พระเยซูรักเรา

พระเจ้าลงโทษ โสโดม และโกโมราห์

สำหรับเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบๆ นั้นก็เช่นเดียวกัน ได้ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและมัวเมาในกามวิตถาร จึงเป็นตัวอย่างของการรับโทษในไฟนิรันดร์ ยูดา 1:7 โสโดมและโกโมราห์ทำผิดต่อพระเจ้า ในการประพฤติผิดศิลธรรมทั้งสิ้น และเมืองที่ก่อนนี้เคยอุดมสมบูรณ์ จนขนาดโลทยังเลือกพื้นที่นี้ ที่คิดว่าเป็นที่มีน้ำอุดม แต่ต้องเผชิญกับกลุ่มคนที่ผิดศีลธรรม และสุดท้ายเมืองก็ถูกทำลายลง เป็นเมืองที่เชมเคยอยู่ มาก่อน แต่หลังจากนั้น คนที่ได้มาอยู่ที่นี่ ได้ปฎิเสธ ความชอบธรรมและการพิพากษา จากพระเจ้า จนพวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ทำให้เมืองแห่งนี้ สาบสูญไป ความบาปของเมืองนี้ มีทั้งความบาปเรื่อง ความต้องการทางเพศที่ไม่ถูกต้องและรวมถึงการสมสู่ในเพศเดียวกัน ซึ่งพระเจ้าได้เตือนกลุ่มนี้เอาไว้นานแล้วเช่นกัน

พระเจ้าจัดการฑูตสวรรค์ที่ไม่เชื่อฟัง

และพวกทูตสวรรค์ที่ไม่รักษาอำนาจครอบครองของตนเอง แต่ละทิ้งถิ่นฐานของตน พระองค์ก็ทรงจองจำไว้ด้วยโซ่อันไม่รู้จักสลายในที่มืดจนกว่าจะถึงเวลาพิพากษาในวันยิ่งใหญ่นั้น ยูดา 1 : 6 ยูดาได้กล่าวถีงว่า ฑูตสวรรค์ที่ล้มลงในบาปด้วยตัณหาแบบมนุษย์ และในที่สุดมันก็จะถูกพิพากษา แม้แต่ฑูตสวรรค์ที่พระเจ้าได้สร้างไว้ให้ใหญ่กว่ามนุษย์ ยังตัดสินใจทำบาปกับพระผู้สร้าง และในที่สุดฑูตสวรรค์เหล่านี้ก็ต้องรับผลการกระทำคือ การรอคอยการพิพากษา เราเป็นมนุษย์คนบาปที่ได้ร้บการไถ่ด้วยโลหิตของพระเยซู ยิ่งต้องรักษาชีวิต ระมัดระวังอย่างที่สุดในการดำเนินชีวิตเพื่อให้วิญญาณจิตจะไปถึงความบริบูรณ์ในพระเจ้า มารซาตานเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์กลับใจอีกแล้ว มันเพียงรอคอยการพิพากษาเท่านั้น มันจึงพยายามล่อลวงมนุษย์ด้วยทุกวิถีทาง เราต้องรักษาความรอดเอาไว้อย่าให้มันล่อลวงเราได้

ยูดาสอนให้ระลึกถึงการลงโทษคนที่ไม่เชื่อ

ถึงพวกท่านจะรู้ข้อความเหล่านี้หมดแล้ว ข้าพเจ้าก็ปรารถนาให้ท่านระลึกว่าแม้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยชนชาติหนึ่งให้รอดพ้นจากแผ่นดินอียิปต์ แต่ภายหลังก็ทรงทำลายคนเหล่านั้นที่ไม่เชื่อ ยูดา 1 : 5 ยูดาห์มีภาระใจอย่างแรงกล้าในการที่จะให้ผู้เชื่อทั้งหลาย รวมถึงเรา ได้ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ที่พระเจ้าได้กระทำต่อชนชาติอิสราเอล และพระวจนะได้ทำให้เราได้รู้ถึงพระเมตตาคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์มีต่อพวกเขา และการดื้อดึงจนนำให้พวกเขาถูกทำลายไป โรม15:4 “เพราะว่าสิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวังโดยความทรหดอดทน และโดยการหนุนใจจากพระคัมภีร์ ” เราไม่สามารถที่จะทำอะไรตามใจตัวเราเองได้ แต่ต้องดำเนินทุกอย่าง ตามพระทัยของพระองค์ การเชื่อฟังพระเจ้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การไม่เชื่อฟังของอิสราเอลทำให้พวกเขาต้องเดินในถิ่นทุรกันดารสี่สิบปีและพวกเขาก็ไม่ได้เขาแผ่นดินตามพระสัญญา เราต้องดำเนินชีวิตด้วยพระคุณ และรักษาความรอดที่พระเยซูได้ประทานให้ด้วยสุดกำลังของเรา

ลักษณะผู้สอนเทียมเท็จ

เพราะว่าบางคนได้แอบแฝงเข้ามาในหมู่ท่าน การลงโทษคนพวกนี้มีเขียนไว้นานแล้ว พวกเขาเป็นคนอธรรมที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเรามาบิดเบือนเป็นช่องทางทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว ยูดา 1:4 (2) ผู้ที่แฝงเข้ามาเป็นผู้สอนเทียมเท็จ คอยล่อลวงให้ผู้เชื่อหลงจากทางพระเจ้า จะมีลักษณะที่บ่งบอกได้ดังนี้ 1. เป็นคนอธรรม : เพราะท่าทีภายในเขาเป็นเช่นนั้น 2. บิดเบือนพระคุณของพระเจ้า ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่พระเจ้าเมตตาต่อจิตวิญญาณเรา แต่ทำให้ผู้เชื่อทำผิดบาปอย่างแนบเนียน 3. ปฏิเสธพระเยซู : ข้อนี้สำคัญมาก ผู้สอนเทียมเท็จพวกนี้จะไม่สามารถบอกได้ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าที่มาไถ่บาปให้มนุษย์ แต่จะบิดเบือน เบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่องอื่น พวกเขาไม่ต้องการให้ความรอดไปถึงใคร เพราะมันรู้ปลายทางว่าจะต้องไปไหน เราต้องคอยสังเกตฝ่ายวิญญาณ ต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดพระวิญญาณเพื่อปกป้องเราจากคนเหล่านี้

ผู้สอนเทียมเท็จแฝงตัวเข้ามา

เพราะว่าบางคนได้แอบแฝงเข้ามาในหมู่ท่าน การลงโทษคนพวกนี้มีเขียนไว้นานแล้ว พวกเขาเป็นคนอธรรมที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเรามาบิดเบือนเป็นช่องทางทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว ยูดา 1:4 ยูดาห์กล่าวถึงคนบางนที่แอบแฝงเข้ามา ซึ่งพระวจนะในหลายพระธรรมได้กล่าวถึงคนกลุ่มนี้เอาไว้ เช่นใน มธ.7:15 “ท่านทั้งหลายจงระวังพวกผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ ที่มาหาท่านนุ่งห่มเหมือนแกะ แต่ภายในนั้นร้ายกาจเหมือนหมาป่า ไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนแอบแฝงเข้ามาเช่นนี้ และพระวจนะได้กล่าวถึงการลงโทษคนเหล่านี้เอาไว้แล้วด้วยเช่นกัน ผู้สอนเทียมเท็จจะเข้ามาอย่างแนบเนียนมาก เหมือนหมาป่าที่สวมด้วยชุดคลุมเหมือนแกะ ดังนั้นถ้าเราไม่ฟังเสียงผู้เลี้ยงที่แท้จริงทุกวัน ถ้าเราไม่ใกล้ชิดพระวิญญาณบริสุทธิ์ สม่ำเสมอ เราก็อาจพลาดท่าได้เช่นกัน 2 ปต.2:1 กล่าวว่า ” แต่ว่าได้มีผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จเกิดขึ้นในชนชาตินั้น เช่นเดียวกับที่จะมีผู้สอนเท็จเกิดขึ้นในพวกท่าน ซึ่งจะลอบเอาลัทธินอกรีตอันจะให้ถึงความพินาศเข้ามาเสี้ยมสอน จนถึงกับปฏิเสธองค์เจ้านายผู้ได้ทรงไถ่พวกเขาไว้ ซึ่งจะนำความพินาศมาสู่พวกเขาเองอย่างรวดเร็ว ” เราต้องคอยสังเกต ว่าใครก็ตามที่ไม่พระนามพระเจ้า พระนามพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยเฉพาะคนที่ดูหมิ่นพระวิญญาณ จะโทษหนักมาก หรือคนที่สร้างความแตกแยก อย่างช้า ๆ เพื่อให้ชุมชนพระเจ้าหม่นหมอง และท้ายสุดคือคนที่นำให้ผู้เชื่อปฎิเสธทางของพระเจ้าเที่ยงแท้ ความบาปเหล่านี้จะถูกก็ตัวอย่างช้า ๆ และสำคัญที่สุด ตัวเราต้องคอยสำรวจตัวเราเองเสมอ เพื่อไม่เปิดช่องให้มารเข้ามาในชีวิตและล่อลวงคนอื่นได้

ยูดาย้ำเรื่องการต่อสู้ในเรื่องความรอดในพระเยซู

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดที่เรามีร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักความเชื่อที่ได้ทรงมอบให้กับพวกธรรมิกชนครั้งเดียวสำหรับตลอดไป ยูดา 1:3 (2) ยูดาได้ให้น้ำหนักถึงหลักความเชื่อในพระเยซูที่ต้องใส่ใจอย่างมาก ท่านเขียนเจาะจงไปยังผู้เชื่อแต่ละคนที่ได้รับความรอดจากความเชื่อในพระเยซูนี้ ที่จะต้องต่อสู้กับความเชื่อผิด  ๆ อย่างแข็งแรงและดุดัน เพื่อไม่ให้ความเชื่อผิด ๆ เหล่านั้นมาทำให้พระกิตติคุณหม่นหมองไป  เพราะความรอดนั้นเป็นพระคุณที่ได้มาเปล่า  ๆ ดังนั้นอาจทำให้บางคนไม่เห็นคุณค่า การที่ยูดาได้วิงวอนต่อผู้เชื่อย่างเจาะจงถึงการรักษาความเชื่อนี้ จึงมีผลต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราด้วยเช่นกัน เราต้องต่อสู้เพื่อรักษาจุดยืน ความเชื่อคริสเตียนอย่างแข็งขันที่สุด 

ยูดาย้ำเรื่องความรอดในพระเยซู

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดที่เรามีร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักความเชื่อที่ได้ทรงมอบให้กับพวกธรรมิกชนครั้งเดียวสำหรับตลอดไป ยูดา 1:3 (1) ความรอดที่ยูดาห์ได้เชียนถึงเราทั้งหลายนั้น เป็นความรอดจากความเชื่อในพระเยซู ผู้ทรงไถ่บาปชีวิตเราให้ได้รับสิทธิ์ในความรอดนิรันดร์ ในเรื่องความรอดนี้ ยูดาห์อาจตั้งใจเขียนเพื่อต่อต้านกับความเชื่อที่ผิด ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นตามมา แม้ว่าความรอดในพระเยูจะเป็นเรื่องที่อธิบายให้เข้าใจและรับรู้ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร เพราะหลายคนที่นี่ก็ได้เห็นและมีประสบการณ์ร่วมกับพระเยซูมาแล้ว ดังนั้นการให้ความสำคัญของยูดาห์ในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราต้องตระหนักไว้เสมอ ความรอดเป็นพระคุณที่พรเยซูได้ประทานให้เรามาอย่างเปล่า ๆ ดังนั้นเราต้องรับพระคุณด้วยใจที่โมทนา ขอบพระคุณ และตระหนักในความรอดนี้อย่างมาก และดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐ

ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักความเชื่อ

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดที่เรามีร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักความเชื่อที่ได้ทรงมอบให้กับพวกธรรมิกชนครั้งเดียวสำหรับตลอดไป ยูดา 1:3 ยูดาตั้งใจที่เขียนจดหมายถึงผู้เชื่อในเรื่องความรอดจากพระเยซูที่ได้ทรงประทานให้แก่เรา นั่นหมายถึงความรอดเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะยึดเราไว้กับพระองค์ และเป็นช่วงที่มีคำสอนผิดเข้ามา และการข่มเหงก็จะตามมาด้วย ดังนั้นการรักษาความรอดจึงสำคัญยิ่ง คำสอนผิดมีมาตลอดทุกสมัย แม้กระทั่งปัจจุบัน ถ้าเราไม่รักษาความรอดโดยการสะสมพระคำ การพึ่งพาพระวิญญาณแล้ว เราก็อาจจะโดนคำสอนผิดมากมายล่อลวงเราให้หลงไปก็เป็นได้ ต้องขอกำลังจากพระวิญญาณ ขอสติปัญญาจากพระเจ้าในการสำแดงความเข้าใจในสิ่งต่าง  ๆ ให้ชัดเจนขึ้น ชาโลม!

ขอพระเมตตา สันติสุข และความรักจงเพิ่มพูนแก่ท่านทั้งหลายยิ่งๆ ขึ้นเถิด

“ขอพระเมตตา สันติสุข และความรักจงเพิ่มพูนแก่ท่านทั้งหลายยิ่งๆ ขึ้นเถิด ‭‭ยูดา‬ ‭1:2 ‭ ยูดาทักทายพี่น้อง ถึง พระคุณ ซึ่งเป็นพระคุณที่พระเยซูคริสต์ประทานให้แก่เราทั้งหลายเมื่อเราได้เข้ามาอยู่ในร่มพระคุณของพระบิดา สันติสุข : เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคริสเตียนที่ทำให้เราทั้งหลายดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ ในพระธรรม ฟิลิปปี 4:7 ก็ได้กล่าวถึงเช่นกัน คือ การที่เราได้ฝากทุกสิ่งด้วยคำอธิษฐาน การวิงวอนและการขอบพระคุณและเราจะเกิดสันติสุขซึ่งเกินความเข้าใจ ความรัก : รักแท้จากพระเจ้านั้นอัศจรรย์นัก เมื่อเรามาอยู่ในความรักของพระองค์ จะไม่มีใครพรากความรักไปได้ และเราจะนำความรักแท้ไปถึงพี่น้องดังที่พระวจนะบอกให้เรารักกันและกัน ชาโลม !

ยูดา ผู้เป็นที่รักของพระบิดา

“ยูดา ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์และเป็นน้องของยากอบ เรียน คนทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกไว้ ผู้ซึ่งเป็นที่รักในพระเจ้าพระบิดา และผู้ซึ่งทรงคุ้มครองรักษาไว้เพื่อพระเยซูคริสต์” ‭‭ยูดา‬ ‭1:1‬ ‭TH1971‬‬ (4) https://www.bible.com/275/jud.1.1.th1971 ยูดาห์มีความปรารถนาที่จะเขียนถึงคริสเตียนผู้เชื่อใน 3 ประเด็น ผู้ที่ถูกเรียกให้ถึงในพระเยซูคริสต์ ผู้ที่ได้ถูกแยกออกจากโลก และรับความรักในพระบิดานิรันดร ผู้ที่ถูกสงวนไว้เพื่อพระเยซู ทั้งสามส่วน สอดคล้องกัน และส่งผลต่อคริสเตียนในยุคของเราอย่างชัดเจน เราต้องตอบสนองต่อการทรงเรียก การเลือกที่พระองค์เมตตาเรา และรับผิดชอบต่การปรนนิบัติพระราชกิจของพระองค์ด้วยสุดใจ เพื่อถวายเกียรติสิริแด่พระองค์

ยูดา ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์และเป็นน้องของยากอบ

“ยูดา ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์และเป็นน้องของยากอบ เรียน คนทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกไว้ ผู้ซึ่งเป็นที่รักในพระเจ้าพระบิดา และผู้ซึ่งทรงคุ้มครองรักษาไว้เพื่อพระเยซูคริสต์” ‭‭ยูดา‬ ‭1:1‬ ‭TH1971‬‬ (3) https://www.bible.com/275/jud.1.1.th1971 ยูดา เขียนถึงผู้ที่ได้กลับใจมาเชื่อในพระเยซูในเยรูซาเล็ม  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เริ่มมีคำสอนที่ผิดเข้ามาแล้ว นั่นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ปีหลังจากพระเยซูได้ ขึ้นสู่สวรรค์ คำสอนผิดเหล่านี้จะทำให้ผู้เชื่อหลงทางจากพระเจ้าได้ ยูดา ได้ย้ำกล่าวในจดหมายฉบับนี้ ถึงผู้ที่ถูกรักษาเอาไว้เพื่อพระเยซู ทุกคนที่ได้กลับใจมาพระเจ้านั้นมีความสำคัญมาก ทุกจิตวิญญาณต้องได้รับการดูแล เพื่อให้เขาเดินในทางของพระเยซูได้อย่างมั่นคง ไม่สั่นคลอน คำสอนผิดเกิดขึ้นมานานแล้ว และปัจจุบัน ก็ยังมึให้เห็น และจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ ผู้สอนเทียมเท็จ จะเกิดขึ้นอย่างมาก และจะนำพาคนให้หลงไป เราต้องติดสนิทกับ พระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อเราจะได้ยิน เสียงของผู้เลี้ยงที่แท้จริงให้ได้ อย่างชัดเจนทุกวัน.

ยูดา ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์และเป็นน้องของยากอบ

“ยูดา ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์และเป็นน้องของยากอบ เรียน คนทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกไว้ ผู้ซึ่งเป็นที่รักในพระเจ้าพระบิดา และผู้ซึ่งทรงคุ้มครองรักษาไว้เพื่อพระเยซูคริสต์” ‭‭ยูดา‬ ‭1:1‬ ‭TH1971‬‬ https://www.bible.com/275/jud.1.1.th1971 แม้ว่ายูดาจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับพระเยซูทางกายภาย แต่เมื่อท่านกลับใจ ท่านก็เข้าใจบทบาทของท่านในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าและปรนนิบัติในฐานะผู้นำที่เยรูซาเล็ม ุ แม้ว่าเราได้สิทธิในการเป็นลูกของพระเจ้าแล้วก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรในฐานะลูกได้ เรายังมีบทบาทมากมายที่พระองค์ได้มอบไว้ให้กับเราแต่ละคนได้รับผิดชอบและทำให้สำเร็จ เราต้องกำลังจากพระวิญญาณและสติปัญญาจากพระเจ้า ให้เราซื่อสัตย์ในการทำการงานทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ ในความรับผิดชอบของเราแต่ละคน อย่างดีที่สุด