ใกล้ชิดพระเจ้า

พระบิดาเป็นแหล่งกำลังที่แท้จริงของเรา

พระบิดาเป็นแหล่งกำลังที่แท้จริงของเรา     เมื่อเราดำเนินชีวิตและทำการงานบนแผ่นดินโลก เรารู้ว่าทั้งสิ้นมาจากพระองค์และเพื่อพระองค์ แต่ละวันเราจึงต้องพึ่งพาอำนาจและกำลังที่มาจากพระองค์     ประการแรก อธิษฐานขอกำลังจากพระบิดาในทุกเช้าวันใหม่   การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการพึ่งพาอำนาจและกำลังที่มาจากพระองค์ทางพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าเราต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายและสิ่งที่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ เราจึงต้องพึ่งพาผู้ที่ครอบครองเวลาและล่วงรู้ทุกสิ่ง เมื่อเราฝากความหวังใจและกำลังที่มาจากพระองค์แล้วก็จะไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เรากังวลอีกต่อไปได้   ประการที่ สอง อธิษฐานขอความกล้าหาญในการเผชิญทุกสิ่ง   เราต้องมีความเชื่อและไว้วางใจในพระองค์บริสุทธิ์ใจของเรา และในส่วนของเราเราต้องทำอย่างเต็มกำลังคือการก้าวออกไปข้างหน้า แม้ว่าเราไม่อาบรู้ได้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่เราก็รับรู้ได้ว่าแต่ละก้าวที่เราเดินไปนั้นมีพระวิญญาณของพระองค์คอยค้ำชูเราอยู่   ความกล้าหาญคือการไม่กลัวหรือกังวลใจกับสิงที่เกิดขึ้นต่อหน้าเรา แต่ตัดสินใจเดินต่อไปด้วยการพึ่งพาสติปัญญา ฤทธิ์อำนาจและการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีความเชื่อ   ประการที่สาม จงให้ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นให้ถวายเกียรติแด่พระบิดาของเรา   เมื่อเราทำด้วยสุดกำลังผ่านความเชื่อและไว้วางใจในพระองค์แล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นให้เรามอบเกียรตินี้เป็นของพระองค์   เมื่อความสำเร็จมาถึงขอให้เราถวายเกียรตินี้แด่พระบิดาของเรา แล้วพระองค์จะเป็นผู้ที่ยกเกียรติให้แก่เราในเวลาอันเหมาะสม   และแม้ว่าบังเหตุการณ์ความสำเร็จยังไม่ได้มาถึง ก็ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาและไว้วางใจในพระองค์ต่อไปเพราะไม่ว่าจะอย่างไรคงต้องได้รับเกียรติผ่านชีวิตของเรา พระองค์จะไม่ทอดทิ้งเราให้ล้มเหลวอย่างแน่นอน อาเมน   แล้วเราต้องเชื่อว่าทุกสิ่งที่พระองค์นำไปนั้นจะประสบความสำเร็จเพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์เพียงผู้เดียว   ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า ฟีลิปปี 4:13 TH1971 https://bible.com/bible/275/php.4.13.TH1971

จงตอบสนองต่อเหตุการณ์ตามอย่างพระทัยพระบิดา

จงตอบสนองต่อเหตุการณ์ตามอย่างพระทัยพระบิดา พระบิดาปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตและตอบสนองทุกสิ่งตามที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้ไว้ หลายครั้งเราเผชิญเหตุการณ์ที่ซ้ำเดิมวนเวียนเข้ามาและทำให้เราตอบสนองด้วยท่าทีตามเนื้อหนังของเรา เมื่อเราผ่านเหตุการณ์นั้นมาด้วยพระคุณของพระเจ้าเหตุการณ์คล้ายๆแบบเดิมนั้นกลับมา บางคนก็ตอบสนองตามเนื้อหนังเหมือนเดิม ขณะที่บางคนเข้าใจพระทัยพระบิดามากขึ้นและตอบสนองตามพระวจนะอย่างถูกต้อง คนกลุ่มหลังจึงมีชีวิตที่จำเริญขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งแรกคือการไม่ตอบสนองตามอารมณ์ความรู้สึก หรือสิ่งที่สายตามนุษย์มองเห็น หรือสิ่งที่หูของมนุษย์ได้ยิน แต่ต้องตอบสนองให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์จากพระจนะของพระองค์ จากเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เราพูดคุยทุกๆเวลา สิ่งที่ สอง คือการมีท่าทีแห่งการขอบพระคุณพระเจ้าทุกครั้ง การขอบพระคุณเป็นการทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราล้วนแต่มีสิ่งที่ดีเลิศซ่อนอยู่และพระองค์ได้มอบให้กับเรา เราต้องมีหัวใจแห่งการขอบพระคุณทุกๆครั้งเมื่อมีเหตุการณ์เข้ามาในชีวิต ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้สอนและเปลี่ยนหัวใจให้เรามีท่าทีที่ถูกต้องเสมอเพื่อเราจะมีชีวิตที่สูงขึ้นและเข้าใจน้ำพระทัยของพระบิดาชัดเจนมากขึ้น จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย 1 เธสะโลนิกา 5:18 TH1971 https://bible.com/bible/275/1th.5.18.TH1971

จงดำเนินชีวิตในพระคุณของพระเจ้า

ดำเนินชีวิตในพระคุณของพระเจ้า พระคุณของพระเจ้ามาถึงชีวิตเราอย่างเจาะจง โดยพระคุณนี้เราจึงรับความรอดนิรันดร์ที่มาจากพระเยซูผ่านความเชื่อ พระคุณของพระเจ้าจึงเป็นของขวัญที่เราได้รับมาเปล่าๆ เราจึงต้องตระหนักและเห็นคุณค่าพระคุณนี้ เยซูได้ยอมวายพระชนม์เพื่อไถ่บาปเรา เราจึงต้องตอบสนองในพระคุณของพระองค์ ด้วยการที่เราจำนวนชีวิตและทำตามน้ำพระทัยของพระบิดา การปรนนิบัติพระเยซูผ่านงานรับใช้ต่างๆที่พระเจ้าได้มอบหมายให้เราทำ ไม่ว่าจะเป็นที่คริสตจักรหรือพี่น้องผู้เชื่อ หรือการเป็นพรต่อคนในสังคม ล้วนแล้วแต่ต้องสละความเป็นส่วนตัวออกใครทำให้พระราชกิจของพระเจ้าสำเร็จ อาจารย์เปาโลเป็นแบบอย่างในการทำงานก็เต็มกำลังเพื่อถวายเกียรติแด่พระเยซู แต่ทั้งหมดนี้ท่านได้บอกว่าเป็นเพราะพระคุณของพระเจ้าทำให้ท่านทำสิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย ขอพระบิดาโปรดให้เรามีชีวิตเป็นเช่นนั้น ด้วยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ โปรดช่วยให้เราสามารถดำเนินตามพระสัญญาในพระวจนะได้อย่างถูกต้องและสำเร็จ อาเมน 1~โครินธ์ 15:10 แต่โดยพระคุณของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ และพระคุณของพระองค์ที่ประทานแก่ข้าพเจ้านั้น ก็ไม่ไร้ประโยชน์ ตรงกันข้าม ข้าพเจ้าตรากตรำมากกว่าพวกเขาทั้งหมด ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเองเป็นคนทำ แต่เป็นพระคุณของพระเจ้าซึ่งอยู่กับข้าพเจ้าที่ทำ