ใกล้ชิดพระเจ้า

โมเสสเคยตั้งเต็นท์หลังหนึ่งไว้ข้างนอกไกลจากค่าย และเรียกว่า เต็นท์นัดพบ

7โมเสสเคยตั้งเต็นท์หลังหนึ่งไว้ข้างนอกไกลจากค่าย และเรียกว่า เต็นท์นัดพบ ต่อมาทุกคนที่ปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์ ก็มักจะออกไปยังเต็นท์นัดพบซึ่งตั้งอยู่นอกค่าย อพย 33 : 7 เมื่ออิสราเอลต้องการเข้าเฝ้าพระเจ้า พวกเขาต้องไปที่เต็นท์นัดพบ ตามที่โมเสสได้ทำเอาไว้ เป็นที่ ๆ เจาะจงในการมาของพระเจ้า ซึ่งใครจะเข้าเฝ้าพระเจ้าก็ต้องมาที่นี่ และคงจะมีคนเป็นจำนวนมากที่อยากเข้าเฝ้าพระเจ้า พระคุณพระเจ้ามาถึงเราเมื่อพระวิญญาณได้อยู่ในเราและเราเองสามารถเข้าหาพระองค์ พูดคุยและปฎิสัมพันธ์กับพระองค์ได้ตลอดเวลา นี่เป็นสิทธิพิเศษที่เกิดขึ้นในยุคของเราอย่างมาก เราต้องฉวยเอาไว้ และใช้เวลากับพระวิญญาณอย่างคุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน ให้เกิดการสนิทสนมอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน

แผ่นดินนั้นเราจะให้แก่เชื้อสายของเจ้า

1พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “ไปเถิด จงยกไปจากที่นี่ เจ้ากับพลไพร่ซึ่งเจ้านำขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ ไปยังแผ่นดินซึ่งเราปฏิญาณกับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบว่า ‘แผ่นดินนั้นเราจะให้แก่เชื้อสายของเจ้า’ 2เราจะใช้ทูตสวรรค์องค์หนึ่งนำหน้าเจ้าไป และจะไล่คนคานาอัน คนอาโมไรต์ คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ คนเยบุส ออกเสียจากที่นั่น อพย 33:1-2 พระเจ้าสัญญากับชนชาติอิสราเอลและบรรพบุรุษของพวกเขาว่าจะประทานแผ่นดินที่มีน้ำผึ้งและน้ำนมไหลบริบูรณ์ และพระองค์ก็นำพวกเขามาถึง แผ่นดินั้น นั่นคือแผ่นดินคานาอัน เมื่อพระเจ้าให้พระวจนะที่เต็มไปด้วยพระสัญญามากมายนั้น นั่นคือพระพรที่พระองค์จะประทานให้ และหน้าที่ของเราคือต้องออกไปรับและทำให้สำเร็จ เราต้องทำส่วนของเราด้วยเต็มกำลัง และขอสติปัญญาจากพระองค์ เพื่อทำให้พระสัญญานั้นสำเร็จเป็นจริงและถวายเกียรติแด่พระองค์

แล้วพระยาห์เวห์จึงเปลี่ยนพระทัย ไม่ทรงทำอันตรายประชากรของพระองค์

11แต่โมเสสกราบทูลวิงวอนพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ทำไมพระองค์จึงกริ้วยิ่งนักต่อประชากรของพระองค์ ซึ่งทรงนำออกจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ และด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์เล่า? 14แล้วพระยาห์เวห์จึงเปลี่ยนพระทัย ไม่ทรงทำอันตรายประชากรของพระองค์อย่างที่มีพระดำริไว้แก่ประชากรของพระองค์ อพย 32:11,14 แม้ว่าพระเจ้ามีสิทธิ์อำนาจเด็ดขาดต่อการทำบางอย่างแก่ชีวิตเรา แต่พระองค์ก็มีพระทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง เราเห็นได้ว่า แม้ว่าชนชาติอิสราเอลทำผิดบาปต่อพระองค์ ต่อหน้าต่อตา และพวกเขาสมควรที่จะได้รับผลนั้นเพราะความผิดของพวกเขาเอง โมเสสได้ทูลอ้อนวอนขอชีวิตแทนพวกเขา และในที่สุดพระเจ้าก็เปลี่ยนพระทัย เพราะพระองค์ยังคงฟังคำอธิษฐาน วิงวอน อ้อนวอน ของเราอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องจะเลวร้ายมากเพียงใด พระองค์มีพระทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย พระองค์ยังฟังเสียงอธิษฐาน และพระองค์อยากที่จะใช้เวลากับเราอยู่เสมอ เราต้องจัดเวลาอยู่กับพระองค์ ให้สนิทสนมเหมืออย่างที่โมเสสได้ทำ และพระองค์ก็ฟังเสียงวิงวอนโมเสสด้วยเช่นกัน

เราเห็นพลไพร่นี้แล้ว ดูเถิด เขาเป็นชนชาติคอแข็ง ฉะนั้นบัดนี้เจ้าจงปล่อยเราตามลำพัง เพื่อความพิโรธของเราจะเดือดพลุ่งขึ้นต่อเขา

แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “เราเห็นพลไพร่นี้แล้ว ดูเถิด เขาเป็นชนชาติคอแข็ง ฉะนั้นบัดนี้เจ้าจงปล่อยเราตามลำพัง เพื่อความพิโรธของเราจะเดือดพลุ่งขึ้นต่อเขาและเพื่อเราจะผลาญทำลายเขาเสีย ส่วนเจ้าเราจะให้เป็นประชาชาติใหญ่” หนังสืออพยพ 32:9‭-‬10 KJV https://bible.com/bible/175/exo.32.9-10.KJV พระเจ้าเองก็มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างที่เรามี เพราะเราเองถูกสร้างโดยพระองค์ และพระองค์ประทานลมปราณทำให้เรามีชีวิต การที่พระองค์แสดงออกทางความรู้สึก เพราะพระองค์หวงแหนคนที่พระองค์รักและเรียกพวกเขา เมื่อพวกเขาละทิ้งกฎเกณฑ์ที่พระองค์ได้บอกแก่พวกเขาไปสร้างเคารพขึ้นมาแทนพระองค์ จึงเป็นความโกรธที่ชอบธรรมที่พระองค์ มีสิทธิ์ขาดที่จะทำได้ เราต้องสำรวจตัวเองและขอพระวิญญาณช่วยเราไม่ให้เราดำเนินชีวิตทำให้พระองค์เสียใจ ไปมากกว่าที่เราเป็นอยู่ เรารู้ว่าพระองค์รักเราและพร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสเราอยู่เสมอ และเราต้องให้พระวิญญาณช่วยเราให้เรามีชัยชนะเหนือนิสัยบาป เพราะพระองค์รักเรา การตีสอนเราในบางครั้ง ก็เพื่อมิให้เราพลาดพลั้งล้มลง หรือป้องกันเราจากการอธรรมที่อาจเกิดขึ้น ขอพระวิญญาณช่วยให้เรามีชัยชนะ และขอให้ชีวิตเราเป็นที่พอพระทัยพระองค์ทุก ๆ วัน

พระองค์ได้ประทานแผ่นพระโอวาทสองแผ่น เป็นแผ่นศิลาจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า

“เมื่อพระองค์ตรัสแก่โมเสสบนภูเขาซีนายเสร็จแล้ว พระองค์ได้ประทานแผ่นพระโอวาทสองแผ่น เป็นแผ่นศิลาจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭31:18‬ ‭KJV‬‬ https://www.bible.com/175/exo.31.18.kjv พระเจ้าเขียนแผ่นศิลาด้วยนิ้วของพระองค์ ตัวเราเองเป็นการสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้าด้วยเช่นกัน และยังมีเรื่อง อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก อีกด้วย ที่พระองค์ก็มี ดังนั้นเมื่อเราทำบาป เราก็ทำให้พระองค์เสียพระทัย เมื่อเราไม่เชื่อฟัง เราก็ทำให้พระองค์เสียใจเช่นกัน เรา อยู่ในยุคพระคุณ ที่พระองค์รักและอดทนนานต่อ ชีวิตเราอย่างมาก เราต้องรับพระคุณและเห็นคุณค่าพระคุณพระเจ้า ไม่มองเป็นของราคาถูก และให้พระคุณพระเจ้านำหน้าชีวิตของเรา

เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตไว้ เพราะเป็นวันบริสุทธิ์สำหรับเจ้า

เหตุฉะนี้ เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตไว้ เพราะเป็นวันบริสุทธิ์สำหรับเจ้า ทุกคนที่กระทำให้วันนั้นเป็นมลทินจะต้องถูกประหารให้ตายเป็นแน่ เพราะผู้ใดก็ตามทำการงานในวันนั้น ผู้นั้นต้องถูกตัดขาดจากท่ามกลางชนชาติของเขา หนังสืออพยพ 31:14 KJV https://bible.com/bible/175/exo.31.14.KJV พระเจ้าให้คุณค่าวันสะบาโต ฝมาก อย่างที่พระองค์ได้ทำเมื่อตอนสร้างโลก หกวันและใช้หนึ่งวันในการพัก และพระองค์ย้ำในวันสะบาโต เราต้องเห็นคุณค่าและทำในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงทำให้เป็นแบบให้แก่เรา เราต้องมีสะบาโตอย่างที่พระองค์ปรารถนา เพื่อชีวิตเราจะได้รับพระพร เพราะเราก็เป็นวิหารที่มีชีวิตเพื่อพระองค์

จงสั่งชนชาติอิสราเอลว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตของเราไว้

12พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า 13“จงสั่งชนชาติอิสราเอลว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตของเราไว้ เพราะนี่จะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับเจ้าตลอดชั่วอายุของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือพระเยโฮวาห์ ผู้ได้กระทำเจ้าให้บริสุทธิ์ อพย 31:12-13 นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าสั่งให้อิสราเอลมีวันสะบาโต เพื่อพักสงบจากการงานและได้อยู่กับพระเจ้า พระเจ้าบอกว่าสะบาโตเป็นหมายสำคัญระหว่างพระองค์กับอิสราเอล สะบาโตยังคงมีอยู่และยังมีความสำคัญกับชีวิตคริสเตียนเช่นกัน แม้ว่ารูปแบบสะบาโตจะแตกต่างกันไป แต่หัวใจสำคัญคือการได้มีเวลาพักสงบ พักจากการงาน นั่นคือพักทั้งฝ่ายร่างกายและจิตวิญญาณ หลายครั้งเราละเลยสะบาโตที่พระเจ้าปรารถนาให้เราได้รับ เพื่อพระพรจะเป็นของเราเอง เราต้องมีสะบาโตอย่างที่พระเจ้าปรารถนาในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้หมายสำคัญนี้เป็นจริงในวิถีชีวิตคริสเตียนของเรา

ให้เขาประกอบด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าคือให้เขามีสติปัญญา ความเข้าใจและความรู้ในวิชาการทุกอย่าง

พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า 2“ดูซี เราได้ออกชื่อเบซาเลล ผู้เป็นบุตรชายอุรี ผู้เป็นบุตรชายเฮอร์แห่งตระกูลยูดาห์ 3และได้ให้เขาประกอบด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าคือให้เขามีสติปัญญา ความเข้าใจและความรู้ในวิชาการทุกอย่าง อพย 31:1-4 ในเวลานั้น พระเจ้าประทานพระวิญญาณให้กับบางคนในการทำงานของพระองค์อย่างเจาะจง เมื่อพระวิญญาณประทับในเขาเหล่านั้น เขาจึงมีทักษะที่ชำนาญและแตกต่างจากคนทั่วไป พระวิญญาณในเราก็เช่นกัน พระองค์สามารถประทานความเข้าใจและการงานบางอย่างในการทำงานเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ได้ เมื่อเราทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า พระองค์ก็จะเป็นผู้ที่นำและช่วยเราในการทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจนสำเร็จได้ เราต้องเชื่อและพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ด้วยสุดกำลัง

เราจะอยู่ให้เจ้าเข้าเฝ้า และจะสนทนากับเจ้าจากเหนือพระที่นั่งกรุณา

แล้วจงตั้งพระที่นั่งกรุณานั้นไว้บนหีบ จงบรรจุพระโอวาทซึ่งเราจะให้ไว้แก่เจ้าไว้ในหีบนั้น 22ณ ที่นั้น เราจะอยู่ให้เจ้าเข้าเฝ้า และจะสนทนากับเจ้าจากเหนือพระที่นั่งกรุณาระหว่างกลางเครูบทั้งสองซึ่งตั้งอยู่บนหีบพระโอวาท เราจะสนทนากับเจ้าทุกเรื่องซึ่งเราจะสั่งเจ้าให้ประกาศแก่ชนชาติอิสราเอล อพย 25:21-22 พระเจ้าสั่งให้โมเสสสร้างหีบพันธสัญญา และพระองค์บอกว่าพระองค์จะพูดคุยทุกเรื่องกับท่าน ในขณะที่ท่านเข้าเฝ้าพระองค์ จากเหนือพระที่นั่งกรุณาคุณนั้น การแสวงหา พูดคุยกับพระเจ้า ยังทำได้จำกัดในยุคสมัยนั้น แต่ในสมัยยุคของเรา เราสามารถพูดคุยกับพระองค์ผ่านทางพระวิญญาณได้ทันที และตลอดเวลา นี่จึงเป็นสิทธิพิเศษที่เราควร ฉวยเอาไว้อยู่เสมอ เพราะพระองค์ก็ปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดเรามากเช่นกัน ดังที่พระองค์ได้บอกกับโมเสส ในสมัยนั้น พระองค์ปรารถนาอยากจะพูดคุยกับเราทุกเรื่อง เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริง ๆ

งสั่งชนชาติอิสราเอลให้นำของมาถวายแก่เรา ของนั้นให้รับมาจากทุกๆคนที่เต็มใจถวาย

1ฝ่ายพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า 2“จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้นำของมาถวายแก่เรา ของนั้นให้รับมาจากทุกๆคนที่เต็มใจถวาย อพย 25: 1-2 หัวใจแห่งการมอบถวายให้พระเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกซึ่งความวางใจที่เรามีต่อพระเจ้าที่รักเรา พระองค์สั่งให้อิสราเอลถวายสิ่งของมีค่าแก่พระองค์ โดยกล่าวถึงการที่ ให้พวกเขาเหล่านั้น เต็มใจที่จะมาถวาย ท่าทีภายในใจ ในการมอบถวายแด่พระเจ้า เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้เชื่อ เมื่อหัวใจและความวางใจไม่ได้อยู่ในทรัพย์สินเงินทอง หรือความมั่นคง แต่อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ที่จะคอยเป็นที่นำหน้าเรา เราต้องขอหัวใจที่เต็มใจถวายให้แก่พระองค์ เริ่มต้นจากชีวิตที่มอบถวาย ก่อน เป็นสิ่งแรก และจะทำให้การมอบถวายสิ่งอื่น ๆ ในชีวิตเป็นเรื่องง่าย ตามมา

สง่าราศีของพระเยโฮวาห์มาอยู่บนภูเขาซีนาย

16สง่าราศีของพระเยโฮวาห์มาอยู่บนภูเขาซีนาย เมฆนั้นปกคลุมภูเขาอยู่หกวัน ครั้นวันที่เจ็ดพระองค์ทรงเรียกโมเสสจากหมู่เมฆ 17สง่าราศีของพระเยโฮวาห์ปรากฏแก่ตาชนชาติอิสราเอลเหมือนเปลวไฟไหม้อยู่บนยอดภูเขา อพย 24 16-17 พระเจ้าสำแดงสง่าราศี หรือพระสิริของพระองค์บนภูเขาซีนายให้ชนชาติอิสราเอลได้เห็น และพวกเขาตระหนักว่าพระองค์ได้ประทับอยู่ที่นั่น พระองค์ปรากฎพระองค์ผ่านธรรมชาติที่พระองค์ได้สร้างขึ้น นำความยำเกรงมาถึงพวกเขา พระสิริ นี้เองที่พระเจ้าจะให้แก่เรา ผ่านการดำเนินชีวิตที่สะท้อนพระลักษณะของพระเยซูในเรา ยิ่งเรายอมมอบชีวิตให้กับพระองค์มากเท่าไร พระสิริของก็จะปรากฎในชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น และเราเองก็สามารถจะสัมผัสพระสิริของพระเจ้าได้ผ่านการนมัสการพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นที่คริสตจักร กลุ่มสามัคคีธรรม รวมถึงการใช้เวลาส่วนตัวกับพระองค์ ด้วย

ขึ้นมาหาเราบนภูเขาแล้วคอยอยู่ที่นั่น เราจะให้แผ่นศิลาอันมีราชบัญญัติ

พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “ขึ้นมาหาเราบนภูเขาแล้วคอยอยู่ที่นั่น เราจะให้แผ่นศิลาอันมีราชบัญญัติ และข้อบัญญัติซึ่งเราจารึกไว้เพื่อเก็บไว้สอนเขา” อพย 24:12 พระเจ้าเรียกให้โมเสสขึ้นหาพระองค์ และพระองค์ได้ประทับอยู่ ณ ที่นั่น มีเมฆปกคลุมไว้ และมีไฟล้อมรอบภูเขาซีนายนั้น ทั้ง ชนชาติอิสราเอลยังได้เห็นพระสิริ จากด้านล่างของภูเขาอีกด้วย โมเสสใช้เวลาอยู่กับพระเจ้า สี่สิบวัน ยิ่งชีวิตเราได้ใกล้ชิดพระเจ้า พระวิญญาณ มากเท่าไร พระสิริของพระองค์ก็จะปรากฎแก่ชีวิตเรามากขึ้น และความใกล้ชิด อย่างสม่ำเสมอจะนำให้เรารับการสำแดงจากพระองค์ได้อย่างชัดเจน