ชีวิตในพระคริสต์

พระเยซูเชื่อฟังโดยการทนทุกข์

พระเยซูเชื่อฟังโดยการทนทุกข์ แม้ว่าการมาบนโลกของพระเยซูคริสต์เพื่อจะมาไถ่บาปด้วยการตายบนไม้กางเขน ก็ตาม ความเจ็บปวดและทรมานบนไม้กางเขนนั้นก็มีมากมายแสนสาหัสอยู่แล้ว แต่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มีอีกหลายเหตุการณ์ที่พระองค์ยอมทนทุกข์ยากลำบากต่าง ๆ เพื่อเห็นแก่พระนามของพระบิดาและทำตามพระทัยของพระบิดาให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การถูกตามเอาชีวิต การถูกโบยตี การถูกตบพระพักตร์ การถ่มน้ำลาย และถูกดูหมิ่นต่าง ๆ มากมาย พระองค์ยอมทุกสิ่งเพื่อเห็นแก่พระบิดา เราต้องเชื่อฟังพระบิดาเช่นนี้ เช่นเดียวกับที่พระเยซูได้กระทำแล้ว โดยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตเรา 1. ยอมไม่มีเกียรติเพื่อให้พระเยซูได้รับเกียรติผ่านชีวิต 2. เชื่อฟังโดยการยินดีทนทุกข์ร่วมกับพระเยซูคริสต์ 3. ไม่ปฏิเสธการเขนของพระคริสต์ 4. รับรู้ว่า ความอดทนต่อการข่มเหงในความเชื่อบนโลก เทียบไม่ได้กับชีวิตนิรันดร บนสวรรค์ “ถึงแม้ว่าพระองค์เป็นพระบุตร พระองค์ก็ทรงเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังโดยการทนทุกข์ต่างๆ ” ฮบ.5:8 เวลาบนโลกนี้สั้นนัก และการกลับมาของพระเยซูยังรอเวลาอยู่ ภัยพิบัติและการข่มเหงนั้น ทวีขึ้น เราต้องตัดสินใจเดินด้วยกำลังความรักและฤทธิ์อำนาจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างเต็มเปี่ยม ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

จงกลับใจบังเกิดใหม่จริง ๆ

จงกลับใจบังเกิดใหม่จริง ๆ   นิโคเดมัส ถามพระเยซูเรื่องการบังเกิดใหม่ แต่ไม่ได้ถามถึงการกลับใจใหม่จากความบาป ซึ่งเป็นสิ่งเริ่มแรกก่อน และพระองค์ ตอบให้เห็นภาพรวมของการบังเกิดใหม่ซึ่งหมายรวมถึงเรื่องการกลับใจไว้แล้ว โดยพระองค์กล่าวว่า ซึ่งต้องบังเกิดโดยน้ำและพระวิญญาณ ซึ่ง น้ำ ในที่นี้ ไม่น่าใช้ การบัพติศมา เพราะว่า การที่จะเข้าแผ่นดินพระเจ้า คือสวรรค์นิรันดร ต้องผ่านทางความเชื่อวางใจและกลับใจจากบาปโดยทางพระเยซูเท่านั้น ( ยอห์น 3 : 5 ) การบัพติศมาเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการกลับใจใหม่ ซึ่งเริ่มต้นโดยยอห์นบัพติศโต ก่อนที่พระเยซูจะมาเพื่อทำให้พระราชกิจของพระบิดาสำเร็จโดยการมาตายบนไม้กางนั้น เพื่อให้คนที่เชื่อวางใจจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร คือเชื่อแล้วได้ไปสวรรค์ พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ ยอห์น 3:16 น้ำในที่นี้จึงน่าจะหมายถึงตัวพระเยซูเอง ที่เป็นน้ำธำรงชีวิต ที่ผู้ที่กระหาย จะไม่กระหายอีกต่อไป แต่คนที่ดื่มน้ำที่เราจะให้กับเขานั้น จะไม่มีวันกระหายอีกเลย น้ำที่เราจะให้เขานั้นจะกลายเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์” ยอห์น 4 : 14 การพูดของพระองค์ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ คือไม่กล่าวถึงตัวพระองค์เอง ตรง ๆ ซึ่งเราเห็นได้ตลอดพระวจนะ โดยพระองค์จะสื่อสารผ่านสิ่งรอบข้างที่คนในสมัยนั้นพบเห็นและเข้าใจได้โดยง่าย พระวิญญาณ …

จงกลับใจบังเกิดใหม่จริง ๆ Read More »

วันนี้ยังเป็นวันอัศจรรย์ของเราอยู่ไหม

วันนี้ยังเป็นวันอัศจรรย์ของเราอยู่ไหม ท่ามกลางความวุ่นวายต่าง ๆ และภาระที่เราต้องแบกรับนับเรื่องแทบไม่ไหว หลายสิ่งก็อาจทำให้เราเหนื่อยอ่อน อ่อนแอ หรืออาจทำให้เราท้อแท้ใจในการดำเนินชีวิตอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องมั่นใจได้คือ พระบิดาผู้อยู่ในฟ้าสวรรค์กำลังเพ่งมองมาที่เราและเชื่อแน่ว่าพระองค์เปรมปรีดิ์กับชีวิตเรา เพราะพระองค์รักเรา และกำลังนำสิ่งดีมากมายบนโลกนี้มาให้แก่เรา   เราต้องรู้และต้องตระหนักก่อนว่าเราดำเนินชีวิตอยู่บนโลกเพื่อวัตถุประสงค์ใด และเราจะรู้ว่านี่เป็นอัศจรรย์ในแต่ละวันที่พระบิดาโปรดให้เรามีลมหายใจอยู่ อัศจรรย์ที่พระเจ้ารักอย่างที่เราเป็น เราเคยได้คิดไหมว่า ทุกเช้าวันใหม่ที่เราตื่นขึ้นและเรายังมีลมหายใจอยู่ นับว่าเป็นพระเมตตาคุณที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่เรา เป็นดังของขวัญล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่ง พระองค์ไม่ได้มองเลยว่า เมื่อวานนี้ชีวิตเราจะล้มเหลวแค่ไหน หรือเราทำให้พระองค์เสียพระทัยมากอย่างไร เราเองอาจจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการอธิษฐาน สารภาพความบาป และเมื่อหัวเราถึงหมอนและหลับตาลง ร่างกาย เราได้พักผ่อน เมื่อเราตื่นขึ้น ทุกอย่างก็เหมือนกับการเริ่มต้นวันใหม่   ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร ทุกเช้าวันใหม่ที่เรามีลมหายใจ นับได้ว่าเป็นอัศจรรย์ที่พระเจ้าที่รักเราอย่างมาก ได้มอบให้แก่เราเป็นดังของขวัญ ให้เราได้สู้ในวันใหม่ ด้วยพระคุณความรักของพระองค์ และกำลังในพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระธรรม โรม 5:8 กล่าวว่า “ แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา”   ชีวิตของ พระเยซู และพระโลหิตของพระองค์ ที่หลั่งออกเพื่อชำระความบาปสิ้นของเรานั้น ก็สมบูรณ์เป็นพระคุณอันเหลือล้นให้กับชีวิตที่เล็กน้อยของเรา  เรามีคุณค่ามากในสายตาของพระองค์เสมอไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร   ในพระธรรม 1 …

วันนี้ยังเป็นวันอัศจรรย์ของเราอยู่ไหม Read More »

จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ

จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ พระบิดาปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐตามอย่างที่ พระเยซู เป็นแบบอย่างให้เราได้เห็นมาแล้ว พระองค์ให้พระวจนะแก่เราเพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิต และประพฤติตามพระวจนะนั้น และมากกว่านั้นพระองค์ได้ประทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์มาให้แก่เราทั้งหลายแล้ว เพื่อจะเป็นผู้ช่วยเราในการดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระบิดา พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในเราและพระองค์ประทับตราเราไว้ เป็นขอพระองค์แล้วเช่นกัน เอเฟซัส 1:13-14 ได้กล่าวว่า “ในพระองค์นั้น ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน และได้วางใจในพระองค์ ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์” เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยเต็มกำลังของเรา และพึ่งพาฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีความสัมพันธ์กับพระองค์ทุก ๆ วัน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่กำลังบอกว่า เรากำลังดำเนินในความภูมิใจของพระบิดา อย่ากลัวว่า เมื่อเราผิดพลาด ทำบาป ล้มลง ท้อแท้ หรือหมดแรงที่จะดำเนินชีวิตต่อ อาจจะด้วยภาระที่เราคิดว่าเข้ามามากกว่าที่เราจะรับไว้ได้ เมื่อเราตระหนักและรับรู้ว่ามี พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่กับ จริง ๆ คืออยู่ในเราและคอยที่ช่วยเหลือเราในทุก ๆ อย่าง เมื่อเราใช้เวลากับพระองค์อย่างสม่ำเสมอ เราจะรู้ว่า เราไม่ได้เผชิญสถานการณ์นี้ตามลำพัง และมีอีกคนที่คอยเป็นกำลังในฝ่ายวิญญาณและคอยช่วยเหลือเราอยู่ทุก ๆ ก้าวเดินของเรา และเมื่อเรากลับใจจากบาป เมื่อเราขอกำลังจากพระวิญญาณ และเมื่อเราอธิษฐานขอปัญญาจากพระองค์ให้เปิดเผยหนทาง พระองค์จะค่อย …

จงทำให้พระบิดาในสวรรค์ภูมิใจ Read More »

จงทานพระวจนะเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณทุกวัน

จงทานพระวจนะเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณทุกวัน ทุกวันที่เราตื่นขึ้น ร่างกายเราจำเป็นที่จะได้รับอาหารเพื่อทำให้ตัวเรามีกำลังที่จะทำการงาน หรือหน้าที่รับผิดชอบต่าง  ๆ ต่อไปได้ อาหารจึงจำเป็นสำหรับร่างกายของเรา และเช่นเดียวกัน จิตวิญญาณของเราก็ต้องการอาหารฝ่ายวิญญาณ เพื่อที่จะทำให้ร่างกายฝ่ายวิญญาณรับสารอาหารที่ครบบริบูรณ์ และมีกำลังในฝ่ายวิญญาณที่จะทำการงานต่าง ต่อไปได้ หลายครั้งคริสเตียนละเลยที่จะทานอาหารฝ่ายวิญญาณ แต่ให้อาหารฝ่ายร่างกายทำหน้าที่แทน หมายความว่า พวกเขาอาจคิดว่า ทานอาหารฝ่ายร่างกายก็คงจะเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทานอาหารฝ่ายวิญญาณทุก  ๆ วัน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก   เราต้องตั้งคำถามกับตัวเราก่อนว่า “วันนี้เรารู้สึกหิวฝ่ายวิญญาณอยู่ไหม”  นั่นคือเมื่อเรารู้ว่าอาหารฝ่ายวิญญาณนั้นจะทำให้จิตวิญญาณมีกำลังและทำให้ร่างกายแข็งแรง เหมือนกับที่เราให้เวลาในการเลือกทานอาหารที่มีประโยช์นและมีโภชนการสูง   ถ้าเราตอบตัวเราเอง เรารู้สึกเฉย ๆ กับการทานอาหารฝ่ายวิญญาณ นั่นเป็นสัญญาณที่เป็นอันตรายต่อจิตวิญญาณอย่างยิ่ง และจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างแน่นอน เพราะร่างกายฝ่ายวิญญาณได้ขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับชีวิตฝ่ายวิญญาณไปแล้ว   อาหารฝ่ายวิญญาณนั่นก็คือ พระวจนะหรือพระคำของพระเจ้า อาจเป็นหนังสือ หรือเป็นแอพที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ ของเราเอง การอ่านพระคำพระเจ้า นั่นเสมือนกับการที่เราได้ทานอาหารฝ่ายวิญญาณ ยิ่งเราใช้เวลาใคร่ครวญ โดยให้พระวิญญาณช่วยทำความเข้าใจแทนเรา ก็เหมือนกับเราได้ เคี้ยวอาหารที่แสนอร่อยนี้อย่างช้าๆ และกลืนลงไปด้วยความอิ่มหนำสำราญใจ พระเยซูกล่าวชัดเจน ว่า “ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า ” (มธ.4:4)   …

จงทานพระวจนะเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณทุกวัน Read More »

การวัดความเติบโตฝ่ายวิญญาณ

การวัดความเติบโตฝ่ายวิญญาณ การดำเนินชีวิตคริสเตียนนั้น สิ่งหนึ่งที่จะวัดความเติบโตของผู้เชื่อ ไม่ได้อยู่ที่ว่า เขาเชื่อพระเจ้ามานานแค่ไหน หรือ เขาทำงาน ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าสำเร็จมากมายแค่ไหน หรือ เป็นคนที่มีชื่อเสียง มากแค่ไหน แม้กระทั่งคนที่อ่านพระคัมภีร์จบหลาย ๆ รอบ หรือเขียน วรรณกรรมคริสเตียน เขียน อรรถาธิบายพระคัมภีร์ก็ตาม แม้นั้นอาจจะเป็นการเติบโตในฝ่ายวิญญาณได้บ้าง แต่หลายครั้งเราเห็นว่า คริสเตียนที่เชื่อพระเจ้ามานานบางครั้งก็บันดาลโทสะ อย่างกับคนที่ไม่รู้จักพระเยซูคริสต์เลย และทำให้พระเจ้าไม่ได้รับเกียรติ การวัดความเติบโตที่แท้จริง ต้องวัดเมื่อเขาเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต นั่นจึงจะเป็นการวัดความเติบโตที่ดีที่สุด การตอบสนองต่อสถานการณ์นั้น ๆ ณ เวลานั้น จะทำให้เราเห็นตัวเราเองดีที่สุด เมื่อเราถ่อมใจเรียนรู้และเข้าใจสถานการณ์ เราจะสามารถบอกตัวเองได้ว่า เราเติบโตกับพระเจ้ามากเพียงใด การตอบสนองต่อสถานการณ์ จะรวมถึงสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของเรา ไมว่าจะเป็นเรื่อง การทำงาน การตอบสนองต่อแรงกดดัน คำพูดของคนรอบข้าง คำพูดใส่ร้าย คำพูดถากถาง หรือการที่เราพูดบางสิ่งที่พระเจ้าไม่ได้รับเกียรติ คำสบถ คำพูดประชด หรือจะเป็นเหตุการณ์ที่เราต้องรอคอย อดทน ณ เวลานั้น เราจะรู้ตัวเราเลยว่า เราขอบคุณหรือเราบ่นต่อว่าพระเจ้า เราเท่านั้นที่รู้ อีกประการคือ …

การวัดความเติบโตฝ่ายวิญญาณ Read More »

บทเรียนจากคนสอดแนมของโยชูวา : ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

บทเรียนจากคนสอดแนมของโยชูวา : ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด พระเจ้าทวงสัญญาไว้กับโมเสสว่าจะยกแผ่นดินคานาอันที่มีน้ำผึ้ง น้ำนมบริบูรณ์ ให้แก่อิสราเอล และเมื่อถึงคราวที่โยชูวาต้องนำอิสราเอลต่อจากโมเสสที่ได้ไปอยู่กับพระเจ้าแล้วนั้น โยชูวาได้ส่งคนสอดแนมไปสองคนไปยังเมืองเยรีโค เพื่อดูสภาพเมือง และเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาแจ้งแก่ โยชูวา คนสอดแนมได้อยู่ในบ้านของราหับซึ่งเป็น หญิงโสเภณี และนางได้ซ่อนท่านทั้งสองไว้จากการตามล่าของนักรบเยรีโค หลังจากนั้นนางได้ขอให้ไว้ชีวิตของนางและครอบครัวเมื่ออิสราเอลจะมาและยึดเมืองนี้ สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในตอนนี้ก็คือ แม้ว่าพระเจ้าจะมีพระสัญญาในการให้ดินแดนแก่อิสราเอล คือดินแดนคานาอัน แต่หน้าที่ความรับผิดชอบในการเข้าไปยึดครอง คืออิสราเอลเอง พวกเขาต้องมีการวางแผนอย่างดี โดยใช้การสอดแนม ไม่ใช่ฟังพระสัญญาแล้วยกทัพ เดอน ดุ่ยๆ เข้าไปยึด เมืองเยรีโค เปล่าๆ และพวกเขายังต้องเผชิญความเสี่ยงต่อชีวิตเช่นเดียวกัน ดังนั้นการพึ่งพาพระเจ้าในทุกๆ สิ่งที่ทำนั้นจึงสำคัญ เราต้องเชื่อในพระสัญญา ฟังเสียงพระเจ้าและซื่อสัตย์ ในการทำสิ่งค ต่างๆ อย่างไม่ประมาท

เชื้อของพวกฟาริสี สะดูดี

เชื้อของพวกฟาริสี สะดูดี ในช่วงนั้นมีฝูงชนนับเป็นพันๆ ชุมนุมเบียดเสียดกันอยู่ พระเยซูทรงเริ่มตรัสกับบรรดาสาวกของพระองค์ก่อนว่า “ท่านทั้งหลายจงระวังเชื้อของพวกฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคด 2แต่ไม่มีอะไรที่ปิดบังไว้ที่จะไม่เปิดเผย หรือความลับที่จะไม่เผยให้ประจักษ์ 3ถ้าอย่างนั้น สิ่งสารพัดซึ่งท่านทั้งหลายกล่าวในที่มืดจะได้ยินในที่แจ้ง และซึ่งกระซิบในหูที่ห้องส่วนตัวจะประกาศบนดาดฟ้าหลังคาบ้าน ลก12:1 พระเยซูกล่าวถึงให้เราทั้งหลายระมัดระวังชีวิตของเราเพื่อไม่ให้เรา มีชีวิตที่เป็นเหมือนฟาริสีและสะดูสี พระเยซูได้เปรียบเทียบชีวิตของฟาริสีแลสะดูสี ที่มีสิ่งที่เหมือนกันคือ เป็นคนหน้าซื่อใจคด มีท่าทีภายในใจที่ไม่ถูกต้อง เป็นคนที่พูดอย่างทำอีกอย่าง    ชีวิตของฟาริสีและสะดูสี เป็นชีวิตที่ดูภายนอกดูดี และพยายามที่จะแสดงตัวเองให้เป็นเหมือนคนของพระเจ้า พยายามที่จะรักษาพระบัญญัติอย่างเคร่งครัด ชอบอวดตัวต่อหน้าสาธารณะเพื่อให้คนอื่นดูต่ำกว่า และพวกเขาจะคอยดูถูกคนอื่น อยู่เสมอและคิดแบบผิด ๆ ว่าสิ่งที่พวกเขาทำเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว    เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตของฟาริสีและสะดูสี สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยพระเจ้า พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่พยายามจะฆ่าพระเยซู ด้วยการตรึงกางเขน   เราเองจำเป็นต้องคอยสำรวจชีวิตเราอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ชีวิตเรามีเชื้อฟาริสีและสะดูสีภายในใจของเรา เราต้อง อธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เรามีกำลังที่จะรักษาใจของเราให้อยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  อย่างที่พระเยซูได้บอกไว้ เมื่อมีเชื้อเพียงนิดเดียว มันก็จะทำให้แป้งฟูได้ เช่นเดียวกัน เราต้องไม่เก็บเชื้อร้ายใด ๆ ไว้   อีกเรื่องที่สำคัญก็คือการไม่ให้ใจของเราพิพากษาคนอื่น หรือดูถูกคนอื่น ไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไร พระเจ้ายังรักเขาอย่างที่เขาเป็นและพระองค์มีเวลาที่ปรับปรุงแก้ไข และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา หน้าที่เราคือเราต้องซื่อสัตย์ต่อพระองค์ และรักษาใจของเราต่อพระองค์เอาไว้ พระองค์รักเรามากและปรารถนาจะนำเราห่างไกลจากเชื้อร้ายฟาริสีและสะดูสี    ( อ่านเพิ่ม มธ 16 :5-12 )

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา       หลายครั้งเราเผชิญภาระหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต เราเองก็พอจะรู้ว่าการเป็นคริสเตียนก็ย่อมต้องเผชิญภาระปัญหาอยู่แล้ว แต่เราก็รู้ว่าเมื่อเราอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์จะทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเรา เราก็มุ่งมั่นที่จะอธิษฐาน ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะรักษาความเชื่อ และรักษาชีวิตชอบธรรมของเราให้ดีที่สุด       แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นว่าภาระปัญหายังคงมีอยู่ และเราก็ได้รับผลกระทบต่อปัญหานั้นโดยตรง เรายังคงเผชิญภาระปัญหาและรับผลโดยตรงต่อปัญหา ทำให้เราต้องเผชิญความยากลำบากในการเผชิญชีวิต คำถามนี้ยังเกิดขึ้นกับเราอยู่ไหม หรือเราเคยเจอสภาวะอย่างนี้ไหม    ผมยืนยันอย่างหนักแน่นที่สุดจากประสบการณ์ความเชื่อตลอดหลายปีในพระเยซูคริสต์ พระเยูคริสต์ได้ตอบคำอธิษฐานของเราแล้วตั้งแต่ที่เราได้อธิษฐานต่อพระองค์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่เราต้องเข้าใจก็คือช่วงเวลาการตอบคำอธิษฐานของพระองค์ ซึ่งเราเองไม่สามารถกำหนดเวลาให้พระองค์ได้เลย เพราะเป็นสิทธิ์อำนาจของพระองค์เท่านั้น เราต้องมั่นใจว่าพระองค์มีเวลาของพระองค์อย่างเจาะจงให้แก่เราและการตอบคำอธิษฐานของพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา     มาดูสิ่งที่พระเจ้าได้ตอบคำอธิษฐานของโมเสสกัน ในพระธรรมอพยพ บทที่ 4  หลังจากที่อิสราเอลยังต้องทนทุกข์ลำบากจากการกดขี่ข่มเหงของฟาโรห์ มาอย่างยาวนาน พระเจ้าได้เรียกโมเสสมาและสัญญาว่าพระองค์จะใช้ท่านไปเพื่อช่วยปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล  นี่คือ “ คำพูด ” ที่พระเจ้าพระยาเวห์ได้พูดกับโมเสส พระองค์เป็นผู้เริ่มต้นกระทำ ไม่ใช่โมเสส     หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ในอพยพบทที่ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิสราเอลคือ พวกเขาต้องทำงานหนักมากขึ้น คือต้องทำงานทาสที่หนักและยากลำบากขึ้น คือปกติคนอียิปต์จะให้อิฐและฟางในการทำงาน แต่กลับเป็นว่า พวกเขาให้แต่อิฐ ส่วนฟางต้องไปหาเอง ทำให้ชนชาติอิสราเอลต้องใช้เวลาหาฟางเพิ่มขึ้น …

ทำไมพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา Read More »

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น   ชีวิตคริสเตียน แท้จริงแล้วคือชีวิตที่เราได้กลับมาสู่ความสัมพันธ์ที่ติดสนิทและลึกซึ้งกับพระบิดาผ่านการไถ่ชีวิตบาปของเราบนไม้กางเขนโดยพระเยซู ครั้งหนึ่งเราเคยที่จะห่างเหินพระบิดาเพราะเราต้องรับโทษความบาปทางอดัม แต่บัดนี้เราได้กลับมาหาพระองค์ได้อีกครั้งหนึ่งเพราะความรักที่พระเยซูคริสต์มีให้แก่เราผ่านการชำระบาปด้วยโลหิตของพระองค์และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้น   การได้รับความรอดและชีวิตนิรันดรผ่านกางเขน เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่บนโลกนี้ แม้ว่าเรายังคงทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเหมือนเดิมแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในชีวิตเราแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปในแต่ละวันคือ การที่เราได้มีปฎิสัมพันธ์กับพระองค์เพื่อเราจะได้เรียนรู้จักพระองค์มากขึ้น วันต่อวัน    พระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่ในชีวิตเราในฐานะผู้ช่วย เปรียบภาพง่าย ๆ ก็คือ เมื่อเรารู้จักพระเจ้า เราก็เหมือนมีพระเยซูคอยอยู่กับเราตลอดเวลา เพียงแต่เราไม่สามารถใช้สัมผัสทั้ง 5 ในการมีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้ทั้งหมด เราใช้วิญญาณจิตของเราในการปฎิสัมพันธ์กับพระองค์ ผ่านสิ่งง่าย  ๆ ที่คือการ อธิษฐาน การอ่านพระวจนะ การนมัสการ  อาจารย์เปาโลให้เราได้อธิษฐานกับพระบิดาเพื่อเราจะรู้จักพระองค์มากขึ้น  ในพระธรรมเอเฟซัส 6 : 17 กล่าวว่า ” ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าขอพระเจ้าของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราคือพระบิดาผู้ทรงพระสิริทรงให้ท่านทั้งหลายมีจิตใจที่ประกอบด้วยปัญญาและการสำแดง เพื่อท่านจะรู้จักพระองค์ ”  ประสบการณ์ที่อาจารย์ได้พบเจอพระเยซูผ่านเสียงของพระองค์ที่ถนนไปดามัสกัสเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับพระเยซู และพระองค์ก็ได้สำแดงผ่านพระวิญญาณมาถึงชีวิตของท่านเรื่อยมาในการทำพระราชกิจของพระองค์  จะเป็นไปไม่ได้เลยที่อาจารย์เปาโลจะทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ติดสนิทกับพระองค์ ยังไม่รวมการถูกข่มเหงและการเข้าใจผิดต่าง ๆ ที่ท่านต้องเผชิญ แต่เพราะว่าท่านรู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่พระบิดาทรงโปรดมีให้กับท่าน …

รู้จักพระบิดาให้มากขึ้น Read More »