้องรับโทษความบาปทางอดัม แต่บัดนี้เราได้กลับมาหาพระองค์ได้อีกครั้งหนึ่งเพราะความรักที่พระเยซูคริสต์มีให้แก่เราผ่านการชำระบาปด้วยโลหิตของพระองค์และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้น   การได้รับความรอดและชีวิตนิรันดรผ่านกางเขน เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่บนโลกนี้ แม้ว่าเรายังคงทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเหมือนเดิมแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในชีวิตเราแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปในแต่ละวันคือ การที่เราได้มีปฎิสัมพันธ์กับพระองค์เพื่อเราจะได้เรียนรู้จักพระองค์มากขึ้น วันต่อวัน    พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในชีวิตเราในฐานะผู้ช่วย เปรียบภาพง่าย ๆ ก็คือ เมื่อเรารู้จักพระเจ้า เราก็เหมือนมีพระเยซูคอยอยู่กับเราตลอดเวลา เพียงแต่เราไม่สามารถใช้สัมผัสทั้ง 5 ในการมีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้ทั้งหมด เราใช้วิญญาณจิตของเราในการปฎิสัมพันธ์กับพระองค์ ผ่านสิ่งง่าย  ๆ ที่คือการ อธิษฐาน การอ่านพระวจนะ การนมัสการ  อาจารย์เปาโลให้เราได้อธิษฐานกับพระบิดาเพื่อเราจะรู้จักพระองค์มากขึ้น  ในพระธรรมเอเฟซัส 6 : 17 กล่าวว่า ” ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าขอพระเจ้าของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราคือพระบิดาผู้ทรงพระสิริทรงให้ท่านทั้งหลายมีจิตใจที่ประกอบด้วยปัญญาและการสำแดง เพื่อท่านจะรู้จักพระองค์ ”  ประสบการณ์ที่อาจารย์ได้พบเจอพระเยซูผ่านเสียงของพระองค์ที่ถนนไปดามัสกัสเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับพระเยซู และพระองค์ก็ได้สำแดงผ่านพระวิญญาณมาถึงชีวิตของท่านเรื่อยมาในการทำพระราชกิจของพระองค์  จะเป็นไปไม่ได้เลยที่อาจารย์เปาโลจะทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ติดสนิทกับพระองค์ ยังไม่รวมการถูกข่มเหงและการเข้าใจผิดต่าง ๆ ที่ท่านต้องเผชิญ แต่เพราะว่าท่านรู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่พระบิดาทรงโปรดมีให้กับท่าน …

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น Read More »

เรารหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม

  เราหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม   ชีวิตคริสเตียนนั้นเป็นชีวิตที่ดำเนินไปด้วยฝ่ายวิญญาณ เรารับพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิต เรารับการเปลี่ยนแปลงจากพระองค์ เรารับพระคุณความรักและความรอดจากพระเยซูผ่านความเชื่อของเรา เราได้ถูกย้ายจากถิ่นพำนักความมืดมาสู่ที่พำนักในความสว่างนิรันดร์แก่เรา    ในชีวิตฝ่ายวิญญาณแต่ละวันนั้น จำเป็นต้องทำให้จิตวิญญาณของเราเติบโตในทางของพระเจ้าทุก ๆ  วัน ความต้องการชีวิตฝ่ายวิญญาณก็ไม่ได้แตกต่างกับความต้องการฝ่ายเนื้อหนังเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ ชีวิตฝ่ายเนื้อหนังนั้นต้องการอยู่สองอย่างคืออาหารและน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น ชีวิตฝ่ายวิญญาณยิ่งจะสำคัญมากกว่าเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งสิ้น ความต้องการฝ่ายวิญญาณคือการติดสนิทกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าของเราและการได้มีพระวจนะที่เป็นดังอาหารฝ่ายวิญญาณ   สองสิ่งนี้สำคัญกับจิตวิญญาณของเราเป็นอย่างยิ่ง ลองสำรวจตัวเราดูว่า ในแต่ละวันเราได้รับทั้งสองอย่างนี้มากน้อยแค่ไหน เรารู้สึกหิวกระหายไหมเวลาเราไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดสนิทสนมกับพระวิญญาณ เราได้มีเวลาอธิษฐานส่วนตัว พูดคุยกับพระองค์มากพอที่จะทำให้จิตวิญญาณของเรารับการเติบเต็มด้วยพระองค์ไหม เราหิวกระหายในการแสวงหาอาหารฝ่ายวิญญาณคือการอ่านพระวจนะไหม เพื่อให้วิญญาณจิตเราอิ่มในแต่ละมื้อ    ถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าสองอย่างนี้เป็นความหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ คือเรามไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดพระองค์ทุก ๆวัน เราไม่ได้อ่านพระวจนะทุกวัน นั่นแสดงว่าเรากำลังมีปัญหากับวิญญาณจิตของเราแล้ว เราอาจทำงานฝ่ายกายภาพได้อย่างต่อเนื่อง เราทำงานของพระเจ้าได้อย่างราบรื่น เพราะสิ่งเหล่านั้นในร่างกายซึ่งเราก็ต้องใช้พลังงานผ่านการทานอาหารทุกมื้อ จริงไหม เราทานเราเลยมีกำลังในการทำงานด้วยร่างกายของเรา    แต่ที่สำคัญกว่านั้น สิ่งที่พระเยซูให้ความสำคัญคือเรื่องจิตวิญญาณมิใช่หรือ ? พระองค์เป็นแบบอย่างให้เแก่เราในการแสวงหาพระบิดาอยู่เสมอ แม้ว่าพระองค์จะทำพระราชิจของพระเจ้าหนักมากกว่าเราในแต่ละวัน พระองค์ไม่ขาดในการแสวงหาพระบิดาเลย แล้วเราเป็นใคร ที่จะละเลยสิ่งเหล่านี้ ชีวิตเรายังขับเคลื่อนด้วยความหิวกระหายในพระเจ้าอยู่หรือไม่ หรือว่าเราดำเนินชีวิตไปตามความต้องการฝ่ายร่างกายเพียงอย่างเดียว เรามีหัวใจรักพระเจ้า เรามุ่งทำงานหนักเพื่อให้งานพระเจ้าถูกขยายออกไป นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นพระมหาบัญชาที่พระเยซูให้ไว้ แต่…..แต่ถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญกว่าที่พระเยซูได้ทำเป็นแบบอย่างให้เรา ก่อนหน้านี้ในหลาย …

เรารหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม Read More »

อธิษฐานเผื่อคนที่เรารักทุกเช้า

อธิษฐานเผื่อคนที่เรารักทุกเช้า   ในทุกเช้าแต่ละวันเราควรต้องมีเวลาที่จะได้อธิษฐานเผื่อคนที่เรารัก คนที่เราห่วงใย พี่น้องในความเชื่อ รวมถึงคนอื่นๆ  ที่อยู่รอบ ๆ ชีวิตของเรา เราต้องอธิษฐานเผื่อพวกเขาอยู่เสมอ เพื่อให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำงานในใจของเขาและเปิดตาใจของเขาให้ได้สัมผัสพระคุณของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น   อาจารย์เปาโลเป็นตัวอย่างแห่งการอธิษฐานเผื่อพี่น้องอยู่เสมอ ดังในพระวจนะ ฟิเลโมนที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าเสมอ เมื่อระลึกถึงท่านในการอธิษฐานของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้ยินเรื่องความรักและความเชื่อของท่านที่มีต่อพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า และต่อธรรมิกชนทุกคน” ‭‭ฟิเลโมน‬ ‭1:4-5‬ ‭THSV11‬‬ http://bible.com/174/phm.1.4-5.thsv11   เราเห็นว่าพระเยซูคริสต์ได้สอนเราในการอธิษฐานเผื่อคนอื่นอยู่เสมอดังในคำสอนเรื่องการอธิษฐานที่พระองค์ได้บอกให้เราได้รู้และทำตาม เมื่อเราดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เราอาจไม่ได้พบเจอพี่น้องที่กำลังดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับเรา และบางคอาจกำลังเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจยากลำบาก คำอธิษฐานของเราจะช่วยปกป้องพี่น้องได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการเอ่ยชื่อคนที่เราปรารถนาให้เขาเหล่านั้นได้รับการปกป้องจากการเผชิญสถานการณ์ต่าง  ๆ ผ่านคำอธิษฐานจะยิ่งช่วยให้เขาได้รับกำลังและความช่วยเหลือจากพระเจ้า    มากกว่านั้นการที่เราได้อธิษฐานเผื่อผู้อื่นอยู่เสมอก็เป็นการบอกให้รู้ว่าเรามีใจห่วงใยคนอื่นมากแค่ไหน ดังที่พระเยซูคริสต์ได้รักและห่วงใยฝูงแกะของพระองค์ เราก็กำลังมีส่วนช่วยดูและฝูงแกะของพระองค์ผ่านคำอธิษฐาน ด้วยเช่นกัน ยิ่งเรามีเวลาที่จะสามารถไปพบเจอและพูดคุย กันด้วยก็จะยิ่งเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น    ขอให้เราทั้งหลายได้อธิษฐานเผื่อพี่น้องที่เรารักและคนอื่นๆ ที่เรารักห่วงใย ขอให้เขาเหล่านั้นอยู่ในคำอธิษฐานของเราทุก ๆ เช้าวันใหม่  photo credit : https://www.friends1st.co.uk/a-prayer-for-the-day/

จงหิวกระหายที่จะอธิษฐาน

จงหิวกระหายที่จะอธิษฐาน   การดำเนินชีวิตคริสเตียน จะขาดเสียไม่ได้เลยคือการมีชีวิตอธิษฐาน เราเห็นตัวอย่างพระเยซูคริสต์ในการเป็นแบบอย่างในการอธิษฐานกับพระบิดาอยู่เสมอ พระองค์เป็นถึงพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสวรรค์และตัวเรา แต่พระองค์ยังใช้เวลาอย่างมากในการอธิษฐานต่อพระบิดาทุกเช้าวันใหม่ และคำอธิษฐานของพระองค์ต่อคนที่พระองค์รักคือ คนยิวนั้น ก็ได้รับคำตอบอย่างมากมาย    เมื่อเรากลับมามองตัวเรา เรามีชีวิตอธิษฐานแบบพระองค์มากแค่ไหน เราเองเมื่อได้กลับใจมาเป็นผู้เชื่อในพระเยซู เป็นลูกของพระองค์ เป็นคริสเตียนที่ดำเนินชีวิตใหม่ในทางพระองค์ เรารับการเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยพระคุณของพระองค์เราจึงเป็นคนใหม่ในพระองค์ และสิ่งสำคัญที่พระองค์ปรารถนาคือการที่เรามีชีวิตที่กระหายหาพระองค์ ดังกวางน้อยที่กระหายหาน้ำ    ‘กวางกระเสือกกระสนหาธารน้ำฉันใด ข้าแต่พระเจ้า จิตใจข้าพระองค์ก็กระเสือกกระสนหาพระองค์ฉันนั้น จิตใจข้าพระองค์กระหายหาพระเจ้า หาพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ เมื่อไรข้าพระองค์จะได้มาเห็นพระพักตร์พระเจ้า? ‘ สดุดี 42:1-2 https://www.bible.com/bible/174/PSA.42.1-2   พระบิดาปรารถนาให้เราเป็นเช่นนั้น เราต้องถามตัวเราว่า ณ เวลานี้เรายังมีความรู้สึกนี้อยู่อย่างเต็มเปี่ยมหรือเปล่า คือการหิวกระหายที่จะพบพระองค์หน้าต่อหน้า ความหิวกระหายในการใกล้ชิดพระองค์ นี่คือสิ่งใกล้ตัวเราและถือเป็นพื้นฐานชีวิตคริสเตียนที่สำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงและอยู่ในน้ำพระทัยของพระบิดาที่รักของเรา    เริ่มต้นสำรวจตัวเราวันนี้ ถ้าเรารู้สึกว่า ความหิวกระหายเราลดลง ให้เราเริ่มต้นที่จะขอพระองค์เทความหิวกระหายนี้มาถึงวิญญาณจิตของเรา ขอให้เรามีหัวใจที่ปรารถนาจะใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น ๆ ทุก ๆ วัน ทุกเวลา  สิ่งนี้สำคัญมากต่อวิญญาณจิตของเราในการเดินในเส้นทางที่ยาวไกลในทางของพระองค์นี้    เราต้องเริ่มต้นจัดเวลาที่จะแสวงหาพระบิดา อย่างเจาะจง เริ่มใช้เวลากับพระองค์ในการอธิษฐาน …

จงหิวกระหายที่จะอธิษฐาน Read More »

มีคนจ้องเล่นงานเราอยู่

มีคนจ้องเล่นงานเราอยู่       ชีวิตคริสเตียนอยู่ในโลกที่คาบเกี่ยวอยู่สองด้าน คือ โลกฝ่ายวิญญาณ และโลกฝ่ายธรรมชาติ ในขณะที่ก่อนเราจะได้มารู้จักกับพระเจ้า พระเยซูนั้น เราอยู่ในโลกฝ่ายธรรมชาติอยู่แล้วและในขณะเดียวกัน เราก็อยู่ในโลกฝ่ายวิญญาณด้วย       โลกฝ่ายวิญญาณนั้น อาจแบ่งได้เป็นสองด้าน คือด้านมืดและด้านสว่าง ฝ่ายด้านมืดนั้นเป็นที่ชัดแจ้งอยู่แล้วว่า โลกนี้ถูกปกครองโดยมารซาตาน มันอยู่มาก่อนเรานานมากแล้ว ตั้งแต่ที่พระเจ้าไล่ ลูซิเฟอร์และบรรดาฑูตสวรรค์ที่ไม่กลับใจใหม่ ให้มาอยู่บนโลกก่อนที่พะองค์จะทำการพิพากษาพวกมัน         และเราเองเมื่อเราได้อยู่ในพระเยซูคริสต์แล้ว เราก็ได้ย้ายจากโลกฝ่ายวิญญาณด้านมืดมาสู่ในโลกของความสว่างทันที และแน่นอนว่า เมื่อมันรู้ว่าเราอยู่ในโลกของความสว่างแล้ว มันก็ต้องพยายามทุกทางเพื่อที่จะนำวิญญาณจิตของเรากลับไปลงนรกนิรันดร์กับมันให้ได้         มารซาตานอาจได้เปรียบเราในตอนนี้ เพราะมันควบคุมโลกนี้อยู่ แต่เราเองก็คือสิ่งที่พระบิดาประทานให้เพื่อให้เรามีชัยชนะเหนือมารซาตานเมื่อเราต้องอยู่บนโลกนี้นั่น ชีวิตแห่งการอธิษฐาน และมากกว่านั้นพระองค์ยังให้พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในเราด้วยเพื่อจะช่วยเหลือเราทุก ๆ เรื่องและปลอบประโลมและนำวิญญาณจิตของเราให้มีชัยเหนือทุกสิ่งได้    ‘จงควบคุมตัวเอง จงระวังระไวให้ดี ศัตรูของพวกท่านคือมาร ดุจสิงโตคำรามเดินวนเวียนเที่ยวเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้ ‘ 1 เปโตร 5:8 https://www.bible.com/bible/174/1PE.5.8       …

มีคนจ้องเล่นงานเราอยู่ Read More »

จงละความกังวลใจไว้กับพระบิดา

จงละความกังวลใจไว้กับพระบิดา       ในแต่ละวันของชีวิตเรา เราอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่าง  ๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่ใจเราคาดหวังไว้ แม้ในหลายๆ ครั้ง เราก็พยายามที่จะวางแผนต่าง  ๆ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น แต่เมื่อเราเจอสถานการณ์เข้าจริงแล้ว เรากลับพบว่า เราไม่อาจรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นได้อย่างดีพอ นั่นทำให้เราท้อแท้ หรือถอดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น      ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ เราบอกว่าเราเป็นคนหนึ่งที่เข้มแข็ง มั่นคงในการเดินติดตามพระเจ้า พระเยซูที่รักของเรา แต่เมื่อเราเผชิญกับบางเหตุการณ์เรากลับ ถอดใจอย่างไม่เป็นท่า  ไม่ใช่ความผิดหรือความอ่อนแอของเราซะทีเดียว อันที่จริงแล้ว พระวจนะของพระเจ้าได้กล่าวเอาไว้แล้ว่า ในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับความทุกข์ ตามแต่ที่พระองค์มีเมตตา อนุญาตให้เกิดขึ้น    ‘“เพราะฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้ก็มีเรื่องกระวนกระวายของมันเอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว’ มัทธิว 6:34 https://www.bible.com/bible/174/MAT.6.34        ดังนั้น สิ่งเราต้องรู้ก่อนก็คือ แต่ละวันก็มีเรื่องที่ต้องให้กระวนกระวายใจอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำเพื่อจะรับมือต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ นั่นคือการแสวงหาพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน  พระบิดาเองสัญญาจะเพิ่มเติม สิ่งจำเป็นที่เหลือสำหรับการผ่านชีวิตในแต่ละวันไปได้ เราต้องพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผุ้ที่เป็นผู้ช่วย ( …

จงละความกังวลใจไว้กับพระบิดา Read More »