ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงลุกขึ้นเถิด ให้ศัตรูทั้งหลายของพระองค์กระจัดกระจายไป

35ต่อมาเมื่อหีบยกออกเดินเมื่อไร โมเสสกราบทูลว่า “ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงลุกขึ้นเถิด ให้ศัตรูทั้งหลายของพระองค์กระจัดกระจายไป ให้ผู้ที่ชังพระองค์หลีกหนีพระองค์ไป” 36เมื่อหีบยับยั้งท่านกราบทูลว่า “โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอเสด็จกลับมาสู่คนอิสราเอลที่นับเป็นพันๆเถิด” กดว 10:35-36 เมื่อเราต้องดำเนินชีวิต ต่อสู้ในฝ่ายวิญญาณ เพื่อขยายเขตแดนฝ่ายวิญญาณและให้อาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่ มารซาตานจะคอยขัดขวางทุกทางเพื่อไม่ให้เราทำสำเร็จ และพระบิดาสัญญากับเรา ว่าพระองค์เป็นธงชัยแก่เราและจะนำเราไปถึงความสำเร็จทั้งปวง พระองค์จะเปิดทางทุกอย่างเพื่อให้งานของพระองค์ในมือของเราสำเร็จ ดังที่ โมเสสได้อธิษฐานขอให้ศัตรูพระองค์กระจัดกระจายไป เราอยู่ในสงครามฝ่ายวิญญาณนับตั้งแต่เราได้มารู้จักกับพระคริสต์ ดังนั้นการต่อสู้ฝ่ายวิญญาณจะคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เราต้องพึ่งพาฤทธิ์อำนาจพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พระองค์เสริมเรี่ยวแรงกำลังให้แก่เรา

วันนี้ยังเป็นวันอัศจรรย์ของเราอยู่ไหม

วันนี้ยังเป็นวันอัศจรรย์ของเราอยู่ไหม ท่ามกลางความวุ่นวายต่าง ๆ และภาระที่เราต้องแบกรับนับเรื่องแทบไม่ไหว หลายสิ่งก็อาจทำให้เราเหนื่อยอ่อน อ่อนแอ หรืออาจทำให้เราท้อแท้ใจในการดำเนินชีวิตอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องมั่นใจได้คือ พระบิดาผู้อยู่ในฟ้าสวรรค์กำลังเพ่งมองมาที่เราและเชื่อแน่ว่าพระองค์เปรมปรีดิ์กับชีวิตเรา เพราะพระองค์รักเรา และกำลังนำสิ่งดีมากมายบนโลกนี้มาให้แก่เรา   เราต้องรู้และต้องตระหนักก่อนว่าเราดำเนินชีวิตอยู่บนโลกเพื่อวัตถุประสงค์ใด และเราจะรู้ว่านี่เป็นอัศจรรย์ในแต่ละวันที่พระบิดาโปรดให้เรามีลมหายใจอยู่ อัศจรรย์ที่พระเจ้ารักอย่างที่เราเป็น เราเคยได้คิดไหมว่า ทุกเช้าวันใหม่ที่เราตื่นขึ้นและเรายังมีลมหายใจอยู่ นับว่าเป็นพระเมตตาคุณที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่เรา เป็นดังของขวัญล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่ง พระองค์ไม่ได้มองเลยว่า เมื่อวานนี้ชีวิตเราจะล้มเหลวแค่ไหน หรือเราทำให้พระองค์เสียพระทัยมากอย่างไร เราเองอาจจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการอธิษฐาน สารภาพความบาป และเมื่อหัวเราถึงหมอนและหลับตาลง ร่างกาย เราได้พักผ่อน เมื่อเราตื่นขึ้น ทุกอย่างก็เหมือนกับการเริ่มต้นวันใหม่   ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร ทุกเช้าวันใหม่ที่เรามีลมหายใจ นับได้ว่าเป็นอัศจรรย์ที่พระเจ้าที่รักเราอย่างมาก ได้มอบให้แก่เราเป็นดังของขวัญ ให้เราได้สู้ในวันใหม่ ด้วยพระคุณความรักของพระองค์ และกำลังในพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระธรรม โรม 5:8 กล่าวว่า “ แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา”   ชีวิตของ พระเยซู และพระโลหิตของพระองค์ ที่หลั่งออกเพื่อชำระความบาปสิ้นของเรานั้น ก็สมบูรณ์เป็นพระคุณอันเหลือล้นให้กับชีวิตที่เล็กน้อยของเรา  เรามีคุณค่ามากในสายตาของพระองค์เสมอไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร   ในพระธรรม 1 …

วันนี้ยังเป็นวันอัศจรรย์ของเราอยู่ไหม Read More »

คำอธิษฐานเผื่อผู้เชื่อ จากพระธรรมกันดารวิถี

24‘ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่าน และพิทักษ์รักษาท่าน 25ขอพระยาห์เวห์ทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงแก่ท่าน และทรงพระกรุณาท่าน 26ขอพระยาห์เวห์เงยพระพักตร์ของพระองค์ต่อท่าน และประทานสวัสดิภาพแก่ท่าน’ 27“ดังนั้นแหละพวกเขาจะประทับนามของเราเหนือคนอิสราเอล และเราจะอวยพรเขาทั้งหลาย”  กดว 6:24-27 คำอธิษฐานของโมเสส ทำให้เราเห็นว่า เราก็สามารถที่จะอธิษฐานเผื่อ พี่น้อง ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ในหลายเรื่อง เช่น อธิษฐานอวยพรพี่น้องและขอการปกป้อง ให้พระสิริพระเจ้าทอแสง อยู่เหนือชีวิตของผู้เชื่อ และรับพระคุณและตระหนักในพระคุณของพระเยซูคริสต์อยู่เสมอ ขอพระบิดาประทานสันติสุขให้แก่พี่น้อง ผู้เชื่อ อย่างน้อยหลายประเด็นเหล่านี้ทำให้เรา ตระหนักในคำอธิษฐานเผื่อผู้รับใช้และผู้เชื่อในพระคริสต์ เพื่อการปกป้องและการนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เช่นกัน

ฝ่ายโมเสสเฝ้าพระเจ้าอยู่ที่นั่นสี่สิบวันสี่สิบคืน มิได้รับประทานอาหารหรือน้ำเลย

“ฝ่ายโมเสสเฝ้าพระเจ้าอยู่ที่นั่นสี่สิบวันสี่สิบคืน มิได้รับประทานอาหารหรือน้ำเลย และท่านจารึกคำพันธสัญญาไว้ที่แผ่นศิลา คือพระบัญญัติสิบประการ” ‭‭อพยพ‬ ‭34:28‬ ‭TH1971‬‬ https://www.bible.com/275/exo.34.28.th1971 การแสวงหาพระเจ้า อยู่กับพระองค์ ด้วยการใช้เวลาในการ อดอาหารอธิษฐาน เป็นการควบคุม การงานของเนื้อหนัง อย่างเต็มที่และจดจ่อในฝ่ายวิญญาณ ด้วยเต็มกำลัง ยิ่งเนื้อหนังถูกงานพระวิญญาณควบคุม จะนำให้ชีวิตเรา อยู่ในพระทัยของพระองค์ได้มาก และจะดำเนินการชีวิตในอนาคตได้ อย่างเห็นภาพที่ชัดมากขึ้น

โมเสสก็ไม่ทราบว่าผิวหน้าของตนทอแสงเนื่องจากท่านได้สนทนากับพระเจ้า

29ต่อมาโมเสสลงมาจากภูเขาซีนาย มีแผ่นพระโอวาทสองแผ่นในมือของท่านด้วยขณะที่ลงมาจากภูเขานั้น โมเสสก็ไม่ทราบว่าผิวหน้าของตนทอแสงเนื่องจากท่านได้สนทนากับพระเจ้า อพย 34:29 ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพระเจ้า ผู้ที่สนิทสนมกับพระวิญญาณ จะสะท้อนชีวิตที่มีพระสิริของพระองค์ออกมาให้คนอื่นได้เห็นได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ภาพเดียวกับที่โมเสสได้รับ ทางด้านกายภาพ แต่เมื่อเราสนิทสนมฝ่ายวิญญาณกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ ชีวิตเราจะเป็นเช่นนั้น คือสะท้อนพระสิริของพระเจ้า คนอื่นจะสัมผัสได้ และเห็นฤทธิ์เดชที่ทำงานผ่านชีวิตของเรา จะเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเมื่อเรามีชีวิตที่เต็มไปด้วยพระสิริที่พระองค์จะประทานให้ ผ่านชีวิตที่แสวงหา ใกล้ชิด สนิทสนมกับพระองค์อย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ เวลา

นี่แน่ะ เราจะทำพันธสัญญา เราจะทำการอัศจรรย์ต่อหน้าประชากรทั้งสิ้นของเจ้า

10แล้วพระองค์ตรัสว่า “นี่แน่ะ เราจะทำพันธสัญญา เราจะทำการอัศจรรย์ต่อหน้าประชากรทั้งสิ้นของเจ้า ซึ่งไม่เคยมีใครทำในทั่วพิภพและในประชาชาติทั้งสิ้น ประชาชนทั้งหมดซึ่งเจ้าอยู่ท่ามกลางเขานั้น จะได้เห็นราชกิจของพระยาห์เวห์ เพราะสิ่งที่เราจะทำต่อเจ้านั้นจะเป็นสิ่งที่น่าเกรงขาม อพย 34:10 พระเจ้าได้ทำพันธสัญญากับโมเสสและชนชาติอิสราเอล และพระองค์ได้ทำตามสัญญานั้น ในการขจัดศัตรูที่อยุ่ในดินแดนที่พระองค์สัญญาให้กับพวกเขา ให้หมดไป ตราบที่พวกเขาเชื่อฟังพระองค์ พระเจ้าได้ทำพันธสัญญากับเราเช่นกัน และพระองค์ได้ทำตามที่พระองค์ได้บอก อย่างต่อเนื่องและต่อไป เรามีหน้าที่รับพันธสัญญาที่พระองค์ให้กับเรา รักษาแลเชื่อในพระสัญญานี้ว่าพระองค์จะกระทำให้สำเร็จ พระวจนะได้กล่าวถึงพันธสัญญาของพระองค์ไว้อย่างมากมาย เมื่อเรารับพันธสัญญาและกระทำตามด้วยความเชื่อ เราจะประสบผลสำเร็จ อาเมน

โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าแม้ข้าพระองค์ได้รับพระกรุณาในสายพระเนตรของพระองค์ ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์

8ฝ่ายโมเสสจึงรีบกราบลงที่พื้นดินนมัสการ 9แล้วทูลว่า “โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าแม้ข้าพระองค์ได้รับพระกรุณาในสายพระเนตรของพระองค์ ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์โปรดเสด็จไปท่ามกลางพวกข้าพระองค์เพราะเป็นชนชาติคอแข็งดื้อดึง และขอทรงโปรดยกโทษความชั่วช้าและความบาปของพวกข้าพระองค์ และโปรดรับพวกข้าพระองค์เป็นมรดกของพระองค์ด้วย” อพย 34:8-9 การอธิษฐานวิงวอน เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตของผู้เชื่อ เมื่อเราอธิษฐานวิงวอนเผื่อ คนอื่น ๆ ที่เขาเองกำลังทุกข์ยากลำบาก หรือแม้แต่การอธิษฐานวิงวอน ขอการยกโทษความบาปแทน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการชำระความบาปแทนเขาได้ แต่เป็นการร้องทูลไปถึ งพระบิดาในฟ้าสวรรค์ ที่จะโปรดเมตตาและมีพระทัยต่อคนเหล่านั้น ดังเช่นที่ โมเสสได้อธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้า เมื่อเราใช้เวลากับพระเจ้า เราก็ต้องมีช่วงเวลาการอธิษฐานวิงวอนเผื่อคนอื่น หรือ เหตุการณ์สำคัญที่ต้องขอการช่วยเหลือจากพระเจ้าอย่างมาก เช่น การข่มเหงในพี่น้องคริสเตียนบางที่ บางแห่ง เป็นต้น

พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์ เป็นพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระกรุณาและพระคุณ

6แล้วพระยาห์เวห์เสด็จผ่านไปข้างหน้าท่าน ตรัสว่า “พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์ เป็นพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระกรุณาและพระคุณ พระองค์กริ้วช้า ทรงบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และความสัตย์จริง 7ผู้ทรงสำแดงความรักมั่นคงจนถึงพันๆ ชั่วอายุคน ผู้ประทานอภัยการล่วงละเมิด การทรยศและบาป แต่จะไม่ทรงละเว้นการลงโทษอย่างแน่นอน และทรงให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน อพย 34:6-7 พระคุณพระเจ้า ที่เต็มไปด้วยเมตตาคุณ โกรธช้าและอดทนนานกับชนชาติของพระองค์ นั่นคือลักษณะที่พระองค์เป็นมาตลอด มากกว่านั้น พระองค์ยังเต็มเปี่ยมไปด้วย พระคุณความรักอย่างมากมาย และบริบูรณ์เสมอในชีวิตของเรา พระองค์เป็นแบบนี้มาตลอด มาถึงชีวิตของเรา พระลักษณะของพระองค์ ที่เต็มเปีี่ยมด้วยความรัก และอดทนนานในความโกรธก็ยังมีมาถึงชีวิตเราเหมือนเดิม พระองค์ เมตตาอภัยทุกความบาปผิดของเราในทันทีเมื่อเรา สารภาพบาปต่อพระองค์ ขอบคุณสำหรับพระคุุณความรักมั่นคงของพระองค์

แล้วจงขึ้นมาบนภูเขาซีนายแต่เช้า จงคอยเฝ้าเราบนยอดภูเขานั้น

1พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงสกัดศิลาอีกสองแผ่นเหมือนเดิมแล้วเราจะจารึกคำเหมือนในแผ่นเก่าที่เจ้าทำแตกนั้นให้ 2จงเตรียมให้พร้อมเวลาเช้า แล้วจงขึ้นมาบนภูเขาซีนายแต่เช้า จงคอยเฝ้าเราบนยอดภูเขานั้น อพย 34 :1-2 พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ความเมตตาและให้โอกาสอยู่เสมอ พระองค์ไม่เคยจดจำความผิดเพราะรู้ว่า เรายังไม่สมบูรณ์ทุกเรื่อง แต่ต้องเข้ามาด้วยใจถ่อม พระเจ้าจารึกแผ่นศิลาให้แก่โมเสสอีกครั้งหลังจากที่โมเสสทำแตกเพราะบันดาลโทสะเรื่องการไหว้รูปเคารพวัวทองคำของอิสราเอล พระเจ้าไม่ได้โกรธท่านเรื่องนี้ แต่สั่งให้ท่านทำศิลาเพื่อพระองค์จะได้จารึกพระบัญญัติเอาไว้ให้อิสราเอล เราจึงไม่ต้องปรักปรำหรือฟ้องผิดตัวเอง อีกต่อไปเพราะเมื่อเราสารภาพบาป ความบาปนั้นก็หายไปในทันที เราต้องเชื่อในพระเมตตาคุณของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าจะเห็นหน้าของเราไม่ได้ เพราะมนุษย์เห็นหน้าเราแล้วจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้

20พระองค์จึงตรัสว่า “เจ้าจะเห็นหน้าของเราไม่ได้ เพราะมนุษย์เห็นหน้าเราแล้วจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้” 21พระยาห์เวห์ตรัสอีกว่า “ดูสิ มีที่แห่งหนึ่งอยู่ใกล้เรา เจ้าจงไปยืนอยู่บนศิลานั้น 22แล้วขณะเมื่อพระสิริของเรากำลังผ่านไป เราจะซ่อนเจ้าไว้ในซอกหิน และจะบังเจ้าไว้ด้วยมือเราจนกว่าเราจะผ่านไป อพย 33 : 20-22 โมเสส เห็นพระสิริของพระเจ้า ที่ผ่านท่านไป เพราะไม่สามารถมองหน้าพระเจ้าได้ เพียงแค่การได้เห็นพระสิริผ่านไปนั้น ก็ทำให้ท่าน มีพระสิริพระเจ้าติดตัวท่าน จนท่านต้องเอาผ้ามาปิดหน้า เพราะพระสิริได้มาถึงชีวิตของท่านและต้วท่านก็ได้ทอแสงพระสิริของพระองค์ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเมื่อเราจะได้สัมผัสและเห็นพระสิริของพระองค์ทอแสงมาถึงชีวิตเรา เมื่อเรามีชีวิตที่แสวงหาพระเจ้า ใกล้ชิดพระองค์ นมัสการ อยู่ในการทรงสถิตของพระองค์ ยิ่งเราใช้เวลากับพระองค์ มาก เราก็จะสัมผัสพระทัยพระองค์ เมื่อเราได้นมัสการพระองค์ เราจะสัมผัสพระสิริของพระองค์ เราต้องเชื่อเช่นนั้น และมีประสบการณ์อย่างที่โมเสสได้มีประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้

จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ

จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ พระบิดาปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐตามอย่างที่ พระเยซู เป็นแบบอย่างให้เราได้เห็นมาแล้ว พระองค์ให้พระวจนะแก่เราเพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิต และประพฤติตามพระวจนะนั้น และมากกว่านั้นพระองค์ได้ประทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์มาให้แก่เราทั้งหลายแล้ว เพื่อจะเป็นผู้ช่วยเราในการดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระบิดา พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในเราและพระองค์ประทับตราเราไว้ เป็นขอพระองค์แล้วเช่นกัน เอเฟซัส 1:13-14 ได้กล่าวว่า “ในพระองค์นั้น ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน และได้วางใจในพระองค์ ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์” เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยเต็มกำลังของเรา และพึ่งพาฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีความสัมพันธ์กับพระองค์ทุก ๆ วัน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่กำลังบอกว่า เรากำลังดำเนินในความภูมิใจของพระบิดา อย่ากลัวว่า เมื่อเราผิดพลาด ทำบาป ล้มลง ท้อแท้ หรือหมดแรงที่จะดำเนินชีวิตต่อ อาจจะด้วยภาระที่เราคิดว่าเข้ามามากกว่าที่เราจะรับไว้ได้ เมื่อเราตระหนักและรับรู้ว่ามี พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่กับ จริง ๆ คืออยู่ในเราและคอยที่ช่วยเหลือเราในทุก ๆ อย่าง เมื่อเราใช้เวลากับพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เราจะรู้ว่า เราไม่ได้เผชิญสถานการณ์นี้ตามลำพัง และมีอีกคนที่คอยเป็นกำลังในฝ่ายวิญญาณและคอยช่วยเหลือเราอยู่ทุก ๆ ก้าวเดินของเรา และเมื่อเรากลับใจจากบาป เมื่อเราขอกำลังจากพระวิญญาณ และเมื่อเราอธิษฐานขอปัญญาจากพระองค์ให้เปิดเผยหนทาง พระองค์จะค่อย …

จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ Read More »

ขอทรงสำแดงพระสิริของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด

18โมเสสจึงกราบทูลว่า “ขอทรงสำแดงพระสิริของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด” 19พระองค์จึงตรัสตอบว่า “เราจะให้คุณความดีทั้งสิ้นของเราประจักษ์แจ้งต่อหน้าเจ้า และเราจะประกาศนามของยาห์เวห์ต่อหน้าเจ้า เราประสงค์จะโปรดปรานผู้ใดก็จะโปรดปรานผู้นั้น และเราประสงค์จะเมตตาผู้ใด เราก็จะเมตตาผู้นั้น” อพย 33 : 18-19 เป็นสิทธิ์ของพระเจ้าที่ให้แก่เรา คือที่พระองค์จะเมตตา หรือโปรดปรานผู้ใด พระองค์ก็จะให้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำเพียงอย่างเดียว พระองค์ดูท่าที และหัวใจภายใน ทำให้หลายครั้ง เราเห็นว่า คนที่เราคิดว่าไม่สมควรได้ แต่เขากลับได้ เป็นไปได้ว่าพระองค์เมตตาเขาคนนั้นอยู่ แน่นอนว่าการที่เราดำเนินตามพระทัยด้วยสุดหัวใจ นั่นเป็นสิ่งที่พระองค์โปรดปรานแน่นอน แม้่ว่าเรายังอ่อนแอและต้องต่อสู้กับความบาปอยู่ทุกวัน พระคุณพระเจ้าก็จะมาถึงเราอย่างแน่นอน การที่เราได้มีประสบการณ์ในพระสิริของพระองค์ เมื่อเราใช้เวลากับพระองค์ อธิษฐาน นมัสการพระองค์ จะทำให้เราเต็มอิ่ม เต็มล้นในฝ่ายวิญญาณอย่างมาก ทำให้เรามีกำลังและเรี่ยวแรงในการดำเนินชีวิตแต่ละวันต่อไปได้ เราต้องขอต่อพระองค์ ขอสำแดงพระสิริมาถึงเราทั้งหลาย