เช้ามาอธิษฐาน

อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเยโฮวาห์ ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายในวันนี้

“โมเสสจึงเตือนพลไพร่ว่า “อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเยโฮวาห์ ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายในวันนี้ ด้วยคนอียิปต์ซึ่งท่านทั้งหลายเห็นในวันนี้ แต่นี้ไปจะไม่ได้เห็นอีกเลย พระเยโฮวาห์จะทรงรบแทนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด”” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭14:13-14‬ ‭KJV‬‬ https://bible.com/175/exo.14.13-14.kjv ใจที่ขาดกลัวอาจเกิดขึ้นเมื่อเราเจอสถานการณ์จริงๆ ที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่าพระสัญญาของพระเจ้าจะมาให้เห็นเด่นชัดแล้ว ก็ตาม เราต้องตัดสินใจไว้วางใจในพระสัญญา ในสิ่งที่พระองค์บอกเรา เพื่อให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์

เราจะบันดาลให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้างไป ฟาโรห์จะไล่ตามมา แล้วเราจะได้รับเกียรติยศ

เราจะบันดาลให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้างไป ฟาโรห์จะไล่ตามมา แล้วเราจะได้รับเกียรติยศ เพราะฟาโรห์และพลโยธา แล้วชาวอียิปต์จะรู้ว่า เราคือพระเจ้า” เขาทั้งหลายก็กระทำตามรับสั่งนั้น อพยพ 14:4 TH1971 https://bible.com/bible/275/exo.14.4.TH1971 พระเจ้าอนุญาตให้ฟาโรห์มีใจแข็งกระด้างและไล่ตามอิสราเอลจนทัน แต่สุดท้าย พวกเขาจะรู้ว่าพระยาเวห์ เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แต่ผู้เดียว สถานการณ์ที่ดูเหมือนยากลำบาก หรือดูเหมือนเราถูกเอาเปรียบ หรือถูกข่มเหง ทั้งสิ้นพระเจ้ายังเป็นผู้อนุญาตให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เพื่อให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผ่านคำวิงวอน ร้องทูลขอลงเรา

ส่วนพวกเจ้าจงตั้งค่ายตรงข้ามที่นั้น คือบริเวณริมทะเล

1พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า 2“จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้ย้อนกลับไปตั้งค่ายหน้าปิหะหิโรท ระหว่างมิกดลกับทะเล หน้าบาอัลเซโฟน ส่วนพวกเจ้าจงตั้งค่ายตรงข้ามที่นั้น คือบริเวณริมทะเล  อพย 14 : 1-2 พระเจ้านำอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ พระองค์รู้ถึงความคิดของพวกเขา ว่ายังมีความกลัวอยู่ แม้ว่าพวกเขาพึ่งเห็นอัศจรรย์ และเมื่อมาถึงขอบแผ่นดินที่ชายทะเล พระองค์จึงเลือกเฉพาะโมเสสให้มาตั้งที่ัอยู่บริเวณริมทะเล เพราะความเชื่อวางใจในพระเจ้า ของแต่ละคนแตกต่างกัน แม้เรารู้พระสัญญาของพระองค์อย่างชัดเจน แต่บางคน ก็จะยังมีความกลัว อยู่ ดังนั้นหลายครั้ง พระองค์ จึงไม่นำพวกเขาไปไกลกว่าสิ่งที่พวกเขากลัว

พระเยโฮวาห์เสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ และตอนกลางคืนด้วยเสาเพลิง

พระเยโฮวาห์เสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ และตอนกลางคืนด้วยเสาเพลิง ให้เขามีแสงสว่างเพื่อจะได้เดินทางได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืน พระองค์มิได้ให้คลาดจากเบื้องหน้าพลไพร่เลย หนังสืออพยพ 13:21‭-‬22 KJV https://bible.com/bible/175/exo.13.21-22.KJV พระบิดานำหน้าอิสราเอลด้วยเสาเมฆและเสาเพลิง เป็นภาพที่ชัดเจนมาก ในการนำทิศทาง ที่พระองค์มีต่อประชากรของพระ องค์ ไม่เพียงเท่านั้น พระองค์ยังนำการปกป้องดูแลมาถึงพวกเขาด้วย เมฆเป็นความร่มเย็น เมื่อความร้อนในช่วงระหว่างวัน เสาเพลิงนำแสงสว่างในการเดินให้มองเห็นได้ตลอดทาง เช่นเดียวกันกับชีวิตของเราที่พระบิดา ช่วยเหลือเราแบบนี้ เรารับรู้ได้อย่างชัดเจนผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ ยิ่งเราใกล้ชิดพระองค์ เราก็จะยิ่งรับรู้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อฟาโรห์ปล่อยประชากรไปแล้ว พระเจ้าไม่ได้ทรงนำพวกเขาไปทางแผ่นดินของคนฟีลิสเตียแม้ว่าจะเป็นทางใกล้

เมื่อฟาโรห์ปล่อยประชากรไปแล้ว พระเจ้าไม่ได้ทรงนำพวกเขาไปทางแผ่นดินของคนฟีลิสเตียแม้ว่าจะเป็นทางใกล้ เพราะพระเจ้าตรัสว่า “เกรงว่าเมื่อประชากรไปเผชิญสงครามเข้า พวกเขาจะเปลี่ยนใจและกลับไปยังอียิปต์” อพย 13: 17 พระเจ้ารู้ความจำกัดของเรา พระองค์รู้ว่าเราจะสู้ได้มากแค่ไหน พระองค์จึงคอยควบคุมทุกสิ่งอยู่ เพียงแต่อย่าให้ใจเรา หวาดระแวงเกินกว่าที่พระองค์บอก เท่านั้น และพระองค์จะมีหนทาง วิถีทางที่จะช่วยเราให้ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ  ไปได เราต้องพึ่งพา รอคอย ฟังพระองค์ เชื่อฟังพระองค์อย่างเต็มกำลัง แล้วเราจะได้รับผลดีอย่างแน่นอน

จงถวายลูกหัวปีทั้งปวงแก่เรา คือทุกสิ่งของชนชาติอิสราเอลที่ออกจากครรภ์ครั้งแรก

“จงถวายลูกหัวปีทั้งปวงแก่เรา คือทุกสิ่งของชนชาติอิสราเอลที่ออกจากครรภ์ครั้งแรก จะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ สิ่งนั้นเป็นของของเรา” หนังสืออพยพ 13:2 KJV https://bible.com/bible/175/exo.13.2.KJV พระเจ้าให้อิสราเอลได้เรียนรู้ในการที่จะถวายผลแรกแก่พระองค์คือ บุตรหัวปี การเป็นการแสดงท่าทีแห่งความขอบพระคุณที่พระองค์จัดสรรสิ่งที่ดีเลิศต่าง ๆ ให้แก่ชีวิต และเป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจที่มีต่อพระองค์ในการเรื่องการดูแลความจำเป็นต่าง ๆ อีกด้วย ท่าทีต่อการมอบถวายแด่พระเจ้า พระบิดาของเราจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เราต้องมอบสิ่วที่ดีที่สุดให้แก่พระองค์ ขอบคุณพระเจ้า

กฎเกณฑ์พิธีปัสกาเป็นดังนี้ คือห้ามคนต่างชาติกิน

43พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “กฎเกณฑ์พิธีปัสกาเป็นดังนี้ คือห้ามคนต่างชาติกิน  อพยพ 12 43 ในยุคนั้นพระเจ้าตั้งกฎเกณฑ์ เพื่อให้ชนชาติอิสราเอลได้ปรนนิบัติตาม อย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้เกิดความยำแกรงพระเจ้าเที่ยงแท้ ในยุคปัจจุบันพระคุณพระเจ้านั้นเต็มเปี่ยมให้แก่เราอย่างมากมาย เพื่อให้พระคุณเต็มล้นอยู่ในชีวิตเรา เราต้องตระหนักในพระคุณที่พระองค์ได้เรียกเรามา และตอบสนองพระคุณด้วยความยำเกรงพระเจ้า

ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับพวกเจ้า ให้เป็นเดือนแรกในปีสำหรับพวกเจ้า

พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนในแผ่นดินอียิปต์ว่า 2“ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับพวกเจ้า ให้เป็นเดือนแรกในปีสำหรับพวกเจ้า  อพย 12:1-2 พระยาเวห์ได้ตั้งพิธีปัสกาเอาไว้ ให้อิสราเอลได้ระลึกถึงเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่นี้คือการช่วยกู้ชนชาติอิสราเอลออกมาจากอียิปต์  โดยมีสัญลักษณ์ในภัยพิบัติสุดท้ายคือเลือดที่ทาที่วงกบประตู เพื่ออิสราเอลจะได้รอดจากความตาย เมื่อมาถึงเรา ปัสกาทำให้เราได้ระลึกพระคุณของพระเยซูที่ได้มาบังเกิดและได้มาไถ่บาปเราด้วยโลหิตประเสริฐของพระองค์ และให้เราระลึกพระองค์ผ่านพิธีมหาสนิทและรอคอยการกลับมาของพระองค์ด้วยใจชื่นชมยินดี

พระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้ประชาชนเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชาวอียิปต์

“บัดนี้เจ้าจงสั่งให้ประชาชนทั้งปวง ให้ผู้ชายผู้หญิงทุกคน ขอเครื่องเงินเครื่องทองจากเพื่อนบ้านของตน” พระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้ประชาชนเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชาวอียิปต์ นอกจากนี้บุรุษผู้นั้นคือโมเสสก็ยิ่งใหญ่มากในแผ่นดินอียิปต์ ทั้งในสายตาข้าราชการของฟาโรห์และในสายตาพลเมืองทั้งปวง” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭11:2-3‬ ‭KJV‬‬ https://www.bible.com/175/exo.11.2-3.kjv เมื่อถึงเวลาของพระเจ้าแล้ว พระองค์จะเร่งทำพระราชกิจของพระองค์ในเราให้สำเร็จ เมื่อภัยพิบัติสุดท้ายกำลังจะมา พระเจ้าได้บอกโมเสสน่าจะเป็นอย่างไรและจะได้รับความโปรดปรานจากตคนอียิปต์ อย่างไรด้วย ทุกๆย่างก้าวของชีวิต พระองค์จะเป็นผู้ที่บอกเรา เสมอ ยิ่งเรารอคอย และฟังเสียงพระองค์ เราจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ขอบคุณพระเจ้า

เราจะนำภัยพิบัติมาสู่ฟาโรห์และอียิปต์อีกอย่างเดียว หลังจากนั้นฟาโรห์จะปล่อยพวกเจ้าไปจากที่นี่

1พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “เราจะนำภัยพิบัติมาสู่ฟาโรห์และอียิปต์อีกอย่างเดียว หลังจากนั้นฟาโรห์จะปล่อยพวกเจ้าไปจากที่นี่ เมื่อเขาปล่อยพวกเจ้าไป เขาจะไล่พวกเจ้าออกจากที่นี่จนหมดอย่างแน่นอน อพย 11 : 1 ตลอดช่วงเวลาที่โมเสสต้องเผชิญหน้ากับฟาโรห์ พระเจ้าได้บอกกับท่านก่อนทุกครั้ง ว่าจะต้องเจออะไร อย่างไร และจะมีอะไรเกิดขึ้น ใจฟาโรห์จะแข็งกระด้าง แล้วท่านควรทำอย่างไรต่อไป เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่พระองค์ได้บอกอย่างชัดเจนแก่โมเสส และตลอดภัยพิบัติ 9 ครั้ง โมเสส ก็ตอบสนองพระองค์อย่างดี โดยการเชื่อฟังและกระทำตาม แม้ท่านไม่รู้ว่า ปลายทางจะจบอย่างไร โมเสสรอคอยและฟังเสียงพระเจ้าทุกช่วงเวลา พระองค์จึงได้เวลาพูดกับท่าน และให้รายละเอียดในแต่ละเหตุการณ์อย่างชัดเจน เมื่อเราอยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นกับชีวิตในอนาคตของเรา มีอย่างเดียวเท่านั้นคือการพูดคุย รอคอย และฟังเสียงของพระองค์ เพื่อพระองค์จะได้นำ และบอกให้เราทราบอย่างชัดเจน

เจ้าจงพูดกับอาโรนว่า ‘เอาไม้เท้าของท่านโยนลงต่อหน้าฟาโรห์’ และไม้เท้านั้นจะกลายเป็นงู

“พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “เมื่อฟาโรห์สั่งเจ้าว่า ‘จงแสดงอัศจรรย์พิสูจน์งานของเจ้า’ เจ้าจงพูดกับอาโรนว่า ‘เอาไม้เท้าของท่านโยนลงต่อหน้าฟาโรห์’ และไม้เท้านั้นจะกลายเป็นงู”” ‭‭หนังสืออพยพ‬ ‭7:8-9‬ ‭KJV‬‬ https://www.bible.com/175/exo.7.8-9.kjv เมื่อเราสงบนิ่ง และรอคอยฟังเสียงพระเจ้า และเมื่อพระเจ้าได้บอกให้เราทำบางอย่าง เราต้องซื่อสัตย์ที่จะทำตาม และเชื่อฟังตามนั้น แล้วเราจะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผ่านมือทั้งสองของเรา สิ่งที่เราไม่คาดคิด พระองค์จะเป็นผู้กระทำให้สำเร็จ พระทัยของพระองค์นั้นบริบูรณ์ในเราอยู่เสมอ ทุกสิ่งที่เราเผชิญอยู่นั้น พระองค์จะเป็นผู้ที่ช่วยทำให้สำเร็จ ขอบคุณพระเจ้า

คนอียิปต์จะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์

คนอียิปต์จะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ เมื่อเราได้ยื่นมือออกปราบอียิปต์ และพาชนชาติอิสราเอลออกจากท่ามกลางพวกเขา” อพย 7:5 เพราะสำแดงที่พระเจ้ามีมาถึงเราอย่างเจาะจง จะนำมาซึ่งการสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทำต่อชีวิตเราและคนอื่น จะได้เห็นความยิ่งใหญ่นี้เช่นกัน พระเจ้ามีแผนการท่ดีเลิศเสมอให้เรา การเชื่อฟังเป็นสิ่งสำคัญในการเดินติดตามพระองค์ และยิ่งเราได้พูดคุยและฟังเสียงพระองค์ อย่างที่พระองคได้บอกแก่โมเสสถึงความยิ่งใหญ่ที่คนอิยิปต์จะได้เห็น ความเป็นพระเจ้าของอิสราเอลแล้ว   เสียงนี้จะชัดเจนมากและเป็นจริง จนกลายเป็นความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมด้วยเช่นกัน