พระเจ้าใช้เราต่างกันตามของประทานและตะลันที่พระองค์ได้ประทานให้

intimacy Wednesday 6 February 2019 และจากคนสำคัญบางคนที่ยังอยู่ (เขาจะเคยเป็นอะไรมาก่อน ก็ไม่สำคัญอะไรสำหรับข้าพเจ้าเลย พระเจ้าไม่ทรงเห็นแก่หน้าใคร) คนสำคัญเหล่านั้นไม่ได้เพิ่มเติมสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แก่ข้าพเจ้าเลย 7แต่ตรงข้าม เมื่อเขาทั้งหลายเห็นว่า ข้าพเจ้าได้รับมอบให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนเหล่านั้นที่ไม่ได้เข้าสุหนัต เช่นเดียวกับเปโตรได้รับมอบให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนที่ได้เข้าสุหนัต 8(เพราะว่าพระองค์ผู้ได้ทรงทำกิจในเปโตรให้เป็นอัครทูตไปยังพวกที่เข้าสุหนัต ก็ได้ทรงทำกิจในข้าพเจ้าให้ไปยังคนต่างชาติเหมือนกัน) กท.2:6-8 พระเจ้าใช้เราต่างกันตามของประทานและตะลันที่พระองค์ได้ประทานให้ เช่นเดียวกับ อาจารย์เปาโลและเปโตร ที่พระเจ้า ได้มีแผนการให้กับท่านทั้งสองอย่างชัดเจน แต่ละคนมีสิ่งที่เราสามารถขับเคลื่อนงานของพระเจ้าได้ เราต้องทำหน้าที่ของเราอย่างซื่อสัตย์เพื่อพระองค์จะได้รับเกียรติ เมื่อเรารับผิดชอบสิ่งที่พระเจ้ามอบให้อย่างดีที่สุดแล้ว งานของพระองค์ก็จะเคลื่อนออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และพระเกียรติจะเป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว

แต่เราไม่‍ได้ยอมอ่อน‍ข้อให้กับพวก‍เขาแม้ชั่วประ‌เดี๋ยวเดียว

Intimacy Tuesday 5 February 2019 แต่เราไม่‍ได้ยอมอ่อน‍ข้อให้กับพวก‍เขาแม้ชั่วประ‌เดี๋ยวเดียว เพื่อให้ความจริงของข่าว‍ประ‌เสริฐนั้นดำรงอยู่กับท่าน‍ทั้ง‍หลายต่อ‍ไป กาลาเทีย 2:5 THSV11 https://bible.com/bible/174/gal.2.5.THSV11 การยืนหยัดในความเชื่อพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก เราต้องรักษาความเชื่อของเราและปกป้อง ฝูงแกะของพระเจ้าไม่ให้หลงไปจากความจริงที่ถูกบิดเบือนนี้ การยืนหยัดในความเชื่ออาจทำให้คนเข้าใจปิดหรือไม่พอใจเราก็เป็นได้ ดังนั้นเราต้องรักษาใจและพึ่งพากำลังและสติปัญญาจากพระเจ้า ถ้าเราปล่อยให้ความเชื่อที่ผิดๆ เข้ามาในคริสตจักรโดยไม่จัดการ ผลร้ายจะเกิดขึ้นตามมา อย่างน่าตกใจ เราต้องอธิษฐานขอพระเจ้าเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเรา อย่างที่สุด อาเมน

เราทั้งหลายมีเสรีภาพแท้ในพระเยซู

Intimacy Monday 4 February 2019 ถึงแม้ทิตัสซึ่งอยู่กับข้าพเจ้าจะเป็นคนกรีก เขาก็ไม่ได้ถูกบังคับให้เข้าสุหนัต 4แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะว่ามีพี่น้องจอมปลอมลอบเข้ามาสอดแนมดูเสรีภาพซึ่งเรามีในพระเยซูคริสต์ พวกเขาหวังจะทำให้เราเป็นทาส 5แต่เราไม่ได้ยอมอ่อนข้อให้กับพวกเขาแม้ชั่วประเดี๋ยวเดียว เพื่อให้ความจริงของข่าวประเสริฐนั้นดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายต่อไป กท.2 : 3-4 เราทั้งหลายมีเสรีภาพแท้ในพระเยซู เราไม่ต้องอยู่ใต้อาณัติของธรรมบัญญัติอีกต่อไป เราจึงขอบพระคุณพระเจ้าได้ในทุกกรณี มารซาตานยังคอยพยายามที่จะเล่นงานผู้เชื่อ ให้พลาดพลั้งล้มลงและทิ้งทางพระเจ้าไป มันคอยล่อลวงด้วยคำสอนผิด และบิดเบือนคำสอนเพื่อให้คนหลงผิด เราต้องขอพระวิญญาณช่วยให้เราผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้และพระคุณของพระองค์ที่จะครอบครองเรา เราต้องยึดมั่นในพระวจนะและขอสติปัญญาที่จะไม่ตีความตามความต้องการของตัวเอง แต่ให้เป็นมาจากพระเจ้า

อาจารย์เปาโลเป็นแบบอย่างในการปรนนิบัติพระเจ้า อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

intimacy Sunday 3 February 2019 1สิบสี่ปีต่อมา ข้าพเจ้ากับบารนาบัสได้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มอีกและพาทิตัสไปด้วย 2ข้าพเจ้าขึ้นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้เล่าข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าประกาศแก่คนต่างชาติให้พวกเขาฟัง (แต่ได้เล่าให้คนสำคัญบางคนฟังเป็นส่วนตัว) เกรงว่าข้าพเจ้าอาจจะวิ่งแข่งหรือวิ่งอย่างไร้ประโยชน์     กท.2:1-2 อาจารย์เปาโลเป็นแบบอย่างในการปรนนิบัติพระเจ้า อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ท่านทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ในการประกาศข่าวประเสริฐในทุกที่ที่ท่านไป อาจารย์ได้นำทีมงานติดตามท่านไปเพื่อปรนนิบัติและเสริมสร้างพี่น้องในคริสตจักรต่าง  ๆด้วย เป็นการสร้างชีวิตคนได้เป็นอย่างดี พระเจ้าเจาะจงใช้อาจารย์เปาโลในการประกาศแก่คนต่างชาติ และท่านทำอย่างสุดกำลัง พระเจ้าให้อะไร สิ่งใดแก่เรารับผิดชอบ ให้เราทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ที่สุด และถวายเกียรติทั้งหมดแด่พระเจ้า

อาจารย์เปาโลกระตือรือร้นที่จะปรนนิบัติพระเจ้าและประกาศข่าวประเสริฐ

Intimacy Saturday 2 February 2019 กท.1:18-24 อาจารย์เปาโลกระตือรือร้นที่จะปรนนิบัติพระเจ้าและประกาศข่าวประเสริฐของ พระเยซูคริสต์ และท่านได้เดินทางเพื่อทำพระราชกิจของพระองค์ เวลาเพียงไม่นานอาจารย์เปาโลได้เดินทางและ ผู้เชื่อหลายคนมิได้รู้จักท่าน  แต่รู้ว่าท่านเคยเป็นผู้ข่มเหง และคำสรรเสริญพระเจ้าก็เกิดขึ้น ชีวิตที่รับการเปลี่ยนแปลง ก็สามารถเป็นพรต่อคนได้จำนวนมาก พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่นำการเปลี่ยนแปลงมาถึงชีวิตเรา และเราเองก็จะไม่เป็นเหมือนเดิม

เชื้อของพวกฟาริสี สะดูดี

เชื้อของพวกฟาริสี สะดูดี ในช่วงนั้นมีฝูงชนนับเป็นพันๆ ชุมนุมเบียดเสียดกันอยู่ พระเยซูทรงเริ่มตรัสกับบรรดาสาวกของพระองค์ก่อนว่า “ท่านทั้งหลายจงระวังเชื้อของพวกฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคด 2แต่ไม่มีอะไรที่ปิดบังไว้ที่จะไม่เปิดเผย หรือความลับที่จะไม่เผยให้ประจักษ์ 3ถ้าอย่างนั้น สิ่งสารพัดซึ่งท่านทั้งหลายกล่าวในที่มืดจะได้ยินในที่แจ้ง และซึ่งกระซิบในหูที่ห้องส่วนตัวจะประกาศบนดาดฟ้าหลังคาบ้าน ลก12:1 พระเยซูกล่าวถึงให้เราทั้งหลายระมัดระวังชีวิตของเราเพื่อไม่ให้เรา มีชีวิตที่เป็นเหมือนฟาริสีและสะดูสี พระเยซูได้เปรียบเทียบชีวิตของฟาริสีแลสะดูสี ที่มีสิ่งที่เหมือนกันคือ เป็นคนหน้าซื่อใจคด มีท่าทีภายในใจที่ไม่ถูกต้อง เป็นคนที่พูดอย่างทำอีกอย่าง    ชีวิตของฟาริสีและสะดูสี เป็นชีวิตที่ดูภายนอกดูดี และพยายามที่จะแสดงตัวเองให้เป็นเหมือนคนของพระเจ้า พยายามที่จะรักษาพระบัญญัติอย่างเคร่งครัด ชอบอวดตัวต่อหน้าสาธารณะเพื่อให้คนอื่นดูต่ำกว่า และพวกเขาจะคอยดูถูกคนอื่น อยู่เสมอและคิดแบบผิด ๆ ว่าสิ่งที่พวกเขาทำเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว    เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตของฟาริสีและสะดูสี สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยพระเจ้า พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่พยายามจะฆ่าพระเยซู ด้วยการตรึงกางเขน   เราเองจำเป็นต้องคอยสำรวจชีวิตเราอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ชีวิตเรามีเชื้อฟาริสีและสะดูสีภายในใจของเรา เราต้อง อธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เรามีกำลังที่จะรักษาใจของเราให้อยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  อย่างที่พระเยซูได้บอกไว้ เมื่อมีเชื้อเพียงนิดเดียว มันก็จะทำให้แป้งฟูได้ เช่นเดียวกัน เราต้องไม่เก็บเชื้อร้ายใด ๆ ไว้   อีกเรื่องที่สำคัญก็คือการไม่ให้ใจของเราพิพากษาคนอื่น หรือดูถูกคนอื่น ไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไร พระเจ้ายังรักเขาอย่างที่เขาเป็นและพระองค์มีเวลาที่ปรับปรุงแก้ไข และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา หน้าที่เราคือเราต้องซื่อสัตย์ต่อพระองค์ และรักษาใจของเราต่อพระองค์เอาไว้ พระองค์รักเรามากและปรารถนาจะนำเราห่างไกลจากเชื้อร้ายฟาริสีและสะดูสี    ( อ่านเพิ่ม มธ 16 :5-12 )

7 สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตการอดอาหาร

7 สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตการอดอาหาร ผมขอหยิบยกเรื่องราวการอดอาหารจากหนังสือที่เขียนโดย ไมค์ บิคเคิล ผู้ก่อตั้ง IHOP-KC ( International House Of Prayer – Kansas City )  ซึ่งเป็นอันตรายที่ควระมัดระวังสำหรับชีวิตการอดอาหารของคริสเตียน ผมสรุปมาเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ได้จดจำง่ายและนำไปใช้ต่อไป การหลอกลวงและหลักคำสอนของมารซาตาน เพราะว่าคนพวกนั้นเป็นอัครทูตปลอม เป็นคนงานที่หลอกลวง พวกที่ปลอมตัวเป็นอัครทูตของพระคริสต์ 2 โครินธ์ 11:13 ไมค์ บิคเคิลกล่าวว่า การอดอาหารเป็นเหมือนระเบิดไดนาโม คือมีพลังมหาศาลสามาถใช้ในทางดีหรือชั่วก็ได้ ผลที่เกิดขึ้นในฝ่ายวิญญาณก็มีพลังเสมอไม่เคยเป็นกลาง นี่เป็นจุดสำคัญสูงสุดเพราะศัตรูต้องการให้เราหลงไปในความมืดโดยไม่รู้ตัว และก่อนที่ พระเยซูจะเสด็จกลับมา การล่อลวงก็จะมีมาอย่างมาก  เราต้องระวัง เป็นพิเศษในระหว่างอดอาหารและพยายามเน้นความสินทสนมกับพระเยซูเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นการติดต่อกับพระกายของพระคริสต์ด้วย และต้องแช่อยู่ในพระวจนะของพระเจ้าเป็นสองเท่า และยินดีเปิดใจให้ผู้มีสิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณตักเตือนเราได้ด้วย   การแยกตัว อันตรายทีสองนี้ก็น่ากลัวเช่นกัน คือการแยกตัวซึ่งคนที่อดอาหารเป็นประจำจะหลงไปได้ง่ายเมื่อแยกตัวออกจากพระกายของพระคริสต์ การอดอาหารต้องควบคู่ไปกับการถ่อมใจมก ๆ และพึ่งพิงซึ่งกันและกันอย่างชอบธรรมเพื่อรักษาตัวเองไว้จากความคิดผิด ๆ เพราะเราก็ยังไม่ได้สมบูรณ์ในตัวเองยังตต้องการการเสริมสร้างกันและกัน   อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์เรียกร้องให้เราดำเนินชีวิตด้วยการอดอาหารเพราะนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้พระบัญญัติ 2 ข้อใหญ่สำเร็จ นั่นคือรักพระเจ้าและรักคนอื่น …

7 สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตการอดอาหาร Read More »

เมื่อเรามองตัวเราเองน้อยลง เราก็มองไปที่พระเจ้ามากขึ้น

intimacy Friday 1 February 2019 18ขอให้ตาใจของพวกท่านสว่างขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่าพระองค์ประทานความหวังอะไรแก่ท่านในการทรงเรียกพวกท่านนั้น และรู้ว่ามรดกที่มีศักดิ์ศรีของพระองค์สำหรับพวกธรรมิกชนนั้นบริบูรณ์เพียงไร กท.1: 18 เมื่อเรามองตัวเราเองน้อยลง เราก็มองไปที่พระเจ้ามากขึ้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ จะช่วยให้เรามีชัยชนะเหนือตัวเราและเพ่งความสนใจทั้งสิ้นไปที่ พระองค๋ ยิ่งเราเข้าใจการทรงเรียกที่ชัดเจนที่มาจากพระองค์ในชีวิต เราจะยิ่งเต็มล้นด้วยความหวังใจ และมั่นใจในการทรงนำของพระองค์มากยิ่งขึ้น และมากกว่านั้น พระบิดาจะประทานมรดกที่พระองค์จะให้แก่เราทั้งหลายผู้เป็นธรรมิกชนของพระองค์ มันจะบริบูรณ์ในชีวิตของเรา และนำให้เราไปถึงพระทัยอันอุดมของพระองค์ ลูกขอบคุณพระเมตตาคุณของพระองค์ ในชีวิตลูก โปรดนำทางด้วยพระคุณและความรักจากพระองค์ ด้วย

พระเจ้าพูดกับเราผ่านพระวจนะ

พระเจ้าพูดกับเราผ่านพระวจนะ การฟังเสียงพระเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตคริสเตียนและการเข้าใจลักษณะวิธีการพูดของพระองค์ผ่านพระคัมภีร์ก็จะยิ่งทำให้เราเห็นภาพชัดมากขี้นและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตเราต่อไปได้ พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระยาเวห์ลงมา ด้วยท่ามกลางเพลิง เมฆและความมืดครึ้มหนาทึบและที่ภูเขา ในขณะที่โมเสสและเหล่าผู้ใหญ่ของอิสราเอลกำลังรอคอยพระองค์ พวกเขาได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผ่านธรรมชาติเหล่านั้นที่พระยาเวห์ได้ประทับ และจากนั้น พระองค์ก็ได้กล่าวบัญญัติทั้งสิบประการต่อพวกเขา และได้บันทึกลงไปศิลาจารึก ในพันธสัญญาเดิม เราจะเห็นว่า พระเจ้าเลือกที่จะพูดกับบางคนเท่านั้นที่พระองค์ได้ตั้งเขาเอาไว้ทำหน้าที่ แทนพระองค์และเป็นกระบอกเสียงของพระองค์ในการกล่าวถ้อยคำของพระเจ้าไปถึงชนชาติอิสราเอล ดังนั้นพระองค์ ให้ความสำคัญว่าใครที่จะเป็นกระบอกเสียงนั้น และในช่วงเวลานี้ ก็คือโมเสสและผู้ใหญ่ของอิสราเอล “พระยาห์เวห์ได้ตรัสพระวจนะเหล่านี้ด้วยพระสุรเสียงกึกก้องแก่ชุมนุมชนทั้งหมดของพวกท่านที่ภูเขา ออกมาจากท่ามกลางเพลิง เมฆ และความมืดครึ้มหนาทึบ และไม่ได้ทรงเพิ่มเติมสิ่งใดอีก แล้วพระองค์ทรงจารึกลงบนแผ่นศิลาสองแผ่นและประทานแก่ข้าพเจ้า  เฉลยธรรมบัญญัติ 5:22 สิ่งที่น่าสนใจคือพระยาเวห์ได้พูดกับพวกเขาอย่างชัดเจน ซึ่งคงมีไม่กี่เหตุการณ์ที่พระองค์จะได้พูดกับคนมากขนาดนี้ เสียงของพระองค์กึกก้องและทำให้พวกเขายำเกรงในความยิ่งใหญ่ของพระองค์  เสียงของพระองค์นั้นได้กลายเป็นพระบัญญัติสิบประการผ่านพระวจนะที่เราได้อ่านอยู่นี้ เช่นกัน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ในเราแล้ว เราเองก็สามารถฟังเสียงของพระองค์ได้ เมื่อเราอ่านพระวจนะ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่พระองค์อยากให้เราได้เรียนรู้ หลายอย่างเป็นพระสัญญาของพระองค์ เป็นข้อห้าม ถ้อยคำของพระองค์จะวิ่งเข้ามาในวิญญาณจิตของเรา และพระวิญญาณบริสุทธิ์ในเราจะช่วยนำการเปลี่ยนแปลงมาถึงชีวิตของเรา มันจึงจำเป็นอย่างมากที่เราต้องอ่านพระวจนะของพระองค์ ทุกวัน เพื่อย้ำพระสัญญา และเสียงของพระองค์ที่ได้พูดกับคนของพระองค์และพูดมาถึงเราด้วย ทุกคำในพระวจนะจึงมีความสำคัญต่อจิตวิญญาณเราอย่างมาก เสียงพระองค์ก็จะวิ่งเข้ามาถึงเราด้วย และในหลายเหตุการณ์ เมื่อเราเจอกับสถานการณ์ที่พระองค์ นำเข้ามา และเมื่อเราได้อ่านพระวจนะในช่วงเวลานั้น พระคำของพระองค์ก็นำการเปิดเผยสำแดงบางอย่างมาถึงเราด้วย ทำให้เรามีทิศทาง กำลังใจ และรับพระคุณของพระองค์เข้ามาในชีวิตด้วย  อย่าลืมสะสมพระคำพระเจ้า ทุก …

พระเจ้าพูดกับเราผ่านพระวจนะ Read More »

พระเจ้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์อำนาจสูงสุด

intimacy Thursday 31 January 2019 15แต่เมื่อพระเจ้า ผู้ทรงแยกข้าพเจ้าไว้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาและได้ทรงเรียกใช้ข้าพเจ้าโดยพระคุณของพระองค์นั้น พอพระทัย 16ที่จะทรงสำแดงพระบุตรของพระองค์แก่ข้าพเจ้า เพื่อให้ข้าพเจ้าประกาศพระบุตรแก่คนต่างชาตินั้น ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ปรึกษากับมนุษย์คนใดเลย 17และข้าพเจ้าก็ไม่ได้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อพบกับผู้ที่เป็นอัครทูตก่อนข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าได้ออกไปยังประเทศอาระเบียทันที แล้วก็กลับมายังกรุงดามัสกัสอีก   กท1 : 15-17 ที่สุดแล้ว พระวจนะก็ทำให้เราได้รู้และตระหนักว่า พระเจ้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์อำนาจสูงสุด ที่จะเลือกใคร แน่นอนว่าเราเป็นคนตอบสนอง พระองค์ พระเจ้าได้เลือกอาจารย์เปาโลตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เราจึงขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ได้เลือกเราและทำให้จิตใจของเราตอบสนองการทรงเรียกนี้ พระบิดาสำแดงพระเยซู แก่เราเป็นการส่วนตัวและการตอบสนองต่อพระคุณของพระเจ้าเมื่อเรารับเชื่อวางใจในพระเยซูก็ต่างกัน เมื่ออาจารย์เปาโล พบพระเยซู ท่านก็ตอบสนองทันทีโดยไม่รีรอ เพราะท่านรู้ความจริงของโลกนี้ทั้งหมดแล้ว ยื่งเราตอบสนองพระเยซู ได้ไวเท่าไร เราก็ได้ประโยชน์เพื่อตัวเรามากเท่านั้น ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ ช่วยให้เราตอบสนองไวที่สุดในทุก กรณี อาเมน

ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาดทำบาป

intimacy Wednesday 30 January 2019 13เพราะว่าท่านก็ได้ยินถึงชีวิตในอดีตของข้าพเจ้า เมื่อยังอยู่ในศาสนายิวว่า ข้าพเจ้าได้ข่มเหงคริสตจักรของพระเจ้าอย่างร้ายแรงยิ่งนัก และพยายามทำลายเสีย 14และข้าพเจ้าได้ก้าวหน้าในด้านศาสนายิวเหนือกว่าเพื่อนร่วมชาติหลายคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ข้าพเจ้ามีความกระตือรือร้นกว่าในเรื่องขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า กท.1:13-14 * ชีวิตในอดีตของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน และอาจเลวร้ายมากมายอย่างที่เราก็รู้ตัวเราเองดี ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาดทำบาป และนั่นเองเป็นเหตุผลที่ทำให้เราหันกลับมาหาพระเยซู * อาจารย์เปาโลก็เช่นกัน ท่านเป็นผู้ที่มีชีวิตข่มเหงคริสเตียนมาตลอด และท่านเองก็โดดเด่นกว่าใคร ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกับท่าน และแน่นอนว่าพระเจ้าเลือกท่านมาเพื่อการนี้ เป็นกิจที่ยิ่งใหญ่ที่พระองค์กระทำผ่านชีวิตอาจารย์เปาโล * เราเองก็เช่นกัน มีความไม่สมบูรณ์อยู่มากมาย แต่เราก็ได้พระเมตตาคุณของพระเยซู ที่ทำให้เรามีชีวิต และพระองค์รักเรามาก ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระเยซู

ข่าวประเสริฐที่ประกาศโดยข้าพเจ้านั้นไม่ใช่ของมนุษย์

Intimacy Tuesday 29 January 2019 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทราบว่า ข่าวประเสริฐที่ประกาศโดยข้าพเจ้านั้นไม่ใช่ของมนุษย์ 12เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ได้รับข่าวประเสริฐนั้นจากมนุษย์ ไม่มีใครสอนข้าพเจ้า แต่พระเยซูคริสต์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้า กท1:11-12 * ข่าวประเสริฐมาจากพระเยซู ที่พระองค์ มาไถ่บาปเรา ข่าวประเสริฐจึงมีฤทธิ์อำนาจในการประกาศพระเยซูคริสต์ * เราแต่ละคนมีประสบการณ์กับพระเยซู ส่วนตัว เราจึงเล่าข่าวประเสริฐ ด้วยการเป็นพยานถึงความรัก ความเมตตา การช่วยกู้ และอื่น ๆ ที่พระองค์ได้ทำต่อชีวิตของเราอย่างเจาะจง * เรามีประสบการณ์โดยตรงกับพระองค์ เราจึงมั่นใจในทุก ๆคำที่เราเล่าออกไป * อาจารย์เปาโลก็เช่นกัน ท่านได้รับประสบการณ์ท่ีพิเศษมากจากพระเยซูคริสต์ โดยตรง และพระองค์ ก็ใช้ชีวิตของท่านมากจริง ๆ * ขอโปรดให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ ช่วยให้เรามีกำลังในการทำพระราชกิจของพระองค์ ให้สำเร็จตามน้ำพระทัยของพระองค์ ด้วย อาเมน