รุ่งอรุณแห่งความสัมพันธ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์
แต่ละวันที่เราเองได้ตื่นขึ้นมานั้น เราควรมีเป้าหมายที่จะกระทำให้สำเร็จใน
พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ช่วยนำทาง โอบอุ้ม ให้กำลังใจ ประทานกำลังฝ่ายวิญญาณจิตให้กับชีวิตของเรา ให้สามารถดำเนินบนโลกนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์รักคุณ คำตอบชีวิต อยู่ที่่นี้ ท้อแท้ หมดหวัง มาหาพระองค์
แต่ละวันที่เราเองได้ตื่นขึ้นมานั้น เราควรมีเป้าหมายที่จะกระทำให้สำเร็จใน
เรามีฤทธิ์อำนาจเช่นเดียวกับที่พระเยซูประทานให้สาวกในการขับผี !!” เมื่อพระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์มาแล้ว พระองค์ก็ประทานอำนาจให้เขาขับผีโสโครกออกได้ และให้รักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกอย่างให้หายได้ ” มัทธิว 10 : 1 ก่อนที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะลงมาอยู่ในชีวิตของผู้เชื่อในวันเพนเทคอส พระเยซูได้ใช้สาวกไปทำพระราชกิจของพระบิดา โดยที่พระองค์ได้ประทานฤทธิ์เดชให้กับพวกเขา การประทานฤทธิ์เดชในการขับผีนั้นเป็นการให้เฉพาะบุคคลและเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาขณะที่พระเยซูยังอยู่บนโลกดังนั้นเมื่อเพนเทคอสได้เกิดขึ้นหลังจากที่พระเยซูได้กลับสู่สวรรค์แล้ว ฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้นที่พระเยซูได้กระทำก่อนหน้านี้ทั้งหมดผ่านพระวจนะก็ได้อยู่กับผู้เชื่อแล้วทุกคนในฐานะผู้เชื่อ เราจึงต้องใช้ฤทธิ์อำนาจที่พระองค์ได้ประทานผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยความเชื่อและด้วยความซื่อสัตย์ พระเยซูปรารถนาให้เรารับใช้พระราชกิจของพระบิดา จากที่พระองค์ได้ทำไว้เป็นแบบอย่างแล้ว จงเชื่อและปรนนิบัติพระองค์ด้วยความซื่อสัตย์ ร่วมกัน ชาโลม
จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ พระบิดาปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐตามอย่างที่ พระเยซู เป็นแบบอย่างให้เราได้เห็นมาแล้ว พระองค์ให้พระวจนะแก่เราเพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิต และประพฤติตามพระวจนะนั้น และมากกว่านั้นพระองค์ได้ประทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์มาให้แก่เราทั้งหลายแล้ว เพื่อจะเป็นผู้ช่วยเราในการดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระบิดา พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในเราและพระองค์ประทับตราเราไว้ เป็นขอพระองค์แล้วเช่นกัน เอเฟซัส 1:13-14 ได้กล่าวว่า “ในพระองค์นั้น ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน และได้วางใจในพระองค์ ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์” เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยเต็มกำลังของเรา และพึ่งพาฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีความสัมพันธ์กับพระองค์ทุก ๆ วัน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่กำลังบอกว่า เรากำลังดำเนินในความภูมิใจของพระบิดา อย่ากลัวว่า เมื่อเราผิดพลาด ทำบาป ล้มลง ท้อแท้ หรือหมดแรงที่จะดำเนินชีวิตต่อ อาจจะด้วยภาระที่เราคิดว่าเข้ามามากกว่าที่เราจะรับไว้ได้ เมื่อเราตระหนักและรับรู้ว่ามี พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่กับ จริง ๆ คืออยู่ในเราและคอยที่ช่วยเหลือเราในทุก ๆ อย่าง เมื่อเราใช้เวลากับพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เราจะรู้ว่า เราไม่ได้เผชิญสถานการณ์นี้ตามลำพัง และมีอีกคนที่คอยเป็นกำลังในฝ่ายวิญญาณและคอยช่วยเหลือเราอยู่ทุก ๆ ก้าวเดินของเรา และเมื่อเรากลับใจจากบาป เมื่อเราขอกำลังจากพระวิญญาณ และเมื่อเราอธิษฐานขอปัญญาจากพระองค์ให้เปิดเผยหนทาง พระองค์จะค่อย …
เมื่อเราได้ต้อนรับพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ได้เข้ามาอยู่ในชีวิต และทำงานร่วมกับวิญญาณจิตของเราเพื่อเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น ในแต่ละวัน และการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของเรายิ่งน่าตื่นเต้นและมีความชัดเจน เมื่อเราเองได้มีเวลาฟังเสียงของพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นคนเหมือนอย่างพระเยซูเพียงแต่พระองค์ไม่ได้อยู่ในกายภาพแบบพระเยซู แต่มาในพระลักษณะที่เป็นวิญญาณ ซึ่งเราจะมองดูด้วยตา ไม่ได้ แต่เราสามารถสัมผัสพระองค์ ผ่านทางจิตใจและที่สำคัญคือจิตวิญญาณได้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ ปรารถนาที่พูดกับเรา คุยกับเรา และทำให้เราได้มีเวลารู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้นในแต่ละวัน พระองค์อยากจะบอกเรื่องราวหลายอย่างมากมายของอนาคตชีวิตเรา ที่ตัวเราเองก็คาดหวังและอยากรับรู้ แต่หลายครั้งเรากลับมีเวลาในการพูดคุยกับพระองค์น้อยเกินไป และเรารีบเร่งในการจบบทสนทนา โดยไม่ได้สนใจว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ ปรารถนาสิ่งใด สิ่งนี้เป็นความน่าเสียดายสำหรับวิถีชีวิตคริสเตียนที่มีพระเจ้าผู้สร้างทุกสรรพสิ่งอยู่กับในเรา แต่เราเลือกที่จะใช้กำลังและปัญญาอันน้อยนิดของตนเองในการวางแผนและทำสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ เราเสียโอกาสไปมากเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ฟังเสียงที่พระองค์บอก หรือย้ำเตือน หรือเตือนสติเรา และทำให้เราเองต้องมารับผลในทางร้ายอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นเราต้องกลับมาหาพระองค์ กลับมาใช้เวลาอยู่กับพระองค์ ให้มากขึ้น ให้เรากลับมามีความสนิทสนมกับพระองค์อีกครั้งและต่อเนื่อง เหมือนอย่างที่พระเยซู ได้ยกตัวอย่างแขนงและเถาองุ่น “จงติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเถา พวกท่านก็เช่นเดียวกันจะเกิดผลไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเรา “ ยอห์น 15:4 พระเยซูยังต้องจัดเวลาส่วนตัวในตอนเช้าเพื่อที่จะใช้เวลากับพระบิดาเช่นกัน “ ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ และทรงอธิษฐานที่นั่น “ มก.1:35 เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในเราแล้ว เราแค่อยู่ในที่เป็นส่วนตัว ให้เงียบสักหน่อยเพื่อเราจะได้ไม่ถูกรบกวนจากเสียงภายนอก …
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงาน ภายใน เช้านี้เป็นเช้าที่เต็มไปด้วยความสดใส รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ใครเล่าจะรู้ว่า เบื้องหลังสิ่งที่แสดงออกมาเหล่านี้คือ การทำงานอย่างต่อเนื่องของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในเรา พระองค์ยังทำงานร่วมกับวิญญาณจิตของเราอยู่ตลอดเวลา พระองค์กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราอย่างต่อเนื่อง ตราบที่เราเองยอมจำนนชีวิตต่อพระองค์และถวายตัวเราเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต ( โรม 12 : 1 ‘ ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ที่มีชีวิต และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่าน’ ) ดังนั้น ทุกเช้าวันใหม่เราต้องพูดคุย สื่อสาร อธิษฐานกับพระวิญญาณ เพื่อเราจะรับการเปลี่ยนแปลง และแสดงออกด้วยความรู้สึกที่มาจากข้างในที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างแท้จริง เราเป็นของพระองค์แล้ว และไม่มีสิ่งเลวร้ายใด ๆ ที่จะแอบซ่อนไว้ในชีวิตของเราอีกต่อไป เราเป็นของพระองค์ เราต้องจำนนต่อฤทธานุภาพของพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยสมบูรณ์เพื่อว่าพระองค์จะทำงานผ่านชีวิตของเราได้อย่างเต็มขนาด และทำให้เราเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นในแต่ละวัน ตราบที่เรามอบตัวเราและยอมให้พระองค์เข้ามาเปลี่ยนแปลง photo credit : https://www.biblestudytools.com/bible-study/topical-studies/who-is-the-holy-spirit-5-things-you-need-to-know.html
จงหิวกระหายพระวิญญาณ เมื่อพระวิญญาณได้สวมทับเรา เราเองก็จะได้รับประสบการณ์ที่เต็มล้นในพระองค์มากยิ่งขึ้น ฤทธิ์อำนาจของพระองค์เท่านั้นที่จะช่วยนำเราให้ไปถึงความไพบูลย์ของพระเยซูคริสต์ได้ การดำเนินชีวิตที่ติดสนิทกับพระองค์จึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง ในการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้นที่อยู่ด้วยกับเราและเป็นเพียงผู้เดียวที่จะนำหน้าและนำทางชีวิตของเราให้ไปถึงซึ่งน้ำพระทัยของพระองค์ได้ แต่ละวันเราเองต้องมีใจที่หิวกระหายหาพระองค์อยู่เสมอ ความหิวกระหายนี้จะทำให้เราอยากที่จะแสวงหาพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร และไม่ว่าสถานการณ์ที่เข้ามาในชีวิตจะเป็นอย่างไร เมื่อเราอยากใกล้ชิดพระเจ้า จิตวิญญาณเราก็กำลังหิวกรหายที่จะใกล้ชิดพระองค์มากยิ่งขึ้น การดับกระหายในฝ่ายจิตวิญญาณก็คือการที่เราได้เข้ามใกล้ชิดพระบิดา พระเจ้าของเรา ด้วยการ อธิษฐาน การนมัสการ การอยู่กับพระองค์สองต่อสอง เพื่อฟังเสียงพระองค์และให้พระองค์เข้ามาสัมผัสในวิญญาณจิตของเรา จิตวิญญาณของเราจะรับการเติมเต็มด้วยฤทธิ์อำนาจที่มาจากพระองค์ มันจะทำให้เราสัมผัสได้ถึงความอิ่มเอมในจิตวิญญาณ เราจะรู้สึกถึงสันติสุขที่ได้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา ดังนั้นชีวิตที่หิวกระหายและแสวงหาพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เราได้มีชีวิตที่เต็มล้นในพระวิญญาณอยู่เสมอ และเราจะได้รับกำลังอย่างเต็มล้นที่จะทำให้เราได้ดำเนินชีวิตแต่ละวันอย่างมีพลัง และเป็นพรต่อคนอื่นได้ photo credit : หิวกระหายพระวิญญาณ
จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในแต่ละวันคือการที่เราได้ใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุก ๆ เช้าวันใหม่ เราได้ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระองค์ นมัสการพระองค์ พูดคุยกับพระองค์ ฟังเสียงที่พระองค์จะได้พูดกับเรา และอ่านพระวจนะที่พระองค์ได้มอบให้เราไว้ ทำไมมันจึงสำคัญมากเช่นนั้น ? คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เพราะชีวิตเราเริ่มต้นจากวิญญาณจิตภายใน จิตวิญญาณของเราคือส่วนที่สำคัญที่สุดของชีวิตที่ใช้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับพระบิดา ก่อนเชื่อเราอาจเริ่มต้นแต่ละวันด้วยการออกกำลังกาย หรือการทำให้จิตใจสงบ แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่เป็นคริสเตียนที่รักพระเจ้า เราจำต้องเริ่มสิ่งที่สำคัญที่สุดนี้ในแต่ละวัน จริง ๆ คือในทุกเช้าวันใหม่ พระองค์ปรารถนามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเราในแต่ละวันมากกว่าอย่างอื่น มากกว่าสิ่งใด ๆ ที่เราพยายามทำให้พระองค์เสียอีก 1 ซามูเอล 15: 22บอกว่า “ “พระยาห์เวห์พอพระทัยในเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องสัตวบูชามาก เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์หรือ?” พระเยซูบอกในยอห์น 15 ให้เรามีชีวิตใกล้ชิดพระองค์ เหมือนที่พระองค์เป็นเถาองุ่น เราเป็นแขนง ใน ยอห์น 15:4 บอกต่อไปว่า “ จงติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเถา พวกท่านก็เช่นเดียวกันจะเกิดผลไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเรา “ พระเยซูยังตื่นแต่เช้าในการมาแสวงหาพระบิดา มาระโก 1: 35 ” …
เราหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม ชีวิตคริสเตียนนั้นเป็นชีวิตที่ดำเนินไปด้วยฝ่ายวิญญาณ เรารับพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิต เรารับการเปลี่ยนแปลงจากพระองค์ เรารับพระคุณความรักและความรอดจากพระเยซูผ่านความเชื่อของเรา เราได้ถูกย้ายจากถิ่นพำนักความมืดมาสู่ที่พำนักในความสว่างนิรันดร์แก่เรา ในชีวิตฝ่ายวิญญาณแต่ละวันนั้น จำเป็นต้องทำให้จิตวิญญาณของเราเติบโตในทางของพระเจ้าทุก ๆ วัน ความต้องการชีวิตฝ่ายวิญญาณก็ไม่ได้แตกต่างกับความต้องการฝ่ายเนื้อหนังเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ ชีวิตฝ่ายเนื้อหนังนั้นต้องการอยู่สองอย่างคืออาหารและน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น ชีวิตฝ่ายวิญญาณยิ่งจะสำคัญมากกว่าเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งสิ้น ความต้องการฝ่ายวิญญาณคือการติดสนิทกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าของเราและการได้มีพระวจนะที่เป็นดังอาหารฝ่ายวิญญาณ สองสิ่งนี้สำคัญกับจิตวิญญาณของเราเป็นอย่างยิ่ง ลองสำรวจตัวเราดูว่า ในแต่ละวันเราได้รับทั้งสองอย่างนี้มากน้อยแค่ไหน เรารู้สึกหิวกระหายไหมเวลาเราไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดสนิทสนมกับพระวิญญาณ เราได้มีเวลาอธิษฐานส่วนตัว พูดคุยกับพระองค์มากพอที่จะทำให้จิตวิญญาณของเรารับการเติบเต็มด้วยพระองค์ไหม เราหิวกระหายในการแสวงหาอาหารฝ่ายวิญญาณคือการอ่านพระวจนะไหม เพื่อให้วิญญาณจิตเราอิ่มในแต่ละมื้อ ถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าสองอย่างนี้เป็นความหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ คือเรามไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดพระองค์ทุก ๆวัน เราไม่ได้อ่านพระวจนะทุกวัน นั่นแสดงว่าเรากำลังมีปัญหากับวิญญาณจิตของเราแล้ว เราอาจทำงานฝ่ายกายภาพได้อย่างต่อเนื่อง เราทำงานของพระเจ้าได้อย่างราบรื่น เพราะสิ่งเหล่านั้นในร่างกายซึ่งเราก็ต้องใช้พลังงานผ่านการทานอาหารทุกมื้อ จริงไหม เราทานเราเลยมีกำลังในการทำงานด้วยร่างกายของเรา แต่ที่สำคัญกว่านั้น สิ่งที่พระเยซูให้ความสำคัญคือเรื่องจิตวิญญาณมิใช่หรือ ? พระองค์เป็นแบบอย่างให้เแก่เราในการแสวงหาพระบิดาอยู่เสมอ แม้ว่าพระองค์จะทำพระราชิจของพระเจ้าหนักมากกว่าเราในแต่ละวัน พระองค์ไม่ขาดในการแสวงหาพระบิดาเลย แล้วเราเป็นใคร ที่จะละเลยสิ่งเหล่านี้ ชีวิตเรายังขับเคลื่อนด้วยความหิวกระหายในพระเจ้าอยู่หรือไม่ หรือว่าเราดำเนินชีวิตไปตามความต้องการฝ่ายร่างกายเพียงอย่างเดียว เรามีหัวใจรักพระเจ้า เรามุ่งทำงานหนักเพื่อให้งานพระเจ้าถูกขยายออกไป นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นพระมหาบัญชาที่พระเยซูให้ไว้ แต่…..แต่ถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญกว่าที่พระเยซูได้ทำเป็นแบบอย่างให้เรา ก่อนหน้านี้ในหลาย …
พระวิญญาณทำงานอย่างเต็มขนาดในเรา พระวิญญาณจะทำงานผ่านชีวิตเราได้อย่างไร ถ้าใจเรายังใ่เปิดให้พระองค์เข้ามาทำงานอย่างเต็มขนาด เรารู้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในเราแล้ว พระองค์อยู่กับเราในทุกๆแห่งเราไป พระองค์ทำงานในชีวิตผู้เชื่ออย่างมากในตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา เราเหึได้อย่างชัดเจนว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ ำการอัศจรรย์ผ่านคนในพระคัมภีร์ และพระเยซูคริสต์เองก็เป็นผู้ที่บอกถึงการมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะสอนเราและทำให้เราได้ระลึกถึงฤทธิ์อำนาจที่พระองค์จะกระทำผ่านผู้เชื่อ เราเห็นได้ว่ามีอัศจรรย์มากาย การหายโรค ด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากพระองค์ เกิดขึ้นผ่านคำอธิษฐานและการวางมือรักษา หลายเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ในรูปแบบการบันทึกของพระคัมภีร์ หลายโรคไม่ด้มีให้เห็นในพระคัมภีร์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานผ่านผู้เชื่อ เพราะพวจนะมิอาจบันทึกได้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ดังที่ยอห์นได้บันทึกเอาไว้ว่า “’มีอีกหลายสิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำ ถ้าจะเขียนไว้ให้หมดทุกสิ่ง ข้าพเจ้าคาดว่า แม้หมดทั้งโลกก็น่าจะไม่พอไว้หนังสือที่จะเขียนนั้น’ ยอห์น 21:25 https://www.bible.com/bible/275/JHN.21.25 ดังนั้นเรามั่นใจจากภายในใจว่าพระวิญญาณกำลังทำงานผ่านเรา พระวจนะเป็นตัวเปิดทางให้เราเข้าใจ แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้อัศจรรย์ที่เกินความคิดมนุษย์ได้เกิดผขึ้น เราต้องกล้าที่จะเชื่อในฤทธิ์อำนาจอันไม่จำกัดนี้ เราต้องเชื่อในพระวิญญาณบริสุทธิ์ในเรา อัศจรรย์จะเกิดขึ้นทุกวัน อาเมน credit : https://davidsteele.co.uk/video-teaching/communion-with-the-holy-spirit/
Intimacy Sunday 20 May 2018 “แต่พวกท่านจะได้รับพระราชทานฤทธานุภาพ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย ทั่วแคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”” กิจการ 1:8 THSV11 http://bible.com/174/act.1.8.thsv11 + เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเริ่มต้น การทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างเต็มขนาด ในยุคพันธสัญญาใหม่ที่ พระเยซูได้ทรงกล่าวไว้ว่า จะประทาน ผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง จะเพื่อช่วยเราในทุกๆสิ่ง + ที่สำคัญคือ พระะวิญญาณจะนำเราในการเป็นพยานเรื่องของ พระเยซู จนสุดปลายแผ่นดินโลก + ประสบการณ์ในพระวิญญาณของเรา จะเป็นตัวบอกว่าเรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระวิญญาณมากแค่ไหน เราสม่ำเสมอในพระวจนะมากแค่ไหน และเราอยู่เพื่อพระทัยของพระองค์มากแค่ไหน + ขอโปรดให้เป็นฤดูกาลของการขับเคลื่อน ในพระวิญญาณ ในชีวิตลูกให้มากยิ่งขึ้น และฤทธิ์อำนาจพระองค์จะทำงานอย่างเต็มขนาดในชีวิต Photo credit : www.catholicstand.com/pentecost-and-you/
พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสผ่านกษัตริย์ดาวิด ดาวิดเป็นคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมมาก แม้ท่านเองจะทำบาปที่ใหญ่หลวง แต่มื่อท่านได้กลับใจ ยาเวห์ทรงยกโทษบาปให้แก่ท่านแม้ท่านยังต้องรับผลในการกระทำนั้น ท่านก็ยังเป็นที่ชอบพระทัยในสายพระเนตรพระองค์ และในวาระสุดท้ายของท่าน พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ได้ตรัสผ่านตัวท่าน ในพระวจนะ ที่กล่าวว่า ‘“พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ได้ตรัสทางข้าพเจ้า พระดำรัสของพระองค์อยู่ที่ลิ้นของข้าพเจ้า ‘ 2 ซามูเอล 23:2 https://www.bible.com/bible/174/2SA.23.2 ท่านได้พูดกล่าวถึงชีวิตของท่านและลูกหลานเองจะรับการดูแลจากยาเวห์ และศัตรูจะยืนอยู่ต่อหน้าท่านก็ไม่อาจเป็นได้ ทำให้เราเห็นได้ว่างานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั้นได้ทำอย่างต่อเนื่องตลอดพระคัมภีร์และอยู่กับคนที่ พระองค์ทรงเรียกอย่างเจาะจง เราเห็นได้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังคงทำงานมาตั้งแต่สมัยพันธสัญญาเดิม บางคนจะได้รับการเจิมจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อทำการงานบางอย่างอย่างเจาะจงเพื่อพระนามยาเวห์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้เดียวกันนี้ ก็ได้อยู่ในเราทั้งหลายในฐานะผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์เช่นกัน ฤทธิ์เดช หมายสำคัญและการอัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นกับผู้เชื่อทุกคนด้วย ถ้อยคำที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้ตรัสผ่านกษัตริย์ดาวิด ก็เป็นเรื่องเจาะจงถึงชีวิตของท่านและการจัดสรร การดูแล และการนำของพระองค์ เราจึงรับรู้ได้ว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะพูดกับเราในวิถึชีวิต ในช่วงเวลาที่เรากำลังดำเนินชีวิต ด้วยเช่นกัน เราต้องใส่ใจ และรอคอย สงบนิ่งที่จะมีเวลาอย่างเจาะจงในการฟังเสียงที่พระองค์ จะได้พูดกับเรา สิ่งนี้สำคัญมากในการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่น่าตื่นเต้น นี้ photo …
พระวิญญาณบริสุทธิ์ : ผู้ที่ดำรงอยู่มาตลอดและได้อยู่ในเรา เราขอบคุณพระเจ้า ได้อย่างมากมายจริง ๆ ที่พระองค์ได้ประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ มาให้แก่เราทั้งหลายในยุคสุดท้ายที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อนี้ สิ่งที่เรารู้ก็คือ พระบิดาอยากให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ก็คือเริ่มต้นด้วยความเชื่อ และจบชีวิตลงด้วยความเชื่อด้วย ดังนั้นเราเชื่อในสิ่งที่เรามองไม่เห็นแต่ยังจะเกิดขึ้นตามพระสัญญาของพระองค์ เราขอบคุณพระเจ้าที่เราได้มีประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่เราเองไม่เคยเห็นแต่เมื่อพระส้ญญาจากพระเยซูมาถึงเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้เข้ามาอยู่ในเราและทำงานในชีวิตเรา เราสามารถสัมผัสความรัก ความอบอุ่น การปลอบประโลมใจ และการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้อย่างมาก ยิ่งเมื่อเราได้มีเวลาใกล้ชิดสนิทสนมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์มากเท่าไร เราจะยิ่งสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ได้มากเท่านั้น มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์โดยแท้ เราเห็นได้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั้นอยู่มาตั้งแต่สร้างโลกตอนที่พระบิดากำลังเริ่มสร้างโลกใหม่ ๆ พระวิญญาณก็ได้ปกเหนือน้ำนั้น ‘ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง ฟ้าและแผ่นดิน แผ่นดินก็ร้างและว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าทรงปกอยู่เหนือน้ำนั้น ‘ ปฐมกาล 1:1-2 https://www.bible.com/bible/174/GEN.1.1-2 พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานร่วมกันกับพระบิดา และพระบุตร พระองค์เป็นพระเจ้าเดียวแต่ด้วยบทบาทที่แตกต่างกัน และความจำกัดของเราทำให้เราพยายามอธิบายสภาพที่พระองค์ทรงเป็น แม้อาจจะยังเข้าใจยากอยู่บ้าง แต่เมื่อเราได้มีประสบการณ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในความสัมพันธ์ที่พระองค์ได้มีกับเรา เราจะเข้าใจได้ทันทีว่าความรักที่พระองค์มอบให้กับเรา ประสบการณ์การปลอบประโลมใจ จากพระองค์มันตอบทุกคำถามเกี่ยวกับพระลักษณะชองพระเจ้าได้เลย …
พระวิญญาณบริสุทธิ์ : ผู้ที่ดำรงอยู่มาตลอดและได้อยู่ในเรา Read More »