ชีวิตอธิษฐาน

อธิษฐานต่อพระเยซูคริสต์ หาคำตอบชีวิต ความรักแท้ในโลกนี้มีอยู่จริง ในทาพระเยซู พระเยซูรักคุณมาก

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น   ชีวิตคริสเตียน แท้จริงแล้วคือชีวิตที่เราได้กลับมาสู่ความสัมพันธ์ที่ติดสนิทและลึกซึ้งกับพระบิดาผ่านการไถ่ชีวิตบาปของเราบนไม้กางเขนโดยพระเยซู ครั้งหนึ่งเราเคยที่จะห่างเหินพระบิดาเพราะเราต้องรับโทษความบาปทางอดัม แต่บัดนี้เราได้กลับมาหาพระองค์ได้อีกครั้งหนึ่งเพราะความรักที่พระเยซูคริสต์มีให้แก่เราผ่านการชำระบาปด้วยโลหิตของพระองค์และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้น   การได้รับความรอดและชีวิตนิรันดรผ่านกางเขน เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่บนโลกนี้ แม้ว่าเรายังคงทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเหมือนเดิมแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในชีวิตเราแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปในแต่ละวันคือ การที่เราได้มีปฎิสัมพันธ์กับพระองค์เพื่อเราจะได้เรียนรู้จักพระองค์มากขึ้น วันต่อวัน    พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในชีวิตเราในฐานะผู้ช่วย เปรียบภาพง่าย ๆ ก็คือ เมื่อเรารู้จักพระเจ้า เราก็เหมือนมีพระเยซูคอยอยู่กับเราตลอดเวลา เพียงแต่เราไม่สามารถใช้สัมผัสทั้ง 5 ในการมีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้ทั้งหมด เราใช้วิญญาณจิตของเราในการปฎิสัมพันธ์กับพระองค์ ผ่านสิ่งง่าย  ๆ ที่คือการ อธิษฐาน การอ่านพระวจนะ การนมัสการ  อาจารย์เปาโลให้เราได้อธิษฐานกับพระบิดาเพื่อเราจะรู้จักพระองค์มากขึ้น  ในพระธรรมเอเฟซัส 6 : 17 กล่าวว่า ” ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าขอพระเจ้าของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราคือพระบิดาผู้ทรงพระสิริทรงให้ท่านทั้งหลายมีจิตใจที่ประกอบด้วยปัญญาและการสำแดง เพื่อท่านจะรู้จักพระองค์ ”  ประสบการณ์ที่อาจารย์ได้พบเจอพระเยซูผ่านเสียงของพระองค์ที่ถนนไปดามัสกัสเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับพระเยซู และพระองค์ก็ได้สำแดงผ่านพระวิญญาณมาถึงชีวิตของท่านเรื่อยมาในการทำพระราชกิจของพระองค์  จะเป็นไปไม่ได้เลยที่อาจารย์เปาโลจะทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ติดสนิทกับพระองค์ ยังไม่รวมการถูกข่มเหงและการเข้าใจผิดต่าง ๆ ที่ท่านต้องเผชิญ แต่เพราะว่าท่านรู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่พระบิดาทรงโปรดมีให้กับท่าน …

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น Read More »

เรารหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม

  เราหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม   ชีวิตคริสเตียนนั้นเป็นชีวิตที่ดำเนินไปด้วยฝ่ายวิญญาณ เรารับพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิต เรารับการเปลี่ยนแปลงจากพระองค์ เรารับพระคุณความรักและความรอดจากพระเยซูผ่านความเชื่อของเรา เราได้ถูกย้ายจากถิ่นพำนักความมืดมาสู่ที่พำนักในความสว่างนิรันดร์แก่เรา    ในชีวิตฝ่ายวิญญาณแต่ละวันนั้น จำเป็นต้องทำให้จิตวิญญาณของเราเติบโตในทางของพระเจ้าทุก ๆ  วัน ความต้องการชีวิตฝ่ายวิญญาณก็ไม่ได้แตกต่างกับความต้องการฝ่ายเนื้อหนังเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ ชีวิตฝ่ายเนื้อหนังนั้นต้องการอยู่สองอย่างคืออาหารและน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น ชีวิตฝ่ายวิญญาณยิ่งจะสำคัญมากกว่าเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งสิ้น ความต้องการฝ่ายวิญญาณคือการติดสนิทกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าของเราและการได้มีพระวจนะที่เป็นดังอาหารฝ่ายวิญญาณ   สองสิ่งนี้สำคัญกับจิตวิญญาณของเราเป็นอย่างยิ่ง ลองสำรวจตัวเราดูว่า ในแต่ละวันเราได้รับทั้งสองอย่างนี้มากน้อยแค่ไหน เรารู้สึกหิวกระหายไหมเวลาเราไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดสนิทสนมกับพระวิญญาณ เราได้มีเวลาอธิษฐานส่วนตัว พูดคุยกับพระองค์มากพอที่จะทำให้จิตวิญญาณของเรารับการเติบเต็มด้วยพระองค์ไหม เราหิวกระหายในการแสวงหาอาหารฝ่ายวิญญาณคือการอ่านพระวจนะไหม เพื่อให้วิญญาณจิตเราอิ่มในแต่ละมื้อ    ถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าสองอย่างนี้เป็นความหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ คือเรามไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดพระองค์ทุก ๆวัน เราไม่ได้อ่านพระวจนะทุกวัน นั่นแสดงว่าเรากำลังมีปัญหากับวิญญาณจิตของเราแล้ว เราอาจทำงานฝ่ายกายภาพได้อย่างต่อเนื่อง เราทำงานของพระเจ้าได้อย่างราบรื่น เพราะสิ่งเหล่านั้นในร่างกายซึ่งเราก็ต้องใช้พลังงานผ่านการทานอาหารทุกมื้อ จริงไหม เราทานเราเลยมีกำลังในการทำงานด้วยร่างกายของเรา    แต่ที่สำคัญกว่านั้น สิ่งที่พระเยซูให้ความสำคัญคือเรื่องจิตวิญญาณมิใช่หรือ ? พระองค์เป็นแบบอย่างให้เแก่เราในการแสวงหาพระบิดาอยู่เสมอ แม้ว่าพระองค์จะทำพระราชิจของพระเจ้าหนักมากกว่าเราในแต่ละวัน พระองค์ไม่ขาดในการแสวงหาพระบิดาเลย แล้วเราเป็นใคร ที่จะละเลยสิ่งเหล่านี้ ชีวิตเรายังขับเคลื่อนด้วยความหิวกระหายในพระเจ้าอยู่หรือไม่ หรือว่าเราดำเนินชีวิตไปตามความต้องการฝ่ายร่างกายเพียงอย่างเดียว เรามีหัวใจรักพระเจ้า เรามุ่งทำงานหนักเพื่อให้งานพระเจ้าถูกขยายออกไป นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นพระมหาบัญชาที่พระเยซูให้ไว้ แต่…..แต่ถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญกว่าที่พระเยซูได้ทำเป็นแบบอย่างให้เรา ก่อนหน้านี้ในหลาย …

เรารหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม Read More »

อธิษฐานเผื่อคนที่เรารักทุกเช้า

อธิษฐานเผื่อคนที่เรารักทุกเช้า   ในทุกเช้าแต่ละวันเราควรต้องมีเวลาที่จะได้อธิษฐานเผื่อคนที่เรารัก คนที่เราห่วงใย พี่น้องในความเชื่อ รวมถึงคนอื่นๆ  ที่อยู่รอบ ๆ ชีวิตของเรา เราต้องอธิษฐานเผื่อพวกเขาอยู่เสมอ เพื่อให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำงานในใจของเขาและเปิดตาใจของเขาให้ได้สัมผัสพระคุณของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น   อาจารย์เปาโลเป็นตัวอย่างแห่งการอธิษฐานเผื่อพี่น้องอยู่เสมอ ดังในพระวจนะ ฟิเลโมนที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าเสมอ เมื่อระลึกถึงท่านในการอธิษฐานของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้ยินเรื่องความรักและความเชื่อของท่านที่มีต่อพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า และต่อธรรมิกชนทุกคน” ‭‭ฟิเลโมน‬ ‭1:4-5‬ ‭THSV11‬‬ http://bible.com/174/phm.1.4-5.thsv11   เราเห็นว่าพระเยซูคริสต์ได้สอนเราในการอธิษฐานเผื่อคนอื่นอยู่เสมอดังในคำสอนเรื่องการอธิษฐานที่พระองค์ได้บอกให้เราได้รู้และทำตาม เมื่อเราดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เราอาจไม่ได้พบเจอพี่น้องที่กำลังดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับเรา และบางคอาจกำลังเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจยากลำบาก คำอธิษฐานของเราจะช่วยปกป้องพี่น้องได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการเอ่ยชื่อคนที่เราปรารถนาให้เขาเหล่านั้นได้รับการปกป้องจากการเผชิญสถานการณ์ต่าง  ๆ ผ่านคำอธิษฐานจะยิ่งช่วยให้เขาได้รับกำลังและความช่วยเหลือจากพระเจ้า    มากกว่านั้นการที่เราได้อธิษฐานเผื่อผู้อื่นอยู่เสมอก็เป็นการบอกให้รู้ว่าเรามีใจห่วงใยคนอื่นมากแค่ไหน ดังที่พระเยซูคริสต์ได้รักและห่วงใยฝูงแกะของพระองค์ เราก็กำลังมีส่วนช่วยดูและฝูงแกะของพระองค์ผ่านคำอธิษฐาน ด้วยเช่นกัน ยิ่งเรามีเวลาที่จะสามารถไปพบเจอและพูดคุย กันด้วยก็จะยิ่งเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น    ขอให้เราทั้งหลายได้อธิษฐานเผื่อพี่น้องที่เรารักและคนอื่นๆ ที่เรารักห่วงใย ขอให้เขาเหล่านั้นอยู่ในคำอธิษฐานของเราทุก ๆ เช้าวันใหม่  photo credit : https://www.friends1st.co.uk/a-prayer-for-the-day/