ติดสนิทพระวิญญาณ

เจ้ามีพี่ชายคืออาโรนคนเลวีไม่ใช่หรือ?

พระยาห์เวห์จึงกริ้วโมเสส แล้วตรัสว่า “เจ้ามีพี่ชายคืออาโรนคนเลวีไม่ใช่หรือ? เรารู้แล้วว่าเขาเป็นคนพูดเก่ง และดูสิ บัดนี้เขากำลังเดินทางมาพบเจ้า เมื่อเขาเห็นเจ้า เขาจะดีใจ  อพย 4 : 13-14 หลายครั้งที่เราอาจทำให้พระเจ้า พระบิดาของเรา รู้สึกโกรธ เพราะความบาปของเราเอง หรือแม้แต่การขาดความเชื่อ ก็ตาม แม้ว่าพระองค์ย้ำเตือนเราผ่านพระวจนะอย่างชัดเจนแล้ว ก็ตาม ที่สำคัญกว่านั้น พระองค์รู้สึกโกรธแต่ก็ไม่ได้ลงโทษเรา เพราะพระองค์รักเรา และเราไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มลงในบาป แบบนั้น พระองค์ก็มีทางออก และวิธีช่วยให้เราเสมอ ดัง โมเสสที่ท่านมองว่าเป็นคนพูดไม่เก่ง พระองค์จึงส่งอาโรนที่ชำนาญกว่ามาช่วย เราเอง มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่เป็นพระเจ้าอยู่ในเรา เราจะไม่ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นหรือ ขอให้เราเองได้พึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระองค์ด้วยสุดใจ อาเมน

ไปเถิด เราจะช่วยเจ้าให้พูด และจะสอนคำซึ่งควรจะพูด

11พระยาห์เวห์จึงตรัสกับโมเสสว่า “ใครเล่าสร้างปากมนุษย์หรือทำให้เป็นใบ้ หูหนวก ตาดี หรือตาบอด? เรา ยาห์เวห์ เป็นผู้ทำไม่ใช่หรือ? 12บัดนี้ ไปเถิด เราจะช่วยเจ้าให้พูด และจะสอนคำซึ่งควรจะพูด” 13แต่ท่านทูลว่า “องค์เจ้านาย โปรดใช้คนอื่นไปเถิด” อพย 4 : 11-13 พระเจ้าสร้างเราขึ้นมาด้วยความรัก และสร้างเราจากผงคลีดิน ดังนั้น ทุกสิ่งพระองค์จึงเป็นผู้สร้างขึ้น ร่างกายทุกส่วนพระองค์เป็นผู้สร้าง พระองค์เป็นผู้สร้าง ผู้เริ่มต้นทั้งสิ้น เรามีพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสวรรคแล้ว เราจะกลัวสิ่งใดอีก พระเจ้าย้ำกับโมเสส ให้รู้ว่าพระองค์สร้างปากมนุษย์ ดังนั้น พระองค์จึงรุ้ว่าจะใช้โมเสสอย่างไรในการพูด เพราะผู้ที่พูดไม่ใช่ตัวท่านแต่เป็นพระองค์ผู้ที่มีวิธีการในการช่วยเหลือในจุดอ่อน ที่เราอาจมียู่ เมื่อเราต้องเผชิญสถานการณ์บางอย่าง

ถ้าพวกเขาไม่เชื่อเจ้า และไม่ใส่ใจหมายสำคัญครั้งแรกนี้ พวกเขาอาจเชื่อหมายสำคัญครั้งที่สอง

7พระองค์จึงตรัสว่า “เอามือสอดไว้ที่อกอีกครั้งหนึ่ง” โมเสสก็สอดมือเข้าที่อกอีก แล้วเมื่อท่านชักออกมา ดูสิ มือนั้นก็กลับเป็นปกติเช่นเดิม 8พระเจ้าตรัสว่า “ถ้าพวกเขาไม่เชื่อเจ้า และไม่ใส่ใจหมายสำคัญครั้งแรกนี้ พวกเขาอาจเชื่อหมายสำคัญครั้งที่สอง อพย 4: 7-8 พระเจ้าให้เรามีความเชื่อเพื่อให้เรากล้าจะใช้มันเพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดผล แต่หลายครั้งเราอาจเผชิญความไม่มั่นใจ หรือบาดแผลในอดีตที่คอยเกาะกุมหัวใจ ทำให้เราขาดความเชื่อในบางเวลา พระองค์เข้าใจเราและพร้อมที่จะช่วยเราอยู่ตลอดเวลา พระองค์ไม่เคยห่างเราเลยแม้สักครา พระเจ้าย้ำโมเสส เมื่อเขาต้องเจอกับฟาโรห์ ที่จะปฏิเสธคำขอ ของท่าน พระองค์ได้บอกให้โมเสสเห็นวิธีที่พระองค์จะช่วยทำให้ฟาโรห์เปลี่ยนใจ และ แม้เขาจะยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ พระองค์ก็มีแผนการต่อไป และบอกต่อโมเสสอย่างชัดเจน พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เป็นเช่นนั้นในปัจจุบัน พระองค์จะบอกเรา ย้ำเราให้รู้ถึงแผนการที่พระองค์จะนำเรา วิธีที่พระองค์จะช่วยเรา เราเพียงต้องใกล้ชิดพระองค์ พูดคุย ฟังเสียงพระองค์อยู่เสมอ

อะไรอยู่ในมือของเจ้า?

2พระยาห์เวห์จึงตรัสกับโมเสสว่า “อะไรอยู่ในมือของเจ้า?” ท่านทูลว่า “ไม้เท้า พระเจ้าข้า” 3พระองค์ตรัสว่า “โยนลงที่พื้นดินเถิด” ท่านจึงโยนไม้เท้าลงบนพื้นดิน ไม้เท้านั้นก็กลายเป็นงู โมเสสก็หนีไปจากงูนั้น อพย 4:1-2 ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตนั้น เราอาจต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต และเราเองก็ต้องพึ่งพาฤทธิ์อำนาจจากพระเจ้าเป็นอย่างมาก และพระองค์ก็รู้จุดอ่อนของเราเป็นอย่างดี และแม้ว่าเราตั้งใจในการพึ่งพาพระองค์ด้วยสุดกำลัง แต่หลายครั้งส่วนลึกภายในใจของเรา ก็ยังอาจจะขาดความเชื่อ พระเจ้ารู้ทุกสิ่งในชีวิตของเรา ดังเช่นโมเสส ที่ท่านเกรงกลัวฟาโรห์เป็นอย่างมาก และไม่กล้ที่จะเผชิญหน้า แต่พระเจ้าเมตตาท่านและสำแดงอัศจรรย์ให้ท่านได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ขอพระเกียรติเป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว อาเมน

พระเจ้าบอกกับโมเสสถึงเรื่องการที่พระองค์จะนำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์ แต่จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้กษัตริย์อียิปต์ไม่ยอมให้พวกเขาไป แล้วพระองค์จะนำภัยพิบัติมาถึงชนชาติอียิปต์ และในที่สุดพวกเขาจะได้ออกจากอียิปต์ และจะเป็นที่โปรดปรานของคนอียิปต์ด้วย อพย 3.18-22 ในสภาวะที่เรายังต้องเผชิญกับอุปสรรคที่จากจะเดินผ่านไปได้ ในช่วงเวลานึง เราเห็นว่าพระองค์ได้มีวิธีการที่จะช่วยเหลือลูกหลานของพระองค์อย่างเป็นขั้นตอน เราเองก็เช่นกัน เมื่อเราใส่ใจ ไวในการฟังเสียงของพระวิญญาณ พระองค์จะเปิดเผยและบอกให้เราได้รู้ถึง วิธีการ แนวทางที่พระองค์จะได้นำเราไปในแต่ละย่างก้าว อาจเป็นย่างก้าวที่ช้า แต่จะเป็นย่างก้าวที่มั่นคง และจะเป็นหนทางที่จะนำเราไปถึงสิ่งที่พระองค์สัญญาไว้ จงเชื่อในวิถีของพระองค์ด้วยสุดใจ

ราเฝ้าดูเจ้าทั้งหลายแล้ว และได้เห็นสิ่งที่พวกเขาได้ทำต่อพวกเจ้าในอียิปต์

เจ้าจงไปรวบรวมพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลให้มาประชุมพร้อมกัน แล้วกล่าวกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกท่าน พระเจ้าของอับราฮัม ของอิสอัค และของยาโคบ ทรงปรากฏแก่ข้าพเจ้า ตรัสว่า “เราเฝ้าดูเจ้าทั้งหลายแล้ว และได้เห็นสิ่งที่พวกเขาได้ทำต่อพวกเจ้าในอียิปต์ อพย  3 : 16 พันธสัญญาเดิมพระเจ้านำความช่วยเหลือต่าง  ๆ มาถึงลูกหลานและประชากรของพระองค์ผ่านทาง บางคนที่พระองค์เรียกเขาอย่างเจาะจง และโมเสสเองก็เป็นบุคคลนั้นที่พระองค์ได้โปรดใช้ ให้เป็นตัวแทนของพระองค์ไปถึง ในยุคที่พระวิญญาณได้ทำงานผ่านชีวิตของเราอย่างเต็มที่ พระองค์อยู่ในเราและพร้อมที่จะช่วยเราในทุกทางเมื่อเราได้ บอกต่อพระองค์ พระบิดาก็รู้ถึงสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่เช่นกันและพร้อมที่จะช่วยเหลือเราด้วย พระองค์เป็นคำตอบสำหรับทุกทางและทุกอย่าง  ขอบคุณพระเจ้า

เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น

พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า “เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น” แล้วพระองค์ตรัสว่า “ไปบอกชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า ‘พระองค์ผู้ทรงพระนามว่า เราเป็นทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย’ ” อพย 3: 14 พระนามของพระเจ้า นั้น ยิ่งใหญ่และสมควรรับการสรรเสริญอย่างที่สุด พระนามพระองค์เป็นนามเดียวที่จะนำเราไปถึงการอวยพร การปลดปล่อย ความไพบูลย์ พระองค์เป็นอยู่วานนี้ วันนี้และสืบๆ ไป เป็นนิตย์ พระเกียรติสิริเป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว เมื่อเราสรรเสริญ เราจะยกพระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ไม่ให้เราได้เห็นพระองค์ เพื่อเราจะได้ไม่เอาไปเป็นรูปเคารพสำหรับบูชา แต่เรายกพระนามพระองค์จากจิตใจภายในของเรา ที่พระวิญญาณได้ทำงานอยู่

เราจะอยู่กับเจ้าแน่

พระองค์ตรัสว่า “เราจะอยู่กับเจ้าแน่ นี่เป็นหมายสำคัญให้เจ้ารู้ว่าเราใช้เจ้าไป คือเมื่อเจ้านำประชากรออกจากอียิปต์แล้ว เจ้าทั้งหลายจะมานมัสการพระเจ้าบนภูเขานี้” อพย 3 : 12 หลาย ๆครั้งพระบิดา พระเจ้าของเราทั้งหลายได้เปิดเผยวิธีการในการแก้ไขสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ ด้วยสติปัญญาและแผนงานซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจเรา พระองค์จะมีวิธี ที่เราต้องฟัง และไวในการฟังเสียงของพระองค์เพื่อว่า เราจะได้อยู่ในแผนงานที่พระองค์ได้สถาปนาขึ้นไว้ พระองค์ย้ำให้เรารู้ว่า “พระบิดาของเราจะอยู่กับเราเสมอ” แม้เราไม่สามารถมองเห็นพระองค์แต่เราได้รับรู้ว่า พระองค์ยังอยู่ใกล้ และอยู่ในเรา จึงเป็นความมั่นใจในการดำเนินชีวิต ปรนนิบัติพระองค์ต่อไปได้ หมายสำคัญเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่พระเจ้าจะสำแดงให้เราได้ทราบเมื่อสิ่งที่พระองค์บอกให้เราทำนั้น สำเร็จแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เราต้องใกล้ชิดพระเจ้าอย่างมาก เพื่อรับการสำแดงจากพระองค์

บัดนี้เสียงร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว

บัดนี้เสียงร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว ทั้งเราได้เห็นการบีบคั้นซึ่งคนอียิปต์ทำต่อพวกเขา อพย 3.9 พระเจ้าได้ยินทุกคำร้องทูลของเราเสมอ ไม่ว่าเราจะพูด ระบาย อ้อนวอน วิงวอน พระองค์อย่างไรก็ตาม  ทุกถ้อยคำที่ออกมาจากปากของเรา ไปถึงพระองค์เสมอ และพระองค์ พร้อมที่จะมีหนทาง ที่จะตอบคำร้องทูลของเรา ด้วยความรักที่พระองค์ได้มีแก่เรา ช่วงเวลาที่เราอาจต้องอดทนในความยากลำบาก นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ ที่พระองค์มีแก่เราและ รวมถึงการตอบในคำอธิษฐานด้วย  การที่เราเผชิญสถานการณ์ที่ดูเหมือนยากลำบากอยู่นั้น ก็เพื่อพระพรที่เราจะได้รับในอนาคตนั่นเอง

เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์

เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากแผ่นดินนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดม กว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ อพย 3 : 8 พระเจ้ารู้ทุกสิ่งที่เราเผชิญอยู่ และพระองค์มีแผนการและพร้อมที่จะช่วยเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อเราเองได้ไว้วางใจในพระองค์ ด้วยสิ้นสุดจิต สุดใจแล้ว เราจะได้รับความช่วยเหลือ ในเวลาอันเหมาะสม พระองค์สัญญาว่าจะได้เราได้รับทุกสิ่งตามพระสัญญาของพระองค์ ดังนั้นเราต้องไว้วางใจในพระนามของพระองค์ ด้วย พระเจ้าทราบถึงสิ่งที่อิสราเอลกำลังประสบอยู่ และพระองค์สัญญาผ่านโมเสสคือคนที่พระองค์เลือกเพื่อจะไปทำให้พันธกิจของพระองค์ผ่านชนชาติอิสราเอลนั้นสำเร็จ

เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า

แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า “เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ” โมเสสปิดหน้าเพราะกลัว ไม่กล้ามองดูพระเจ้า อพย 3 : 6 พระเจ้าทราบทุกสิ่ง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา พระเจ้าเป็นพระบิดาผู้สร้างเราทั้งหลายมาด้วยความรัก พระองค์บริสุทธิ์ และเป็นที่ยำเกรงแม้แต่โมเสสก็มิกล้าที่จะมองพระองค์ พระองค์บริสุทธิ์และปรารถนาให้เราบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน พระองค์ปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระองค์ และเมื่อถึงช่วงเวลานึงพระองค์จะสำแดงพระองค์เองแก่เรา เราอยู่ในยุคที่พระวิญญาณอยู่ในเรา เราเองจึงไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด และเราเองก็ปราถรนาที่จะใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นทุกวัน เพราะเรารักและวางใจในพระนามของพระองค์