พระยาห์เวห์ตรัสตอบโมเสสว่า “สิ่งที่เจ้าขอนั้นเราจะทำให้ เพราะว่าเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของเราแล้ว

16ทำอย่างไรใครๆ จะทราบได้ว่า ข้าพระองค์และประชากรของพระองค์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์แล้ว นอกจากพระองค์จะเสด็จไปกับพวกข้าพระองค์ด้วยไม่ใช่หรือ? ดังนั้นข้าพระองค์และประชากรของพระองค์ จึงแตกต่างจากชนชาติอื่นๆ ทั่วโลก” 17พระยาห์เวห์ตรัสตอบโมเสสว่า “สิ่งที่เจ้าขอนั้นเราจะทำให้ เพราะว่าเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของเราแล้ว และเรารู้จักชื่อของเจ้า” อพย 33 : 16-17 โมเสสวิงวอนต่อพระเจ้า เพื่อให้พระองค์อยู่ด้วยกันกับชนชาติอิสราเอล คำวิงวอนของท่าน พระเจ้าโปรดฟัง เพราะโมเสสเต็มใจที่ให้พระเจ้าได้นำ และใช้ชีวิต และท่านแสวงหา พึ่งพาพระองค์อยู่เสมอ และท่านได้พูดคุยกับพระเจ้า แบบสองต่อสอง พระเจ้าโปรดให้ท่านเป็นที่โปรดปรานในสายต่อของพระองค์ ชีวิตที่เป็นที่โปรดปรานพระเจ้านั้นมาจาก จิตวิญญาณที่กระหายหาพระองค์ แสวงหา และปรารถนาอยากจะอยู่ใกล้ชิดพระองค์อยู่เสมอ เพื่อความสนิทสนมที่มากและทวีขึ้น และเรารู้ได้ว่า ทุกสิ่งที่เราทำในนามของพระองค์ พระองค์จะโปรดเมตตาทำให้สำเร็จ เราต้องขอให้ชีวิตเราเป็นที่โปรดปรานเช่นนั้น ทุกๆ วัน

ขอทรงโปรดสำแดงพระมรรคาของพระองค์ให้ข้าพระองค์เห็นในกาลบัดนี้

ฉะนั้นบัดนี้ ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์ ถ้าแม้ข้าพระองค์ได้รับพระกรุณาในสายพระเนตรของพระองค์แล้ว ขอทรงโปรดสำแดงพระมรรคาของพระองค์ให้ข้าพระองค์เห็นในกาลบัดนี้ เพื่อข้าพระองค์จะรู้จักพระองค์ แล้วจะรับพระกรุณาในสายพระเนตรของพระองค์ และขอทรงถือว่าชนชาตินี้เป็นพลไพร่ของพระองค์” 14ฝ่ายพระองค์ตรัสว่า “เราเองจะไปกับเจ้า และให้เจ้าได้พัก” อพย 33:13-14 โมเสสอธิษฐานวิงวอน ร้องขอให้พระยาเวห์อยู่ด้วยกับชนชาติอิสราเอล และพระองค์โปรดฟังเสียงโมเสสและได้ตอบในคำวิงวอนนั้น ชีวิตแห่งการอธิษฐาน และการวิงวอน เป็นส่วนหนึ่งของผู้เชื่อ เราสามารถเข้าใจพระทัยและสามารถอธิษฐานวิงวอนในเรื่องที่เรามีความปรารถนาอย่างมากได้ พระองค์โปรดฟังเราเสมอและทุกเรื่อง และพระองค์ปรารถนาที่จะตอบในคำอธิษฐานของเรามากเช่นกัน เราต้องมีห้วใจแห่งการมีชีวิตใกล้ชิดและอธิษฐานต่อพระองค์ อย่างสม่ำเสมอ และสนิทสนม เช่นเดียวกับโมเสส ที่ใกล้ชิดพระองค์และสามารถสื่อสารกับพระองค์ได้ทุกเรื่อง แม้เป็นความต้องการบางอย่างที่สำคัญของท่านเอง

พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสสองต่อสอง เหมือนมิตรสหายสนทนากัน

ดังนี้แหละพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสสองต่อสอง เหมือนมิตรสหายสนทนากัน แล้วโมเสสก็กลับไปยังค่าย แต่โยชูวาผู้รับใช้หนุ่ม ผู้เป็นบุตรชายของนูน มิได้ออกไปจากพลับพลา อพย 33:11 ภาพของการสนทนาแบบสองต่อสองระหว่างพระเจ้าและโมเสส ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนอย่างมากระหว่างพระบิดาผู้สร้างเราและตัวเราเองที่เป็นมนุษย์คนบาป ที่สามารถสนิทสนมและพูดคุยกันได้อย่างแนบแน่น สิ่งควรเป็นวิถึชีวิตของผู้เชื่อในฐานะลูกของพระองค์ ตามที่เราได้รับพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอดแล้ว ความสนิทสนมแบบนี้ เป็นสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ในเราปรารถนาให้เกิดขึ้น อยู่ทุก ๆ วันเพื่อเราจะเข้าใจในหัวใจ พระทัยของพระบิดาและ เราจะรับการสำแดงจากพระองค์มากยิ่งขึ้น วันต่อวัน นี่ยังเป็นสิทธิพิเศษเสมอที่เราได้ใกล้ชิดพระองค์ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลอดประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ คือยุคของเรานี่เอง สรรเสริญพระเจ้า

เวลาพลไพร่ทั้งปวงเห็นเสาเมฆนั้นตั้งอยู่ที่ประตูพลับพลาเมื่อไร ทุกคนก็จะลุกขึ้นยืนนมัสการ

เวลาพลไพร่ทั้งปวงเห็นเสาเมฆนั้นตั้งอยู่ที่ประตูพลับพลาเมื่อไร ทุกคนก็จะลุกขึ้นยืนนมัสการอยู่ที่ประตูเต็นท์ของตน อพย 33:10 ทุกครั้งเมื่อเรานมัสการพระเจ้า เราก็กำลังนำการทรงสถิตของพระองค์ลงมาสู่ชีวิต จิตวิญญาณของเรา การนมัสการด้วยบทเพลงและการสรรเสริญพระองค์ ก็จะนำให้จิตวิญญาณเราได้สัมผัสการทรงสถิตได้มาก และการนมัสการพระเจ้าด้วยรูปแบบอื่น ๆ ก็สามารถนำการทรงสถิตของพระองค์ลงมาได้ ซึ่งจะนำให้เกิดความยำเกรง และเห็นฤทธิอำนาจ พระสิริของพระองค์ปกคลุมในที่ ๆ เรากำลังอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในฝ่ายวิญญาณของเราทั้งหลายเพื่อให้เราได้สัมผัสใน พระสิริและฤทธิ์อำนาจของพระองค์ จะทำให้วิญญาณจิตเราเต็มเปี่ยมไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และจะนำให้เราได้มีประสบการณ์การใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นในแต่ละวัน สรรเสริญพระเจ้า

ครั้นโมเสสเข้าไปในพลับพลาแล้ว เสาเมฆก็ลอยลงมาตั้งอยู่ที่ประตูพลับพลา

ครั้นโมเสสเข้าไปในพลับพลาแล้ว เสาเมฆก็ลอยลงมาตั้งอยู่ที่ประตูพลับพลา แล้วพระเยโฮวาห์ก็ตรัสสนทนากับโมเสส หนังสืออพยพ 33:9 KJV https://bible.com/bible/175/exo.33.9.KJV พระเจ้าสำแดงพระองค์ผ่านทางเสาเมฆ เพื่อให้อิสราเอลรับรู้การมาของพระองค์ ที่มาในพลับพลา เพื่อสนทนากับโมเสส แม้ว่า พระองค์สามารถพูดคุย กับโมเสสที่ใดก็ได้ แต่พระองค์เลือกพลับพลาเพื่อให้อิสราเอลเห็นการทรงสถิตที่ชัดเจน เราสามารถสัมผัสการทรงสถิตได้อย่างมากเมื่อเราได้นมัสการพระองค์ไม่ว่าจะเป็นเวลาส่วนตัวหรือที่บรรยากาศคริสตจักร การได้มีเวลาในการสัมผัส การทรงสถิตของพระองค์ และได้พูดคุยกับพระองค์เป็นสิ่งที่สำคัญและจะยกระดับวิญญาณจิตของเรา

โมเสสเคยตั้งเต็นท์หลังหนึ่งไว้ข้างนอกไกลจากค่าย และเรียกว่า เต็นท์นัดพบ

7โมเสสเคยตั้งเต็นท์หลังหนึ่งไว้ข้างนอกไกลจากค่าย และเรียกว่า เต็นท์นัดพบ ต่อมาทุกคนที่ปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์ ก็มักจะออกไปยังเต็นท์นัดพบซึ่งตั้งอยู่นอกค่าย อพย 33 : 7 เมื่ออิสราเอลต้องการเข้าเฝ้าพระเจ้า พวกเขาต้องไปที่เต็นท์นัดพบ ตามที่โมเสสได้ทำเอาไว้ เป็นที่ ๆ เจาะจงในการมาของพระเจ้า ซึ่งใครจะเข้าเฝ้าพระเจ้าก็ต้องมาที่นี่ และคงจะมีคนเป็นจำนวนมากที่อยากเข้าเฝ้าพระเจ้า พระคุณพระเจ้ามาถึงเราเมื่อพระวิญญาณได้อยู่ในเราและเราเองสามารถเข้าหาพระองค์ พูดคุยและปฎิสัมพันธ์กับพระองค์ได้ตลอดเวลา นี่เป็นสิทธิพิเศษที่เกิดขึ้นในยุคของเราอย่างมาก เราต้องฉวยเอาไว้ และใช้เวลากับพระวิญญาณอย่างคุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน ให้เกิดการสนิทสนมอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน

แผ่นดินนั้นเราจะให้แก่เชื้อสายของเจ้า

1พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “ไปเถิด จงยกไปจากที่นี่ เจ้ากับพลไพร่ซึ่งเจ้านำขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ ไปยังแผ่นดินซึ่งเราปฏิญาณกับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบว่า ‘แผ่นดินนั้นเราจะให้แก่เชื้อสายของเจ้า’ 2เราจะใช้ทูตสวรรค์องค์หนึ่งนำหน้าเจ้าไป และจะไล่คนคานาอัน คนอาโมไรต์ คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ คนเยบุส ออกเสียจากที่นั่น อพย 33:1-2 พระเจ้าสัญญากับชนชาติอิสราเอลและบรรพบุรุษของพวกเขาว่าจะประทานแผ่นดินที่มีน้ำผึ้งและน้ำนมไหลบริบูรณ์ และพระองค์ก็นำพวกเขามาถึง แผ่นดินั้น นั่นคือแผ่นดินคานาอัน เมื่อพระเจ้าให้พระวจนะที่เต็มไปด้วยพระสัญญามากมายนั้น นั่นคือพระพรที่พระองค์จะประทานให้ และหน้าที่ของเราคือต้องออกไปรับและทำให้สำเร็จ เราต้องทำส่วนของเราด้วยเต็มกำลัง และขอสติปัญญาจากพระองค์ เพื่อทำให้พระสัญญานั้นสำเร็จเป็นจริงและถวายเกียรติแด่พระองค์

แล้วพระยาห์เวห์จึงเปลี่ยนพระทัย ไม่ทรงทำอันตรายประชากรของพระองค์

11แต่โมเสสกราบทูลวิงวอนพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ทำไมพระองค์จึงกริ้วยิ่งนักต่อประชากรของพระองค์ ซึ่งทรงนำออกจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ และด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์เล่า? 14แล้วพระยาห์เวห์จึงเปลี่ยนพระทัย ไม่ทรงทำอันตรายประชากรของพระองค์อย่างที่มีพระดำริไว้แก่ประชากรของพระองค์ อพย 32:11,14 แม้ว่าพระเจ้ามีสิทธิ์อำนาจเด็ดขาดต่อการทำบางอย่างแก่ชีวิตเรา แต่พระองค์ก็มีพระทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง เราเห็นได้ว่า แม้ว่าชนชาติอิสราเอลทำผิดบาปต่อพระองค์ ต่อหน้าต่อตา และพวกเขาสมควรที่จะได้รับผลนั้นเพราะความผิดของพวกเขาเอง โมเสสได้ทูลอ้อนวอนขอชีวิตแทนพวกเขา และในที่สุดพระเจ้าก็เปลี่ยนพระทัย เพราะพระองค์ยังคงฟังคำอธิษฐาน วิงวอน อ้อนวอน ของเราอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องจะเลวร้ายมากเพียงใด พระองค์มีพระทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย พระองค์ยังฟังเสียงอธิษฐาน และพระองค์อยากที่จะใช้เวลากับเราอยู่เสมอ เราต้องจัดเวลาอยู่กับพระองค์ ให้สนิทสนมเหมืออย่างที่โมเสสได้ทำ และพระองค์ก็ฟังเสียงวิงวอนโมเสสด้วยเช่นกัน

เราเห็นพลไพร่นี้แล้ว ดูเถิด เขาเป็นชนชาติคอแข็ง ฉะนั้นบัดนี้เจ้าจงปล่อยเราตามลำพัง เพื่อความพิโรธของเราจะเดือดพลุ่งขึ้นต่อเขา

แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “เราเห็นพลไพร่นี้แล้ว ดูเถิด เขาเป็นชนชาติคอแข็ง ฉะนั้นบัดนี้เจ้าจงปล่อยเราตามลำพัง เพื่อความพิโรธของเราจะเดือดพลุ่งขึ้นต่อเขาและเพื่อเราจะผลาญทำลายเขาเสีย ส่วนเจ้าเราจะให้เป็นประชาชาติใหญ่” หนังสืออพยพ 32:9‭-‬10 KJV https://bible.com/bible/175/exo.32.9-10.KJV พระเจ้าเองก็มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างที่เรามี เพราะเราเองถูกสร้างโดยพระองค์ และพระองค์ประทานลมปราณทำให้เรามีชีวิต การที่พระองค์แสดงออกทางความรู้สึก เพราะพระองค์หวงแหนคนที่พระองค์รักและเรียกพวกเขา เมื่อพวกเขาละทิ้งกฎเกณฑ์ที่พระองค์ได้บอกแก่พวกเขาไปสร้างเคารพขึ้นมาแทนพระองค์ จึงเป็นความโกรธที่ชอบธรรมที่พระองค์ มีสิทธิ์ขาดที่จะทำได้ เราต้องสำรวจตัวเองและขอพระวิญญาณช่วยเราไม่ให้เราดำเนินชีวิตทำให้พระองค์เสียใจ ไปมากกว่าที่เราเป็นอยู่ เรารู้ว่าพระองค์รักเราและพร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสเราอยู่เสมอ และเราต้องให้พระวิญญาณช่วยเราให้เรามีชัยชนะเหนือนิสัยบาป เพราะพระองค์รักเรา การตีสอนเราในบางครั้ง ก็เพื่อมิให้เราพลาดพลั้งล้มลง หรือป้องกันเราจากการอธรรมที่อาจเกิดขึ้น ขอพระวิญญาณช่วยให้เรามีชัยชนะ และขอให้ชีวิตเราเป็นที่พอพระทัยพระองค์ทุก ๆ วัน

พระองค์ได้ประทานแผ่นพระโอวาทสองแผ่น เป็นแผ่นศิลาจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า

“เมื่อพระองค์ตรัสแก่โมเสสบนภูเขาซีนายเสร็จแล้ว พระองค์ได้ประทานแผ่นพระโอวาทสองแผ่น เป็นแผ่นศิลาจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭31:18‬ ‭KJV‬‬ https://www.bible.com/175/exo.31.18.kjv พระเจ้าเขียนแผ่นศิลาด้วยนิ้วของพระองค์ ตัวเราเองเป็นการสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้าด้วยเช่นกัน และยังมีเรื่อง อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก อีกด้วย ที่พระองค์ก็มี ดังนั้นเมื่อเราทำบาป เราก็ทำให้พระองค์เสียพระทัย เมื่อเราไม่เชื่อฟัง เราก็ทำให้พระองค์เสียใจเช่นกัน เรา อยู่ในยุคพระคุณ ที่พระองค์รักและอดทนนานต่อ ชีวิตเราอย่างมาก เราต้องรับพระคุณและเห็นคุณค่าพระคุณพระเจ้า ไม่มองเป็นของราคาถูก และให้พระคุณพระเจ้านำหน้าชีวิตของเรา

เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตไว้ เพราะเป็นวันบริสุทธิ์สำหรับเจ้า

เหตุฉะนี้ เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตไว้ เพราะเป็นวันบริสุทธิ์สำหรับเจ้า ทุกคนที่กระทำให้วันนั้นเป็นมลทินจะต้องถูกประหารให้ตายเป็นแน่ เพราะผู้ใดก็ตามทำการงานในวันนั้น ผู้นั้นต้องถูกตัดขาดจากท่ามกลางชนชาติของเขา หนังสืออพยพ 31:14 KJV https://bible.com/bible/175/exo.31.14.KJV พระเจ้าให้คุณค่าวันสะบาโต ฝมาก อย่างที่พระองค์ได้ทำเมื่อตอนสร้างโลก หกวันและใช้หนึ่งวันในการพัก และพระองค์ย้ำในวันสะบาโต เราต้องเห็นคุณค่าและทำในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงทำให้เป็นแบบให้แก่เรา เราต้องมีสะบาโตอย่างที่พระองค์ปรารถนา เพื่อชีวิตเราจะได้รับพระพร เพราะเราก็เป็นวิหารที่มีชีวิตเพื่อพระองค์

จงสั่งชนชาติอิสราเอลว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตของเราไว้

12พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า 13“จงสั่งชนชาติอิสราเอลว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตของเราไว้ เพราะนี่จะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับเจ้าตลอดชั่วอายุของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือพระเยโฮวาห์ ผู้ได้กระทำเจ้าให้บริสุทธิ์ อพย 31:12-13 นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าสั่งให้อิสราเอลมีวันสะบาโต เพื่อพักสงบจากการงานและได้อยู่กับพระเจ้า พระเจ้าบอกว่าสะบาโตเป็นหมายสำคัญระหว่างพระองค์กับอิสราเอล สะบาโตยังคงมีอยู่และยังมีความสำคัญกับชีวิตคริสเตียนเช่นกัน แม้ว่ารูปแบบสะบาโตจะแตกต่างกันไป แต่หัวใจสำคัญคือการได้มีเวลาพักสงบ พักจากการงาน นั่นคือพักทั้งฝ่ายร่างกายและจิตวิญญาณ หลายครั้งเราละเลยสะบาโตที่พระเจ้าปรารถนาให้เราได้รับ เพื่อพระพรจะเป็นของเราเอง เราต้องมีสะบาโตอย่างที่พระเจ้าปรารถนาในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้หมายสำคัญนี้เป็นจริงในวิถีชีวิตคริสเตียนของเรา