ใกล้ชิดพระเจ้า

พระเยซูเลี้ยงอาหารคนสี่พัน

ทรงเลี้ยงอาหารคนสี่พัน (มก 8:1-9) 32ฝ่ายพระเยซูทรงเรียกพวกสาวกของพระองค์มาตรัสว่า “เราสงสารคนเหล่านี้ เพราะเขาค้างอยู่กับเราได้สามวันแล้ว และไม่มีอาหารจะกิน เราไม่อยากให้เขาไปเมื่อยังอดอาหารอยู่ กลัวว่าเขาจะหิวโหยสิ้นแรงลงตามทาง” 33พวกสาวกทูลพระองค์ว่า “ในถิ่นทุรกันดารนี้ เราจะหาอาหารที่ไหนพอเลี้ยงคนเป็นอันมากนี้ให้อิ่มได้” 34พระเยซูจึงตรัสถามเขาว่า “ท่านมีขนมปังกี่ก้อน” เขาทูลว่า “มีเจ็ดก้อนกับปลาเล็กๆสองสามตัว” 35พระองค์จึงสั่งประชาชนให้นั่งลงที่พื้นดิน 36แล้วพระองค์ทรงรับขนมปังเจ็ดก้อนและปลาเหล่านั้นมาขอบพระคุณ แล้วจึงทรงหักส่งให้เหล่าสาวกของพระองค์ เหล่าสาวกก็แจกให้ประชาชน 37และคนทั้งปวงได้รับประทานอิ่มทุกคน อาหารที่เหลือนั้น เขาเก็บได้เจ็ดกระบุงเต็ม 38ผู้ที่ได้รับประทานอาหารนั้นมีผู้ชายสี่พันคน มิได้นับผู้หญิงและเด็ก 39พระองค์ตรัสสั่งให้ประชาชนไปแล้ว ก็เสด็จลงเรือมาถึงเขตเมืองมักดาลา มัทธิว 15:32-39 พระคริสต์เป็นห่วงฝูงแกะของท่าน เพราะพวกเขาเดินทางมาเพื่อจะพบกับท่านและรับการรักษาให้หายป่วยทั้งสิ้น ฝูงชนเหล่านี้ต้องออกจากบ้านเรือนของตนเพื่อจะมาพบกับพระคริสต์ พวกเขาอยู่กัพบท่านได้สามวันแล้วและเป็นไปได้ที่ ระหว่างสามวันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้ทานอะไรเลย เพราะอาหารที่ติดตัวมาคงจะไม่พอแล้ว 1. ฝูงชนตัดสินใจที่มาพบพระเยซู ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด 2. ฝูงชนอยู่กับพระเยซูตลอดสามวัน แม้ว่าอาจจะไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับตน 3. การแสวงหาพระเจ้าทางพระเยซูของพวกเขา ทำให้พระคริสต์พอพระทัยที่จะรักษาพวกเขาทุกคนให้หายดี แม้ต้องแลกมาด้วยความหิว และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และพวกเขาไม่มีใครบ่นเลย สรรเสริญพระเจ้า 4. ท้ายที่สุด พวกเขารับการเลี้ยงดูจากพระคริสต์ ผ่านขนมปังและปลาที่มีเพียงน้อยนิด เป็นการอัศจรรย์ ที่พระเยซูทำให้แก่เหล่าฝูงชนนั้น …

พระเยซูเลี้ยงอาหารคนสี่พัน Read More »

พระเจ้ายังมองดูเราในความทุกข์ใจที่เราเผชิญเสมอ

9หลังจากที่ได้รับประทานอาหารและดื่มที่เมืองชิโลห์แล้ว ฮันนาห์ก็ลุกขึ้น เอลีปุโรหิตนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเสาประตูพระวิหารของพระยาห์เวห์ 10นางขมขื่นใจมากจึงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์และร้องไห้อย่างหนัก 11นางบนไว้ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ ถ้าพระองค์จะทอดพระเนตรความทุกข์ใจ naของผู้รับใช้ของพระองค์จริงๆ ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ และไม่ทรงลืมผู้รับใช้ของพระองค์ แต่จะประทานบุตรชายแก่ผู้รับใช้ของพระองค์สักคน แล้วข้าพระองค์จะถวายเขาแด่พระยาห์เวห์ตลอดชีวิตของเขา และมีดโกนจะไม่แตะต้องศีรษะของเขาเลย” 1 ซามูเอล 1 : 9-11 เราอาจเผชิญความทุกข์ หรือข่มขื่นใจ เมื่อเราต้องเผชิญสถานการณ์ที่ดูเหมือนยากลำบากและยังเหมือนว่าไม่มีทางออก ณ เวลานั้น เช่นเดียวกับนางฮันนาห์ ที่ยังไม่มีบุตร และรู้สึกขมขื่นใจอย่างมากจนต้องอธิษฐานร้องทูลต่อพระบิดา อย่างหนักแน่นและจริงจัง จนในที่สุดพระบิดาก็ประทานบุตรให้ นั่นคือ ซามูเอล การมุ่งมั่นอธิษฐานต่อพระบิดา ไม่ลดละในความซื่อสัตย์และรักษาความเชื่อไว้อย่างมั่นคง เข้มแข็งไม่สงสัย เป็นรากฐานสำคัญของการอวยพรจากพระบิดา แม้ว่า ความรู้สึกเราหลายครั้งจะเกิดอาการ หดหู่ เศร้าใจ ท้อแท้ มีความทุกข์ หรือดูสิ้นหวัง แต่เมื่อเราตระหนักและลุกขึ้นร้องทูลอธิษฐานต่อพระบิดาต่อเนื่องต่อไป แล้วพระสัญญารและการอวยพรจะมีอย่างมากมาย มหาศาลแน่นอน จงมุ่งมั่นและยืนหยัดในการอธิษฐานต่อเนื่องต่อไป สรรเสริญพระเจ้า ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก …

พระเจ้ายังมองดูเราในความทุกข์ใจที่เราเผชิญเสมอ Read More »

พระเยซูการทรงรักษาคนจำนวนมาก

การทรงรักษาคนจำนวนมาก ” 29พระเยซูจึงเสด็จจากที่นั่นมายังทะเลสาบกาลิลี แล้วเสด็จขึ้นไปบนภูเขาและประทับที่นั่น 30มหาชนมาเฝ้าพระองค์ และพาคนง่อย คนแขนขาพิการ คนตาบอด คนใบ้ และคนเจ็บอื่นๆ หลายๆ คน มาวางแทบพระบาทของพระเยซู แล้วพระองค์ทรงรักษาพวกเขาให้หาย 31ฝูงชนก็ประหลาดใจ เมื่อเห็นคนใบ้พูดได้ คนแขนขาพิการหายเป็นปกติ คนง่อยเดินได้ คนตาบอดกลับเห็น แล้วพวกเขาก็สรรเสริญพระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ” มัทธิว15:29-31พระเยซูทำการอัศจรรย์ รักษาคนป่วยมากมายให้หายดี มีคนป่วยหลายอาการที่พระเยซูรักษา * คนใบ้พูดได้ * คนแขนขาพิการหายเป็นปกติ * คนง่อยเดินได้ * คนตาบอดมองเห็น * คนเจ็บอื่น ๆ เราเห็นว่าพระเยซูเมตตารักษาการป่วยไข้ทั้งสิ้นให้หายดี และคนก็พากัน สรรเสริญพระเจ้า พระบิดา ยาเวห์ อัศจรรย์ที่พระบิดาประทานให้แก่เราผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเยซู นั้น ก็เพื่อให้คนได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และจำนนต่อพระสิริของพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้กลับมาหาพระบิดา ผ่านทางพระคริสต์ สิ้นทุกคนพระบิดามอบ พระราชกิจอันยิ่งใหญ่นี้แก่เรา และให้เราได้ใช้ความเชื่อในการทำพระราชกิจนี้เพื่อพระนามของพระองค์ สรรเสริญพระเจ้าชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ …

พระเยซูการทรงรักษาคนจำนวนมาก Read More »

พระเยซูการทรงรักษาคนหูหนวก

การทรงรักษาคนหูหนวก 31ต่อมาพระองค์เสด็จจากเขตแดนเมืองไทระ และทรงผ่านเมืองไซดอนไปยังทะเลสาบกาลิลี ไปตามเขตแดนแคว้นทศบุรี 32พวกเขาพาชายหูหนวกพูดติดอ่างคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ และทูลขอให้พระองค์วางพระหัตถ์บนคนนั้น 33พระองค์จึงทรงพาคนนั้นออกห่างจากฝูงชนไปอยู่ตามลำพัง แล้วทรงเอานิ้วพระหัตถ์แยงเข้าที่หูทั้งสองของชายคนนั้น และทรงบ้วนน้ำลาย เอานิ้วพระหัตถ์จิ้มแตะลิ้นของคนนั้น 34แล้วพระองค์แหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ ถอนพระทัยและตรัสกับคนนั้นว่า “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดออก” 35แล้วหูของคนนั้นก็ปกติ สิ่งที่ขัดลิ้นนั้นก็หลุดและเขาพูดได้ชัด 36พระองค์ทรงห้ามปรามคนทั้งหลายไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร แต่พระองค์ยิ่งทรงห้ามปราม พวกเขาก็ยิ่งเล่าลือออกไป 37คนทั้งหลายก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง พูดกันว่า “ท่านผู้นี้ทำทุกอย่างล้วนดีทั้งนั้น ท่านทำได้แม้กระทั่งให้คนหูหนวกได้ยิน และคนใบ้พูดได้” มาระโก 7:31-37 พระเยซูทำอัศจรรย์ มีหัวใจเพื่อสำแดงพระราชกิจของพระบิดาและสำแดงความรักที่มีต่อ ฝูงแกะที่ยังไร้ผู้เลี้ยง พระเยซู ดูแลฝ่าย ร่างกาย โดยการรักษาโรค ฝ่ายจิตวิญญาณ คือท่านได้สอนถ้อยคำจากพระบิดาเพื่อให้พวกเขารู้จักแผ่นดินของพระเจ้า คนหูหนวกและพูดติดมีความปรารถนาให้พระเยซูรักษาเขาให้หาย และพระเยซูก็ได้รักษาคนหูหนวก ด้วยวิธีที่แตกต่างจากคนป่วยทั่วไป สิ่งที่เราเห็นได้คือ 1. การวางมือหรือไปสัมผัสจุดที่เขาป่วย 2. สั่งในนามพระเยซู ถึงสิ่งที่ผิดปกติของร่างกาย : เหตุการณ์ หูที่ไม่ได้ยิน รับการรักษาโดยพระเยซู สั่งว่า ” จงเปิดออก ” เราเรียนรู้จากสิ่งที่พระเยซุได้กระทำในการรักษาโรค ในหลายวาระ …

พระเยซูการทรงรักษาคนหูหนวก Read More »

พระเยซูรักษาลูกสาวของหญิงชาติซีเรียฟีนิเซียที่ถูกผีสิง

พระเยซูรักษาลูกสาวของหญิงชาติซีเรียฟีนิเซียที่ถูกผีสิง พระองค์จึงทรงลุกขึ้นจากที่นั่นไปยังเขตแดนเมืองไทระและเมืองไซดอน แล้วเข้าไปในเรือนแห่งหนึ่งประสงค์จะมิให้ผู้ใดรู้ แต่พระองค์จะซ่อนอยู่มิได้ 25เพราะผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีลูกสาวที่มีผีโสโครกสิง เมื่อได้ยินข่าวถึงพระองค์ก็มากราบลงที่พระบาทของพระองค์ 26ผู้หญิงนั้นเป็นชาวกรีก ชาติซีเรียฟีนิเซีย และนางทูลอ้อนวอนขอพระองค์ให้ขับผีออกจากลูกสาวของตน 27ฝ่ายพระเยซูตรัสแก่นางนั้นว่า “ให้พวกลูกกินอิ่มเสียก่อน เพราะว่าซึ่งจะเอาอาหารของลูกโยนให้แก่สุนัขก็ไม่ควร” 28แต่นางทูลตอบพระองค์ว่า “จริงด้วย พระองค์เจ้าข้า แต่สุนัขที่อยู่ใต้โต๊ะนั้นย่อมกินเดนอาหารของลูก” 29แล้วพระองค์ตรัสแก่นางว่า “เพราะเหตุถ้อยคำนี้จงกลับไปเถิด ผีออกจากลูกสาวของเจ้าแล้ว” 30ฝ่ายหญิงนั้นเมื่อไปยังเรือนของตน ได้เห็นลูกนอนอยู่บนที่นอน และทราบว่าผีออกแล้ว มาระโก 7:24-30 พระเยซูเดินทางข้ามไปอีกด้านของประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นการเดินทางที่ไกลพอสมควร แต่ท่านก็ยังเป็นพรให้กับคนที่นั่นคือลูกสาวของหญิงชาติซีเรีย พระเยซูพูดคุยกับนางก่อนที่จะรักษาลูกสาวให้หาย สิ่งที่เห็นได้จากเหตุการณ์ แตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่พระเยซูได้รักษา ทั้งวิธีการพูดคุยของพระเยซูและการตอบสนองของหญิงนั้น 1. หญิงนั้นมีความถ่อมใจเข้ามาหาพระเยซู : แม้ว่าการสื่อสารของพระเยซูจะดูเหมือนพูดรุนแรงกับหญิงนั้น ให้ดูต่ำต้อยกว่า แต่ความจริงแล้ว พระเยซูกำลังทดสอบหญิงนั้นอยู่ ไม่ใช่เรื่องความเชื่อแต่เป็นความถ่อมใจ 2. หญิงนั้นตอบสนองคำพูดของพระเยซูอย่างถูกต้อง : เราเห็นได้ว่าบทสนทนานี้ หญิงนั้นยอมรับในความต่ำต้อยและยังยอมรับในสถานะในสิ่งที่พระเยซูบอกด้วย พวกเขาเป็นคนต่างชาติและหญิงนั้นก็เข้าใจสถานะตนเองเป็นอย่างดี ไม่โต้แย้งใดๆ และคำตอบสนองของนาง ก็ทำให้นางรับการรักษา พระเจ้าทราบหัวใจเราเป็นอย่างดี ว่าจะสื่อสารหรือพูดคุยกับเราแบบไหนอย่างไร เพื่อให้เราเองได้ดำเนินชีวิตและตอบสนองพระทัยของพระองค์อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับเหตุการณ์ของหญิงชาวซีเรียฟินิสเตียนี้ ชาโลม …

พระเยซูรักษาลูกสาวของหญิงชาติซีเรียฟีนิเซียที่ถูกผีสิง Read More »

การทรงรักษาคนป่วยในเยนเนซาเรท

การทรงรักษาคนป่วยในเยนเนซาเรท 34เมื่อข้ามฟากไปแล้วก็มาขึ้นฝั่งที่แขวงเยนเนซาเรท 35คนที่นั่นจำพระองค์ได้ ก็ส่งข่าวไปทั่วแคว้น และต่างก็พาบรรดาคนเจ็บป่วยมาเฝ้าพระองค์ 36พวกเขาทูลขอพระองค์โปรดให้พวกเขาได้แตะต้องเพียงชายฉลองพระองค์เท่านั้น และใครได้แตะต้องก็หายป่วยทุกคน มัทธิว14:34-36 ความเชื่อของพี่น้องที่เยนเนซาเรท ทำให้เราได้เห็นวิธีการทำงานของฤทธื์อำนาจพระเจ้า คือ พวกเขาไม่ได้ขอให้พระเยซูตรัสเพื่อให้หายป่วย และพระเยซูก็ไม่ได้ถามถึงความเชื่อของพวกเขา แต่พวกเขาทำในอีกสิ่งหนึ่ง คือการขอไปแตะต้องเพียงชายฉลองของพระเยซูเท่านั้น และพวกเขาก็หายป่วยทุกคน ซึ่งเหมือนกับหญิงที่ตกเลือดที่ไปแอบแตะฉลองของพระองค์แล้วหายโรคเช่นกัน วิธีการทางความเชื่อ เป็นได้หลายรูปแบบ ไม่ได้มีข้อบังคับ แต่เป็นความเชื่อที่ต้องมีเหมือนกัน คือไม่สงสัย และเชื่อว่าพระเยซูจะรักษาให้หาย เราต้องรักษาความเชื่อเช่นนี้เอาไว้ เพื่อการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยฤทธฺิ์เดชของพระเยซู การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

เปโตรสงสัยจึงจมลงทะเล

เปโตรสงสัยจึงจมลงทะเล เปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอตรัสให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์” 29พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู 30แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว และเมื่อกำลังจะจมก็ร้องว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” 31พระเยซูจึงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ทันที แล้วตรัสว่า “ช่างมีความเชื่อน้อย ท่านสงสัยทำไม?” มัทธิว 14:28-31 ไม่มีอัศจรรย์ใดที่พระเยซูคริสต์ ทำไม่ได้บนโลกนี้ สิ่งที่เกินธรรมชาติทั้งสิ้น ท่านทำให้เราเห็นแล้วผ่านพระวจนะ เช่นเดียวกับที่เปโตรปรารถนาจะเดินบนทะเลเพื่อไปหาพระเยซู และพระเยซูก็รับรองด้วยคำตรัสแล้ว สิ่งที่เราเรียนรู้ได้คือ 1. ขอการรับรองจากพระเจ้า : พระสัญญาของพระองค์เป็นการรับรองที่แน่นอนที่สุด และเพิ่มเติมด้วยการรับรองจาก ถ้อยคำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เราต้องพูดคุย อธิษฐานกับท่าน 2. ใช้ความเชื่อโดยไม่สงสัย : เพราะเปโตรสงสัย ดังที่พระคริสต์บอกว่า ” ท่านสงสัยทำไม ” ทำให้เปโตร จมลงทะเลในที่สุด ความสงสัยที่ให้ความเชื่ออย่างบริบูรณ์ ลดน้อยถอยลงไป ดังนั้น เราต้องเอาความสงสัยออกไป เพื่อให้ความเชื่อเต็มบริบูรณ์ ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน …

เปโตรสงสัยจึงจมลงทะเล Read More »

พระเยซูเดินบนทะเล

พระเยซูเดินบนทะเล และเมื่อให้ประชาชนเหล่านั้นไปหมดแล้ว พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่อจะอธิษฐาน เมื่อถึงเวลาค่ำ พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว แต่ขณะนั้นเรืออยู่กลางทะเลแล้ว และถูกคลื่นโคลงเพราะทวนลมอยู่ ครั้นเวลาสามยามเศษ พระเยซูจึงทรงดำเนินบนน้ำทะเลไปยังเหล่าสาวก เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงดำเนินมาบนทะเล เขาก็ตกใจนัก พูดกันว่า “เป็นผี” เขาจึงร้องอึงไปเพราะความกลัว ในทันใดนั้นพระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงชื่นใจเถิด คือเราเอง อย่ากลัวเลย” มัทธิว 14:23‭-‬27 KJV https://bible.com/bible/175/mat.14.23-27.KJV พระเยซูยังใช้เวลาในการอธิษฐานเพียงลำพังหลังจากที่พระองค์ได้ส่งประชาชนกลับบ้านเมื่อเขาได้ทานอาหารจนอิ่มแล้ว พระเยซูได้ทำการอัศจรรย์โดยการเดินบนทะเลและได้ไปเจอกับเหล่าสาวกที่อยู่กลางทะเล เหตุการณ์นี้ไม่สามารถอธิบายใดๆได้นอกจากเป็นการอัศจรรย์จากพระเยซูในฐานะที่พระองค์เป็นพระเจ้าอย่างแท้จริง เราในฐานะลูกของพระเจ้าต้องไม่จำกัดด้วยสายตาของเรา แต่ต้องเชื่อในอัศจรรย์ที่อยู่เหนือธรรมชาติอย่างที่พระเยซูได้ทำให้เราเห็น พระวจนะตอนนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การบันทึกเหตุการณ์ของพระเยซูเท่านั้น แต่เป็นการทำให้เราเห็นถึงอัศจรรย์ที่เกินธรรมชาติที่เราทั้งหลายควรที่จะต้องยึดและใช้อัศจรรย์เหล่านี้เพื่อพระราชกิจของพระองค์ โดยไม่ต้องสงสัยใดๆ ยิ่งเราเชื่อใน ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เราเองก็จะเห็นอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นผ่านคำอธิษฐานและการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อที่ไม่สงสัยใดๆ หมายสำคัญและการอัศจรรย์ของพระเจ้าจะเกิดขึ้นแก่ชีวิตของเราอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าสูงสุด ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

เวลาของพระเจ้าจะมาถึงเรา ( Kairos )

เวลาของพระเจ้าจะมาถึงเรา ( Kairos ) “เวลากำหนดมาถึงแล้วและแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจใหม่ และเชื่อข่าวประเสริฐ” มาระโก 1:15 พระเจ้ามีวาระและเวลาสำหรับเราแต่ละคน เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ หิวกระหาย ลึกในความสัมพันธ์กับพระวิญญาณ ลึกในพระวจนะ และปรนนิบัติตามของประทานและตะลัน เมื่อเป็นเวลาของพระเจ้า พระองค์จะเข้ามา ในช่วงเวลาของเราและจะทำการบางอย่างเพื่อนำเราให้ไปสู่แผนการ น้ำพระทัย ซึ่งอาจจะแตกต่างจากแผนงานที่ได้วางไว้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ แผนงานนั้นจะเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าสูงสุด สำหรับชีวิตของเรา ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเยซูเลี้ยงคนห้าพันคน

พระเยซูเลี้ยงคนห้าพันคน 16พระเยซูตรัสกับพวกสาวกว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปจากที่นี่ พวกท่านจงเลี้ยงพวกเขาเถิด” 17พวกสาวกจึงทูลพระองค์ว่า “พวกข้าพระองค์มีเพียงขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวอยู่ที่นี่” 18พระองค์จึงตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เอาอาหารนั้นมาให้เราเถิด” 19แล้วพระองค์มีรับสั่งให้ฝูงชนนั่งลงบนหญ้า เมื่อทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว ก็แหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ และขอพระพร แล้วทรงหักขนมปังส่งให้พวกสาวก พวกสาวกก็แจกให้คนทั้งปวง 20พวกเขาได้กินอิ่มกันทุกคน ส่วนเศษอาหารที่ยังเหลือนั้น เขาเก็บไว้ได้ถึงสิบสองตะกร้าเต็ม 21คนทั้งหลายที่รับประทานอาหารนั้น มีผู้ชายประมาณห้าพันคน ไม่รวมผู้หญิงและเด็ก มัทธิว 14:16-21 พระบิดาโปรดดูแลเราทั้งหลาย ทั้งฝ่ายวิญญาณ จิตใจและร่างกาย เสมอ เพราะท่านรักเรามาก และทำให้เราเห็นผ่าน พระบุตรคือพระเยซู ที่ได้เลี้ยงดู คนห้าพันคน ด้วย ขนมปังและปลา ที่เพียงพอและเหลือเก็บได้อีกหลายกระบุง การดูแลของพระเยซูนั้น ไม่เคยมาสายอย่างแน่นอน แม้ว่า เราอาจต้องเผชิญการอดทน รอคอยบ้าง เช่นเดียวกับที่ คนห้าพันคนนั้น พวกเขาต้องการจะพบและรับการรักษาให้หายป่วยทุกคน และท่านเองก็ได้เมตตา สงสารพวกเขา และได้ ทำอัศจรรย์เลี้ยงคนทั้งหมดด้วย ขนมปังและปลาเพียงเล็กน้อย พระเยซูไม่เคยต้องให้การพบกับความอดอยาก ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม พระเมตตาของพระเยซูมาถึงชีวิตเราอยู่เสมอ ความจำเป็นทั้งสิ้นในชีวิต ได้โปรดอยู่ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ โปรดนำเราทั้งหลายให้ไปถึงพระทัยอันบริบูรณ์และเต็มเปี่ยม ของพระองค์ โปรดให้เรามีมากเกินพอเพื่อจะแจกจ่ายคนได้อย่างไม่จำกัด …

พระเยซูเลี้ยงคนห้าพันคน Read More »

พระเยซูรักษาคนที่เป็นใบ้

พระเยซูรักษาคนที่เป็นใบ้ 32ขณะเมื่อพระเยซูกำลังเสด็จออกไปจากที่นั่นกับเหล่าสาวก ก็มีคนพาคนใบ้คนหนึ่งที่มีผีสิงอยู่มาหาพระองค์ 33เมื่อทรงขับผีออกแล้ว คนใบ้นั้นก็พูดได้ ฝูงชนก็อัศจรรย์ใจพูดกันว่า “เรื่องเช่นนี้ไม่เคยปรากฏในอิสราเอลเลย มัทธิว 9 : 32-33 พระเยซูยังทำหมายสำคัญ การอัศจรรย์ให้แก่คนที่ถูกผีสิง และเป็นใบ้ และเมื่อพระเยซูได้ขับผีออกไปแล้ว เขาก็กลับมาพูดได้ การที่คนเป็นใบ้ อาจเกิดจากายภาพที่ไม่สมบูรณ์ แต่เราเห็นจากพระวจนะว่า เขาเป็นใบ้และผีสิง เป็นไปได้ว่า การที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ อาจะมีวิญญาณบางอย่างเข้ามาปิดบังความสมบูรณ์ของการทรงสร้างของพระบิดา ทำให้เขาเหล่านั้น มีอาการพิการ หรือป่วยต่อเนื่อง พระเยซูไม่ได้อธิษฐานรักษาอาการเป็นใบ้ แต่พระองค์เริ่มต้นด้วยการขับผีออก และอาการเป็นใบ้ก็หายสิ้น ฤทธิ์อำนาจของพระเยซูเอาชนะผีที่สิงอยู่ตัวคน เพื่อนำการปลดปล่อย ฝ่ายวิญญาณและฝ่ายกายภาพ ฤทธิ์อำนาจนี้อยู่เหนือความรู้ และวิทยาการของมนุษย์ทั้งสิ้น เราต้องเชื่อในฤทธื์อำนาจโลหิตประเสริฐของพระคริสต์ ในการนำการรักษาโรคทั้งสิ้น และการขับผีในนามของพระเยซู เป็นสิ่งแรก และเราก็ไม่ได้ปฎิเสธการรักษาทางการแพทย์ เช่นกัน แต่ต้องมาเป็นลำดับหลัง โปรดให้เราเชื่อและใช้ฤทธื์อำนาจ ของพระเยซูในการนำการอัศจรรย์ และการขับผีร้ายทั้งสิ้น เพื่อนำการปลดปล่อย มาถึง ผู้ที่อยู่ในพันธนาการทั้งสิ้น ในนามพระเยซู ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ …

พระเยซูรักษาคนที่เป็นใบ้ Read More »

พระเยซูรักษาคนตาบอดสองคน 27เมื่อพระเยซูเสด็จไปจากที่นั่น ก็มีคนตาบอดสองคนตามพระองค์มาร้องว่า “บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอทรงพระเมตตาพวกข้าพระองค์เถิด” 28และเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในบ้าน คนตาบอดทั้งสองก็เข้ามาหาพระองค์ พระเยซูตรัสถามเขาทั้งสองว่า “ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเรามีฤทธิ์เดชทำการนี้ได้?” เขาทั้งสองทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์เชื่อ” 29แล้วพระองค์ทรงแตะต้องนัยน์ตาของเขา ตรัสว่า “ให้เป็นไปตามความเชื่อของพวกท่านเถิด” 30แล้วนัยน์ตาของเขาทั้งสองก็กลับเห็นได้ พระเยซูทรงกำชับเขาว่า “จงระวังอย่าบอกให้ใครรู้เลย” 31แต่เมื่อไปจากที่นั่นแล้ว เขาก็ป่าวประกาศเรื่องพระองค์ทั่วแคว้นนั้น มัทธิว 9:27-31 คนตาบอดรับการรักษาจากพระเยซู โดยที่พวกเขาแสวงหาพระเยซู เช่นกันแม้พวกเขาจะมองไม่เห็น เราเห็นสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อนำมาเป็นบทเรียน ให้แก่ชีวิตของเรา 1. อย่าให้อุปสรรคมาจำกัด การพึ่งพา การวางใจในพระเยซูของเรา : คนตาบอด มองไม่เห็น แต่พวกเขา ยังพยายามที่จะทลายความจำกัด ของพวกเขา เพื่อเขาจะได้พบกับพระเยซู ดังนั้นอย่าให้มีอุปสรรค มาขัดขวางการแสวงหาพระเยซู พระวิญญาณ ด้วยสุดใจของเรา 2. มีหัวใจที่ “เชื่อในฤทธิ์อำนาจของพระเยซูคริสต์” : คนตาบอดทั้งสอง มีความเชื่อว่าพระเยซูจะ รักษาพวกเขา ไม่ว่าพวกเขาได้ยินอะไรมาเกี่ยวกับพระองค์ วันนี้ พวกเขาเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่าพระเยซู จะรักษาเขาให้หาย 3. เชื่อในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า …

Read More »