ชีวิตอธิษฐาน

อธิษฐานต่อพระเยซูคริสต์ หาคำตอบชีวิต ความรักแท้ในโลกนี้มีอยู่จริง ในทาพระเยซู พระเยซูรักคุณมาก

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา       หลายครั้งเราเผชิญภาระหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต เราเองก็พอจะรู้ว่าการเป็นคริสเตียนก็ย่อมต้องเผชิญภาระปัญหาอยู่แล้ว แต่เราก็รู้ว่าเมื่อเราอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์จะทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเรา เราก็มุ่งมั่นที่จะอธิษฐาน ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะรักษาความเชื่อ และรักษาชีวิตชอบธรรมของเราให้ดีที่สุด       แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นว่าภาระปัญหายังคงมีอยู่ และเราก็ได้รับผลกระทบต่อปัญหานั้นโดยตรง เรายังคงเผชิญภาระปัญหาและรับผลโดยตรงต่อปัญหา ทำให้เราต้องเผชิญความยากลำบากในการเผชิญชีวิต คำถามนี้ยังเกิดขึ้นกับเราอยู่ไหม หรือเราเคยเจอสภาวะอย่างนี้ไหม    ผมยืนยันอย่างหนักแน่นที่สุดจากประสบการณ์ความเชื่อตลอดหลายปีในพระเยซูคริสต์ พระเยูคริสต์ได้ตอบคำอธิษฐานของเราแล้วตั้งแต่ที่เราได้อธิษฐานต่อพระองค์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่เราต้องเข้าใจก็คือช่วงเวลาการตอบคำอธิษฐานของพระองค์ ซึ่งเราเองไม่สามารถกำหนดเวลาให้พระองค์ได้เลย เพราะเป็นสิทธิ์อำนาจของพระองค์เท่านั้น เราต้องมั่นใจว่าพระองค์มีเวลาของพระองค์อย่างเจาะจงให้แก่เราและการตอบคำอธิษฐานของพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา     มาดูสิ่งที่พระเจ้าได้ตอบคำอธิษฐานของโมเสสกัน ในพระธรรมอพยพ บทที่ 4  หลังจากที่อิสราเอลยังต้องทนทุกข์ลำบากจากการกดขี่ข่มเหงของฟาโรห์ มาอย่างยาวนาน พระเจ้าได้เรียกโมเสสมาและสัญญาว่าพระองค์จะใช้ท่านไปเพื่อช่วยปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล  นี่คือ “ คำพูด ” ที่พระเจ้าพระยาเวห์ได้พูดกับโมเสส พระองค์เป็นผู้เริ่มต้นกระทำ ไม่ใช่โมเสส     หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ในอพยพบทที่ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิสราเอลคือ พวกเขาต้องทำงานหนักมากขึ้น คือต้องทำงานทาสที่หนักและยากลำบากขึ้น คือปกติคนอียิปต์จะให้อิฐและฟางในการทำงาน แต่กลับเป็นว่า พวกเขาให้แต่อิฐ ส่วนฟางต้องไปหาเอง ทำให้ชนชาติอิสราเอลต้องใช้เวลาหาฟางเพิ่มขึ้น …

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา Read More »

จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่

จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่   สิ่งที่สำคัญที่สุดในแต่ละวันคือการที่เราได้ใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุก ๆ เช้าวันใหม่ เราได้ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระองค์ นมัสการพระองค์ พูดคุยกับพระองค์ ฟังเสียงที่พระองค์จะได้พูดกับเรา และอ่านพระวจนะที่พระองค์ได้มอบให้เราไว้    ทำไมมันจึงสำคัญมากเช่นนั้น ?  คำตอบง่าย ๆ  ก็คือ เพราะชีวิตเราเริ่มต้นจากวิญญาณจิตภายใน จิตวิญญาณของเราคือส่วนที่สำคัญที่สุดของชีวิตที่ใช้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับพระบิดา ก่อนเชื่อเราอาจเริ่มต้นแต่ละวันด้วยการออกกำลังกาย หรือการทำให้จิตใจสงบ แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่เป็นคริสเตียนที่รักพระเจ้า เราจำต้องเริ่มสิ่งที่สำคัญที่สุดนี้ในแต่ละวัน จริง  ๆ คือในทุกเช้าวันใหม่ พระองค์ปรารถนามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเราในแต่ละวันมากกว่าอย่างอื่น มากกว่าสิ่งใด ๆ ที่เราพยายามทำให้พระองค์เสียอีก 1 ซามูเอล 15: 22บอกว่า “ “พระยาห์เวห์พอพระทัยในเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องสัตวบูชามาก เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์หรือ?”      พระเยซูบอกในยอห์น 15 ให้เรามีชีวิตใกล้ชิดพระองค์ เหมือนที่พระองค์เป็นเถาองุ่น เราเป็นแขนง ใน ยอห์น 15:4 บอกต่อไปว่า “ จงติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเถา พวกท่านก็เช่นเดียวกันจะเกิดผลไม่ได้นอกจากจะติดสนิทอยู่กับเรา “   พระเยซูยังตื่นแต่เช้าในการมาแสวงหาพระบิดา มาระโก 1: 35 ” …

จงอธิษฐานและพูดกับพระวิญญาณทุกเช้าวันใหม่ Read More »

ยิ่งอธิษฐาน ยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อ

ยิ่งอธิษฐาน ยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อ   ชีวิตคริสเตียนต้องเผชิญสถานการณ์มากมายหลายอย่าง สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ คือการที่เราใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ที่อยู่ในเราทั้งหลาย ตามพระสัญญาที่พระเยซูคริสต์ได้ประทานให้ไว้    เมื่อเราได้อธิษฐานส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ เราจัดเวลาส่วนตัวของเราในการแสวงหาพระเจ้า พูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์เองจะค่อย ๆ สำแดงสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้ทราบ ยิ่งเราใช้เวลากับพระองค์มากเท่าไร ความสนิทสนมกับพระองค์ก็จะยิ่งมีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น   และสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้นไปก็คือ เมื่อเรารับรู้การสำแดงที่พระองค์ได้ทำผ่านชีวิตของเรา เราจะยิ่งมีความเชื่อที่บริบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะว่า สิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์สัญญาให้กับเราแล้วนั้น พระองค์ก็จะกระทำมันให้สำเร็จผ่านชีวิตของเรา    ดังนั้นเราต้องเติมหัวใจแห่งการหิวกระหายที่จะเข้าไปติดสนิทกับพระองค์มากขึ้นในแต่ละวันเพื่อเราเองจะได้รับการสำแดงที่ชัดเจน และเจาะจง มากกว่านั้น จะทำให้ความเชื่อที่เราในพระองค์บริบูรณ์มากยิ่งขึ้น   เมื่อเราใช้เวลาในการอธิษฐานมากขึ้น ความสงสัยต่าง  ๆ ความกังวลใจ ความไม่แน่ใจ หรือสิ่งต่าง  ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในวิญญาณจิตของเรา จะได้รับการสำแดง ได้รับการปลดปล่อย และนั่นเอง ทำให้ความเชื่อของเราบริบูรณ์   ดังนั้น การที่เราไม่สงสัย ใด ๆ และเชื่อในพระสัญญาผ่านพระวจนะ รวมถึงการที่เราได้ใช้เวลาติดสนิทจนรู้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้สำแดงอะไรแก่เราอย่างเจาะจงทุกวัน ก็จะยิ่งทำให้ความเชื่อเราเป็นความบริบูรณ์มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ …

ยิ่งอธิษฐาน ยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อ Read More »