ชีวิตในพระคริสต์

เรารหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม

  เราหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม   ชีวิตคริสเตียนนั้นเป็นชีวิตที่ดำเนินไปด้วยฝ่ายวิญญาณ เรารับพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิต เรารับการเปลี่ยนแปลงจากพระองค์ เรารับพระคุณความรักและความรอดจากพระเยซูผ่านความเชื่อของเรา เราได้ถูกย้ายจากถิ่นพำนักความมืดมาสู่ที่พำนักในความสว่างนิรันดร์แก่เรา    ในชีวิตฝ่ายวิญญาณแต่ละวันนั้น จำเป็นต้องทำให้จิตวิญญาณของเราเติบโตในทางของพระเจ้าทุก ๆ  วัน ความต้องการชีวิตฝ่ายวิญญาณก็ไม่ได้แตกต่างกับความต้องการฝ่ายเนื้อหนังเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ ชีวิตฝ่ายเนื้อหนังนั้นต้องการอยู่สองอย่างคืออาหารและน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น ชีวิตฝ่ายวิญญาณยิ่งจะสำคัญมากกว่าเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งสิ้น ความต้องการฝ่ายวิญญาณคือการติดสนิทกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าของเราและการได้มีพระวจนะที่เป็นดังอาหารฝ่ายวิญญาณ   สองสิ่งนี้สำคัญกับจิตวิญญาณของเราเป็นอย่างยิ่ง ลองสำรวจตัวเราดูว่า ในแต่ละวันเราได้รับทั้งสองอย่างนี้มากน้อยแค่ไหน เรารู้สึกหิวกระหายไหมเวลาเราไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดสนิทสนมกับพระวิญญาณ เราได้มีเวลาอธิษฐานส่วนตัว พูดคุยกับพระองค์มากพอที่จะทำให้จิตวิญญาณของเรารับการเติบเต็มด้วยพระองค์ไหม เราหิวกระหายในการแสวงหาอาหารฝ่ายวิญญาณคือการอ่านพระวจนะไหม เพื่อให้วิญญาณจิตเราอิ่มในแต่ละมื้อ    ถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าสองอย่างนี้เป็นความหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ คือเรามไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดพระองค์ทุก ๆวัน เราไม่ได้อ่านพระวจนะทุกวัน นั่นแสดงว่าเรากำลังมีปัญหากับวิญญาณจิตของเราแล้ว เราอาจทำงานฝ่ายกายภาพได้อย่างต่อเนื่อง เราทำงานของพระเจ้าได้อย่างราบรื่น เพราะสิ่งเหล่านั้นในร่างกายซึ่งเราก็ต้องใช้พลังงานผ่านการทานอาหารทุกมื้อ จริงไหม เราทานเราเลยมีกำลังในการทำงานด้วยร่างกายของเรา    แต่ที่สำคัญกว่านั้น สิ่งที่พระเยซูให้ความสำคัญคือเรื่องจิตวิญญาณมิใช่หรือ ? พระองค์เป็นแบบอย่างให้เแก่เราในการแสวงหาพระบิดาอยู่เสมอ แม้ว่าพระองค์จะทำพระราชิจของพระเจ้าหนักมากกว่าเราในแต่ละวัน พระองค์ไม่ขาดในการแสวงหาพระบิดาเลย แล้วเราเป็นใคร ที่จะละเลยสิ่งเหล่านี้ ชีวิตเรายังขับเคลื่อนด้วยความหิวกระหายในพระเจ้าอยู่หรือไม่ หรือว่าเราดำเนินชีวิตไปตามความต้องการฝ่ายร่างกายเพียงอย่างเดียว เรามีหัวใจรักพระเจ้า เรามุ่งทำงานหนักเพื่อให้งานพระเจ้าถูกขยายออกไป นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นพระมหาบัญชาที่พระเยซูให้ไว้ แต่…..แต่ถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญกว่าที่พระเยซูได้ทำเป็นแบบอย่างให้เรา ก่อนหน้านี้ในหลาย …

เรารหิวกระหายในพระเจ้าอยู่ไหม Read More »

พลังของคำพูดในผู้เชื่อ พลังของคำพูดในผู้เชื่อ ( The Power of The Word’s Proclamation ) 

พลังของคำพูดในผู้เชื่อ พลังของคำพูดในผู้เชื่อ ( The Power of The Word’s Proclamation )          คำอธิษฐานของผู้เชื่อนั้นมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อที่จะทำนำสิ่งต่าง  ๆ จากฟ้าสวรรค์ให้มาปรากฎบนแผ่นดินโลกนี้ ตลอดพระวจนะเราเห็นได้อย่างชัดเจน จนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ฤทธิ์อำนาจที่พระบิดาตอบคำอธิษฐานผ่านผู้เชื่อนั้นมีมากเพียงไร มีพระวจนะหลายข้อหลายตอนที่ทำให้เราเห็นว่า เพียงคำพูดของพระเจ้าทุกอย่างก็ได้เกิดขึ้น เราเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงสร้างโลกด้วยถ้อยคำจากปากของพระองค์    ‘พระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง” ความสว่างก็เกิดขึ้น พระเจ้าทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดี และทรงแยกความสว่างออกจากความมืด ‘ ปฐมกาล 1:3-4 https://www.bible.com/bible/174/GEN.1.3-4         พระเจ้าเพียงแค่ตรัส คือพระองค์เพียงพูดออกมาทุกอย่างก็เกิดขึ้น แล้วเราเชื่อไหมว่าทุกสิ่งที่เราได้ประกาศออกมา ( proclaim His Word ) ยังไม่เกิดขึ้นเป็นจริงในเวลาของพระองค์  เราเห็นชัดเจนขนาดนี้ เราเห็นแล้วว่า โลกนี้ที่เราอยู่ก็เป็นผลมาจากการประกาศถ้อยคำของพระองค์ ในการเนรมิตให้มันเกิดขึ้น เราเป็นพยานอย่างชัดเจนต่อหน้าเราทุก ๆ วันอยู่แล้ว นี่คือพระบิดาของเรา ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน ให้เราอยู่ …

พลังของคำพูดในผู้เชื่อ พลังของคำพูดในผู้เชื่อ ( The Power of The Word’s Proclamation )  Read More »

 รูปเคารพในชีวิตคริสเตียน

       รูปเคารพในชีวิตคริสเตียน        ช่วงเวลาที่โมเสสไปพบพระเจ้า บนภูเขาศินาย ทำให้อิสราเอลไม่มีที่พึ่งพิง ให้ได้มองเห็นหรือจับต้องได้ เพียงไม่กี่วัน พวกเขาได้สร้างวัวทองคำ เป็นรูปเคารพแทนพระเจ้า สุดท้ายพระเจ้าเสียใจและบอกให้โมเสสลงมาเพื่อกำจัดโคทองคำและผู้นมัสการมัน         หลายครั้งเราต้องเผชิญกับการเพ่งมองสิ่งอืนแทนที่จะเป็นพระเจ้าพระบิดาของเรา บางครั้งในบางช่วงเวลา เราทำบางอย่างจนสำเร็จโดยละเรื่อง การแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ และสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เรายิ่งละเลย ความสัมพันธ์สนิทกับพระองค์         เราต้องกลับมามองชีวิตของเรา เราต้องสำรวจชีวิตของเราอย่างสม่ำเสมอและเราต้องพึ่งพาในฤทธิ์อำนาจของพระองค์อย่างสุดกำลัง  เราต้องตระหนักในพระองค์ว่าเราไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลยเมื่อเราขาดจากความสัมพันธ์กับพระองค์ และไม่ได้ให้พระองค์นำหน้า          วันนี้มีสิ่งใดที่เป็นรูปเคารพในชีวิตเราบ้าง เราต้องขอพระบิดาให้ไม่มีสิ่งใดที่มาอยู่เหนือแทนพระองค์ พระบิดาของเราได้ เราจำต้องพึ่งพาและวางใจทั้งสิ้นในพระองค์    เราเป็นเถาองุ่น พวกท่านเป็นแขนง คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา คนนั้นจะเกิดผลมาก เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย ยอห์น 15:5 THSV11 https://bible.com/bible/174/jhn.15.5.THSV11   Photo credit : https://ericgeiger.com/2016/01/three-common-idols-in-churches/  

การข่มเหงเพราะความเชื่อในพระเยซู

การข่มเหงเพราะความเชื่อในพระเยซู           เมื่อเราตัดสินใจที่จะมอบชีวิตของเราไว้กับพระเยซูคริสต์ ผู้ที่รักและหวงแหนเราจนพระองค์ยอมสละชีวิตของพระองค์เพื่อเรา เราเองก็ได้เป็นลูกที่รักของพระองค์เช่นกัน พระองค์รักและดูแลชีวิตเรา ดูแลวิญญาณจิตของเราเป็นอย่างดี แต่เราเองต้องไม่ลืมว่า การที่เราเลือกที่จะเดินติดตามในเส้นทางของพระเยซูคริสต์นั้น จะต้องเผชิญการถูกข่มเหง อย่างที่พระองค์ได้เคยเผชิญมาก่อนด้วย        พระเยซูเองก็เผชิญการข่มเหงทั้งจากผู้ที่ไม่หวังดี และที่น่าเจ็บปวดไปกว่านั้นคือจากคนใกล้ตัวของพระองค์เอง แต่แน่นอนว่าพระเยซูยินดีที่จะเผชิญเพราะเป็นพระประสงค์ของพระบิดาบนฟ้าสวรรค์ที่มอบภารกิจอันใหญ่ยิ่งนี้ไว้ให้กับพระองค์ พระเยซูจึงเลือกที่จะไม่ปฎิเสธการข่มเหงที่เกิดขึ้นกับพระองค์ จนไปถึงความมรณา         เราเองในฐานะที่เป็นลูกของพระองค์ ในพระวจนะก็ได้บอกอย่างชัดเจนว่า เราเองก็จะต้องเผชิญกับการข่มเหงเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เพราะตัวเรา แต่เป็นเพราะความเชื่อของเราในพระเยซู ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า คนที่เคยเชื่อในพระนามของพระเยซูเมื่อวันหนึ่ง เขาถูกข่มเหงและเลือกที่จะรักษาชีวิตโดยการปฏิเสธพระองค์ ตัวเขาเองก็ไม่ได้เสียชีวิต เพราะคนเหล่านั้นข่มเหงพระนามของพระองค์         เราจึงต้องตระหนักว่า การเดินติดตามพระเยซู ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ เรายังต้องยืนหยัดและต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อที่จะรักษาความเชื่อของเราไว้ และอย่ากังวลในเรื่องการถูกข่มเหงมากเกินไป เพราะพระองค์สัญญาไว้แล้วว่า จะไม่ให้เราเผชิญเกินกว่าที่เราจะทนได้          ‘ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่านทั้งหลาย นอกเหนือการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ พระองค์จะไม่ทรงให้พวกท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อถูกทดลอง …

การข่มเหงเพราะความเชื่อในพระเยซู Read More »

จงละความกังวลใจไว้กับพระบิดา

จงละความกังวลใจไว้กับพระบิดา       ในแต่ละวันของชีวิตเรา เราอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่าง  ๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่ใจเราคาดหวังไว้ แม้ในหลายๆ ครั้ง เราก็พยายามที่จะวางแผนต่าง  ๆ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น แต่เมื่อเราเจอสถานการณ์เข้าจริงแล้ว เรากลับพบว่า เราไม่อาจรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นได้อย่างดีพอ นั่นทำให้เราท้อแท้ หรือถอดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น      ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ เราบอกว่าเราเป็นคนหนึ่งที่เข้มแข็ง มั่นคงในการเดินติดตามพระเจ้า พระเยซูที่รักของเรา แต่เมื่อเราเผชิญกับบางเหตุการณ์เรากลับ ถอดใจอย่างไม่เป็นท่า  ไม่ใช่ความผิดหรือความอ่อนแอของเราซะทีเดียว อันที่จริงแล้ว พระวจนะของพระเจ้าได้กล่าวเอาไว้แล้ว่า ในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับความทุกข์ ตามแต่ที่พระองค์มีเมตตา อนุญาตให้เกิดขึ้น    ‘“เพราะฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้ก็มีเรื่องกระวนกระวายของมันเอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว’ มัทธิว 6:34 https://www.bible.com/bible/174/MAT.6.34        ดังนั้น สิ่งเราต้องรู้ก่อนก็คือ แต่ละวันก็มีเรื่องที่ต้องให้กระวนกระวายใจอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำเพื่อจะรับมือต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ นั่นคือการแสวงหาพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน  พระบิดาเองสัญญาจะเพิ่มเติม สิ่งจำเป็นที่เหลือสำหรับการผ่านชีวิตในแต่ละวันไปได้ เราต้องพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผุ้ที่เป็นผู้ช่วย ( …

จงละความกังวลใจไว้กับพระบิดา Read More »

การทนทุกข์ร่วมกันกับพระเยซูคริสต์

  การทนทุกข์ร่วมกันกับพระเยซูคริสต์         ความเชื่อในพระเยซูคือการที่เราได้ยอมมอบชีวิตของเราเองแก่พระองค์ คือการยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียวและพระองค์เองมาตายไถ่บาปให้แก่ชีวิตของเรา        คริสเตียนจำนวนมากปรารถนารับพระพรอันอุดมที่พระองค์สัญญาจะประทานให้ผ่านถ้อยคำทางพระคัมภีร์ ( The Holy Bible ) ซึ่งเป็นพระวจนะที่คริสเตียนใช้ยึดถือ โดยที่ละเลยถ้อยคำอีกหลายตอนที่กล่าวถึงการตัดสินใจเดินติดตามพระเยซูคริสต์ จำเป็นต้องแลกกับอีกหลายในชีวิต หนึ่งในนั่นก็คือการทนทุกข์ หรือการถูกข่มเหงเพราะความเชื่อ         มีเรื่องราวมากมายในอดีต ที่เกิดขึ้นกับพี่่น้องผู้เชื่อ ตลอดพระคัมภีร์ อันที่จริงแล้ว พระเยซูคริสต์ก็เป็นผู้แรกที่ถูกข่มเห่ง พระองค์ปรารถนาทำตามน้ำพระทัยพระบิดามากกว่า ธรรมเนียม ธรรมบัญญัติของคนยิว ที่ยังขาดความเข้าใจในเวลานั้น แต่พระองค์ก็ไม่ได้ถือโทษ โกรธพวกเขา    “ถ้าพวกท่านถูกด่าเพราะพระนามของพระคริสต์ พวกท่านก็เป็นสุข เพราะว่าพระวิญญาณแห่งพระสิริคือพระวิญญาณของพระเจ้า สถิตกับพวกท่าน” ‭‭1 เปโตร‬ ‭4:14‬ ‭THSV11‬‬ http://bible.us/174/1pe.4.14.thsv11       เมื่อเราอยู่ในพระเยซูคริสต์ เราต้องอธิษฐานให้เรามีกำลังที่จะเผชิญการทนทุกข์ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่มีอาจรู้ได้ และเราเองก็ไม่ได้มีความอยากให้เกิดสิ่งเหล่านั้น ในชีวิตของเรา แต่สิ่งที่เราเห็นได้จากพระวจนะคือ ผู้เชื่อในพระเยซูจะถูกข่มเหง แต่เมื่อเขายืนหยัดสู้ทนได้ …

การทนทุกข์ร่วมกันกับพระเยซูคริสต์ Read More »

พระเยซูไม่เคยห่างเราเลย เพราะเรามีคุณค่าเสมอ

   พระเยซูไม่เคยห่างเราเลย เพราะเรามีคุณค่าเสมอ      พระบิดาทรงมีแผนงานที่ดีเลิศสำหรับคนบาปอย่างเรา หลายครั้งเราคิดว่าเราเองไม่มีค่าอะไรที่จะดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ แต่เราต้องไม่ลืมว่า พระเยซูรักเรามากแค่ไหน พระองค์มาบนโลกนี้เพื่อมาตายไถ่ความบาปให้แก่เรา เราจึงต้องดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความเข้าใจที่ว่า พระเยซูอยากให้เรามีชีวิตอยู่.        แน่นอนว่าเรามีสิทธิ์ทำอะไรตามใจตนเองได้ทั้งหมด ในชีวิตเรา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะทำอะไรโดยไม่แคร์ความรู้สึกของพระเยซูเลย อย่างที่บอกให้รู้ก่อนหน้านี้ว่าพระเยซูรักเรามากจนพระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์เพื่อไถ่บาปในสิ่งที่เราทำเอาไว้ เมื่อเราหยุดคิดสักนิด เราจะรู้ได้ว่า พระเยซูแคร์เรามากเพียงใดและพระองค์ ก็อยากให้เราได้เดินอยู่ใกล้ๆกับพระองค์ นั่นคือ เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่ใกล้พระองค์ เราก็ไม่อยากจะกลับไปทำสิ่งไม่ดีเดิมๆ อีกต่อไป          มากกว่านั้น เราจะมีคิดว่าชีวิตเราไร้ค่าอีกต่อไป เพราะวันนี้พระเยซูยังเดินใกล้ชิดอยู่กับเรา เราจะปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง เราจะไม่รู้สึกว้าเหว่ ตัวคนเดียวอีกต่อไป เพราะพระเยซูกำลังอยู่ในทุกเหตุการณ์ของชีวิตเรา นั่นเป็นเรื่องจริงทึ่เกิดขึ้นกับชีวิตผู้ที่ต้อนรับพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอด.          ให้เราได้อธิษฐานเพื่อให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นว่าพระเยซูจะคอยดูแลเราอยู่เสมอ อันที่จริงพระเยซูไม่ได้ห่างเราไปไหนเลย เพียงแต่เราเองที่ไม่ได้หันหน้าไปมอง ไม่ได้เงี่ยหูฟังพระองค์    Photo credit : https://rshaw87.deviantart.com/art/Hold-My-Hand-324745317

นายร้อยและพระเยซู ความเชื่อที่ไม่สงสัย 

นายร้อยและพระเยซู         การดำเนินชีวิตของเรานั้น ยังต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคอย่างมากมาย แท้จริงแล้ว เรายังไม่ได้หลุดจากความทุกข์ยากลำบากแต่อย่างใด แต่ทุกครั้งที่เราเผชิญสถานการณ์ต่าง  ๆ พระเยซูก็อยู่กับเราและคอยที่จะอยู่ช่วยเหลือเราอยู่เสมอ พระองค์ทรงโปรดนำหน้าเราและจะคอยนำทิศทางเราผ่านฤทธิ์พระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้เราไปถึงน้ำพระทัยของพระองค์         เราเห็นเรื่องราวของ นายร้อยที่ทาสของท่านได้ป่วยหนักเกือบจะตาย ท่านเป็นนายทหารโรมัน มีความรู้ มีอำนาจเต็ม แต่สิ่งที่เราเห็นคือท่านได้มาพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเยซู  แทนที่ท่านจะพาทาสไปหาแพทย์เพื่อทำการรักษา นายร้อยคนนี้ความเชื่ออย่างมาก และไม่สงสัยใด  ๆ ในสิ่งที่พระเยซูกำลังจะทำผ่านชีวิตของทาสคนนี้ นายร้อยอาจจะรับรู้เรื่องราวของพระเยซู ผ่านเหตุการณ์อัศจรรย์หลายอย่างที่พระองค์ได้ทรงทำ         นายร้อยมีความเชื่อที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก จริง ๆ  แล้วนายร้อยท่านนี้ เป็นคนที่มีความเชื่ออย่างมาก ดังที่พระเยซูเองได้ ได้บอกแก่เหล่าสาวก  ‘เมื่อพระเยซูทรงได้ยินคำเหล่านั้นแล้วก็ประหลาดพระทัย จึงทรงเหลียวหลังตรัสกับฝูงชนที่ตามพระองค์มาว่า “เราบอกพวกท่านว่าเราไม่เคยพบความเชื่อมากเท่านี้แม้แต่ในอิสราเอล” ‘ ลูกา 7:9 https://www.bible.com/bible/174/LUK.7.9       ดังนั้นความเชื่อแบบที่ไม่สงสัยใด  ๆ และปรารถนาต้องการให้พระเจ้าทำงานผ่านคำอธิษฐาน นั้นจะสำเร็จและเป็นจริงได้อย่างแน่นอน วันนี้ความเชื่อเราเป็นแบบไหน เรามีความเชื่อแบบนายร้อยท่านนี้แค่ไหน …

นายร้อยและพระเยซู ความเชื่อที่ไม่สงสัย  Read More »

อย่าสงสัยในพระบิดา พระเยซูคริสต์ของเรา

อย่าสงสัยในพระบิดา พระเยซูคริสต์ของเรา   พระบิดาของเราเป็นพ่อผู้ที่รักเรามากกว่าสิ่งใด พระองค์เองยอมให้พระบุตรที่รักของพระองค์มาตายไถ่บาปให้แก่เราคือพระเยซู ดังนั้นเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เราจะมั่นใจในความรักของพระองค์    พระองค์สร้างสรรพสิ่งทั้งปวงบนโลกนี้ และสิ่งเหล่านั้นก็สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ที่พระองค์บรรจงสร้างขึ้นมา ทุกครั้งที่เราสัมผัสธรรมชาติ เราจะเห็นถึงความยิ่งใหญ่นี้ที่มีผู้ที่ได้สร้างสรรค์เอาไว้   ชีวิตเรากับพระองค์ก็เช่นกัน พระบิดาได้สร้างเราจากผงคลีดิน และประทานลมปราณให้แก่เราทำให้เรามีชีวิตได้ พระองค์ประทานผืนโลกใบนี้ให้แก่เราในการดำรงชีวิตอยู่ แม้ว่าโลกนี้จะค่อย ๆ เสื่อมทรามลงเพราะความบาปและการกระทำของน้ำมือมนุษย์ แต่พระเมตตาคุณของพระองค์ ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พระบิดารู้จักมนุษย์เป็นอย่างดี ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่พระองค์ ได้วางรากฐานเอาไว้ให้แก่มนุษย์ทุกคนตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน และไปถึงอนาคต ก็คือ การที่มืให้มนุษย์สร้างรูปเคารพใดๆ  เพื่อมาแทนพระองค์ หรือเพื่อเอาไว้ดูต่างหน้าแทนพระองค์    พระบิดา ไม่ได้ปรากฎพระองค์ให้แก่ผู้ใดได้เห็นเลย นั่นเป็นเพราะความบริสุทธิ์ของพระองค์นั่นเอง แต่นั่นทำให้ความเป็นมนุษย์สำหรับบางคนเป็นปัญหา เพราะสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็นด้วยสายตา ก็มักจะคิดไปเองว่าอาจไม่มีอยู่ เราในฐานะที่เป็นลูกของพระองค์ เราสัมผัสพระองค์จากไหนได้บ้าง ?    อย่าลืมว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั้นได้อยู่กับเราตั้งแต่เมื่อเราได้ต้อนร้บพระองค์เข้ามาในชีวิตแล้ว หลายคนขาดความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งจะทำให้เรามีความมั่นใจและรู้ได้ว่า พระบิดาไม่เคยห่างเราไปไหน บางคนจึงต้องการบางอย่างเพื่อเป็นเครื่องยืนยันการมีตัวตนอยู่ของพระองค์ เช่นทำรูปเคารพบางอย่าง ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่พระบิดาของเราพอใจเลย   สิ่งที่พระองค์ ทำให้เราได้มากที่สุดด้วยสายตาของมนุษย์คือการประทานพระวจนะ ให้แก่เรา ถ้อยคำจากพระวจนะก็จะเป็นตัวยืนยันพระบิดาในชีวิตของเราได้มากเช่นกัน เมื่อเราให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ …

อย่าสงสัยในพระบิดา พระเยซูคริสต์ของเรา Read More »

ขอสติปัญญาจากสวรรค์

                      ปัญญาจากสวรรค์สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด  เราอยูบนโลกนี้ด้วยวัตถุประสงค์ที่พระบิดาได้จัดเตรียมไว้ มีแผนงานมากมายในชีวิตที่พระองค์กำลังใส่ให้กับเราในแต่ละช่วงเวลา ถ้าเราละเลยหรือไม่ใส่ใจ เราอาจพลาดสิ่งดีที่มาจากพระเจ้าได้ แต่ถ้าเราเลือก เราสนใจ เราใส่ใจ เราตั้งใจ เรามีความมุ่งมั่นในสิ่งที่พระองค์ประทานให้ เรามุ่งแสวงหาพระเจ้า เราอธิษฐานอย่างสุดกำลัง ผมเชื่อว่าพระบิดาจะทรงโปรดเมตตาและตอบในทุกสิ่ง   ในขณะที่เรายังอยู่บนโลก เรายังต้องใช้ทุกส่ิงบนโลก ยังต้องใช้ร่างกายในการทำงานอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง และยังต้องใช้สติปัญญาในการคิดงาน คิดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คิดถึงการแก้ไขปัญหา เรายังต้องใช้ความคิดอีกมากตลอดช่วงชีวิตของเรา บางเวลาสมองเราก็ล้าและต้องหยุดที่จะพักผ่อน เพื่อให้สมองและร่างกายได้กลับมาฟื้นฟูใหม่    สิ่งหนึ่งที่พระวจนะได้บอกแก่เราไว้คือ การขอสติปัญญาสำหรับคนที่ขาดสติปัญญา ในช่วงเวลาหนึ่ง  ๆ เราอาจใช้ความคิดของเราในการทำงานหลายสิ่ง ใช้ความคิดในการปรนนิบัติพระพระเยซู และใช้ความคิดในเรื่องอื่น  ๆ ที่อาจมาพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน ดังนั้นบางช่วงขณะเราอาจมีความผิดพลาดในความคิดที่เราใช้  การอธิษฐานขอสติปัญญาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อให้ทุกอย่างที่เรากำลังทำอยู่นั้น ออกมาอย่างดีที่สุด   เป็นธรรมชาติของพระบิดาที่พระองค์จะใช้มนุษย์อย่างเราในการทำสิ่งต่าง  ๆ บนโลก เราเองในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่พระองค์จะสามารถใช้การได้ …

ขอสติปัญญาจากสวรรค์ Read More »

ยังมีคนที่เข้าใจคุณอยู่

ยังมีคนที่เข้าใจคุณอยู่           เราต่างอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันกัน และต้องแย่งชิงเพื่อจะได้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด ในเรื่องของการทำงานก็เช่นกัน เราต้องเผชิญแรงกดดันในการทำงานอยู่เสมอ และบางครั้งเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานก็อาจจะเอาเปรียบเราแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ และในเรื่องความรักก็เช่นกัน เป็นเรื่องที่อ่อนหวานและแน่นอน มันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากสำหรับคนที่จิตใจบอบบาง เรื่องราวมากมายอาจเกิดขึ้นกับชีวิตเราในบางครั้ง อาจมีบางคนอาจทำให้คุณเจ็บปวดหัวใจจนคุณเองไม่อยากที่จะดำเนินชีวิตอยู่ต่อไป เพราะเรื่องความรักเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากกว่าที่ใคร ๆ จะมองข้ามไปได้    ในวันที่คุณรู้สึกเจ็บปวดที่สุด คุณกำลังทำอะไรอยู่ หรือคุณคิดจะทำอะไรอยู่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คุณได้มาเจอบทความนี้ เพราะในขณะที่คุณกำลังคิดที่จะตัดสินใจบางอย่างที่มีผลต่อชีวิตคุณ หรืออนาคตของคุณ ขอให้คุณหยุดคิดสักนิด และฟังที่ผมจะได้เล่าสั้น ๆ ในตอนนี้   แน่นอนว่าเราอาจจะบาดเจ็บกับความรักที่ไม่สมหวัง อาจจะบาดเจ็บกับคนที่เราได้ไว้วางใจและให้ใจกับเค้าไปหมด แต่สุดท้ายก็ถูกเค้าคนนั้นตีจากไปแบบไม่ใยดี ความรู้สึกนี้ เจ็บปวดแสนสาหัส และแทบจะไม่มีอะไรมาช่วยได้เลย ขณะที่คุณอยู่สภาวะนั้น ผมอยากจะบอกคุณว่า ยังมีคนอีกคนหนึ่งที่รักและห่วงใยคุณอยู่ และมากกกว่านั้น เขาคนนั้นเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ ทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ อย่าง ผมอยากจะบอกว่าเขาเอง มีความชื่นชมยินดีเมื่อคุณได้รับสิ่งดีเข้ามาในชีวิต และอีกเช่นกัน เขาก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณในเวลาที่คุณเจ็บปวดหัวใจแบบนี้    เขาคนนั้นอยู่ไม่ไกลจากคุณเลย    เขาคือ เยซู คนที่รักและเข้าใจคุณทุกอย่าง    …

ยังมีคนที่เข้าใจคุณอยู่ Read More »

พระบิดารักเราหนักมาก

  พระบิดารักเราหนักมาก           หลายครั้งชีวิตของเราต้องเผชิญกับสารพัดสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ทั้งเรื่องของการงาน สภาพเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพร่างกาย รวมถึงความไม่เข้าใจ หรือการไม่ลงรอยกับคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเราอยู่เสมอและเราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย หัวใจสำคัญคือการที่เรามองทุกอย่างรอบข้างอย่างเข้าใจ และตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้อง    และหลายครั้งคนนี่เองนี่เป็นอะไรที่หนักกว่าทุก ๆ ปัญหาที่อาจเกิดรอบข้างเรา เพราะเราเองอาจจะมอบใจของเราให้กับใครสักคนที่เรารักและห่วงใยเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใครคนนั่นอาจจะเปลี่ยนไป และทอดทิ้งสิ่งที่เรามีความปรารถนาห่วงใยเขามาก ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เพราะเราอาจจะให้ใจของเราไปให้เขาหมดใจอะไรแบบนี้  ความรู้สึกนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ การอกหัก รักคุด เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการทำงานร่วมกับคนอืน ๆ ที่อยู่รอบตัวเราด้วย คำพูดบางคนอาจเสียดแทงเข้ามาในใจของเรา หรือการกระทำบางคนอาจะทำให้เราเสียใจอย่างมาก    แน่นอนว่า “เวลา” อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาบาดแผลในใจนี้ แต่ผมอยากจะบอกว่า มีอีกคนหนึ่งที่เรามากแม้ว่า เราจะเผชิญสิ่งใดในชีวิต เขาคือผู้ที่เฝ้ามองเราอยู่จากฟ้าสวรรค์ คอยดูเราอยู่ตลอดเวลาที่เราดำเนินชีวิต และจะมาช่วยปลอบประโลมใจเรา ในทุก ๆ สถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ เขาคนนั้นคือ ” เยซู ” ผู้ที่รักเราแม้ว่าเราอาจไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เขารักเราไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร เขาอดทนทุกสิ่งที่เราเป็นได้ …

พระบิดารักเราหนักมาก Read More »