เช้ามาอธิษฐาน

วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต

พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต 28เหตุฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นใหญ่เหนือวันสะบาโตด้วย” มาระโก 2: 27-28 พระบิดาตั้งวันสะบาโตไว้เพื่อให้เป็นวันสำหรับพักสงบ จากการทำงาน พระองค์ตั้งวันที่หยุดพักไว้ก่อนที่มนุษย์จะล้มลงในบาปเสียอีก และหลังจากนั้น พระบิดาก็กำหนดวันสะบาโตเป็นวันสำหรับหยุดพัก จากการงานต่าง ๆ และพระเยซูมาทำให้ธรรมบัญญัติสมบูรณ์ โดยการที่พระองค์ ทำให้เราเห็นถึงวันสะบาโต นั้นเพื่อเราทั้งหลาย ไม่ใช่กฎเกฑณ์ที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด โดยกลายเป็นแอกไป พระเยซูทำการดีในวันสะบาโตอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นไปตามพระทัยของพระบิดา ที่ต้องการให้มนุษย์ได้หยุดพัก แต่กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องดำเนินตามกฎบัญญัติที่มนุษย์พยายามใส่เข้าไปเพื่อให้ยิ่งดูศักดิ์สิทธิ์ การทำดี และการได้พักผ่อนในฝ่ายร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ ถือเป็นการดำเนินสะบาโตที่พระบิดาพอพระทัยมากที่สุด จึงชัดเจนว่า การทำดีในพระนามพระเยซู ในวันสะบาโต ทำให้วิญญาณจิตของเราได้พองโต ก็ถือเป็นสะบาโตเพื่อผู้เชื่อ ได้เป็นอย่างดี สรรเสริญพระเจ้า ขอบคุณในความรักมั่นคงของพระบิดา ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเยซูรักษาคนง่อย

พระเยซูรักษาคนง่อย พระเยซูทำอัศจรรย์เพื่อให้คนได้เห็นถึง ความยิ่งใหญ๋ของพระเจ้า ในการรักษาโรคผ่านทางพระองค์ เราได้เรียรู้ในหลายประการ ดังนี้ 1. ฤทธิ์เดชของพระเจ้าอยู่กับเราเพื่อนำการรักษาโรค : ในฐานะที่เป็นลูกของพระองค์ เราเห็นพระเยซูทำหมายสำคัญด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า เราเองก็ควรเลียนแบบพระองค์ ในอัศจรรย์ ต่างๆ เหล่านี้ด้วย 2. ความเชื่อของผู้รับการรักษา มีผลต่อการหายโรค : ผู้ที่มีความเชื่อ และเป็นที่พอพระทัยพระบิดา จะเห็นอัศจรรย์ได้อย่างชัดเจน ดังตัวอย่างคนง่อยที่ เขาพยายามที่จะไปใกล้พระองค์ให้มากที่สุด เพื่อรับการรักษา โดยการหย่อนเชือกที่ผู้กับที่นอนของคนง่อยลงมาจากหลังคาจนมาอยู่ต่อหน้าพระเยซู วิธีการอาจจะไม่เรียบร้อย แต่นั่นกลายเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เราต้องกระหายเช่นนี้ 3. การอัศจรรย์ ก็เพื่อเป็นการประกาศพระนามของพระบิดา เพื่อให้คนได้กลับใจมาหาพระเจ้าทางพระเยซู : คนจะสรรเสริญและอัศจรรย์ในฤทธิ์เดชที่พระบิดาได้ทำ เราต้องถวายเกียรติพระบิดา ในการทำอัศจรรย์ของพระองค์ เสมอ ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเยซูรักษาคนง่อย

พระเยซูรักษาคนง่อย พระเยซูทำอัศจรรย์เพื่อให้คนได้เห็นถึง ความยิ่งใหญ๋ของพระเจ้า ในการรักษาโรคผ่านทางพระองค์ เราได้เรียรู้ในหลายประการ ดังนี้ 1. ฤทธิ์เดชของพระเจ้าอยู่กับเราเพื่อนำการรักษาโรค : ในฐานะที่เป็นลูกของพระองค์ เราเห็นพระเยซูทำหมายสำคัญด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า เราเองก็ควรเลียนแบบพระองค์ ในอัศจรรย์ ต่างๆ เหล่านี้ด้วย 2. ความเชื่อของผู้รับการรักษา มีผลต่อการหายโรค : ผู้ที่มีความเชื่อ และเป็นที่พอพระทัยพระบิดา จะเห็นอัศจรรย์ได้อย่างชัดเจน ดังตัวอย่างคนง่อยที่ เขาพยายามที่จะไปใกล้พระองค์ให้มากที่สุด เพื่อรับการรักษา โดยการหย่อนเชือกที่ผู้กับที่นอนของคนง่อยลงมาจากหลังคาจนมาอยู่ต่อหน้าพระเยซู วิธีการอาจจะไม่เรียบร้อย แต่นั่นกลายเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เราต้องกระหายเช่นนี้ 3. การอัศจรรย์ ก็เพื่อเป็นการประกาศพระนามของพระบิดา เพื่อให้คนได้กลับใจมาหาพระเจ้าทางพระเยซู : คนจะสรรเสริญและอัศจรรย์ในฤทธิ์เดชที่พระบิดาได้ทำ เราต้องถวายเกียรติพระบิดา ในการทำอัศจรรย์ของพระองค์ เสมอ ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเยซูรักษาคนโรคเรื้อน

พระเยซูรักษาคนโรคเรื้อน 1เมื่อพระองค์เสด็จลงมาจากภูเขาแล้ว มหาชนติดตามพระองค์ไป 2ขณะนั้นมีคนโรคเรื้อนมากราบไหว้พระองค์ แล้วทูลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า เพียงแต่พระองค์จะโปรด ก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายสะอาดได้” 3พระองค์ยื่นพระหัตถ์และทรงสัมผัสเขา แล้วตรัสว่า “เราพอใจแล้ว จงหายสะอาด” ในทันใดนั้น โรคเรื้อนของเขาก็ได้รับการชำระให้สะอาด 4พระเยซูตรัสสั่งเขาว่า “อย่าเล่าให้ใครฟัง แต่จงไปแสดงตัวกับปุโรหิต และถวายเครื่องบูชาตามซึ่งโมเสสได้สั่งไว้ เพื่อเป็นหลักฐานต่อคนทั้งหลายว่าเจ้าหายโรคแล้ว” มัทธิว 8 : 1-4 พระเยซูทำหมายสำคัญอย่างต่อเนื่อง และคนโรคเรื้อนก็ได้รับการ รักษา โดยคนโรคเรื้อนมีท่าทีต่อพระเยซู : * คนโรคเรื้อนมีความเชื่อ : เมื่อเขาพบพระเยซู เขารู้ว่า พระเยซูสามารถรรักษาโรคให้เขาหายได้ * คนโรคเรื้อน ไม่สงสัยในความเชื่อ : เขากล้าที่จะขอให้พระเยซูรักษาการป่วยของเขา แม้ว่าอาจจะมาจากความบาปในอดีต หรือมาจากสิ่งใดก็แล้วแต่ แต่เมื่อเขา มีโอกาส เขาก็ใช้ความเชื่อตรงนั้น * คนโรคเรื้อน ประกาศความเชื่อ : เขาเชื่อว่า เพียงแค่พระเยซูโปรด เขาก็จะหายโรค คนโรคเรื้อนไม่ได้ต้องการวิธีอย่างที่พระองค์ทำกับคนอื่นๆ แต่เขาใช้ความเชื่อ ณ เวลานั้น …

พระเยซูรักษาคนโรคเรื้อน Read More »

ก่อนที่พระเยซูจะเริ่มต้นพันธกิจ พระองค์ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระบิดาทุกวันแต่เช้ามืด

35ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ และทรงอธิษฐานที่นั่น 36ซีโมนและคนเหล่านั้นที่อยู่ด้วยก็ตามหาพระองค์ 37เมื่อพบแล้วพวกเขาจึงทูลว่า “ทุกคนกำลังตามหาพระองค์” 38พระองค์จึงตรัสแก่พวกเขาว่า “ให้พวกเราไปยังเมืองที่อยู่ใกล้เคียง เราจะได้ประกาศที่นั่นด้วย การที่เรามาก็เพื่อสิ่งนี้” 39แล้วพระองค์เสด็จไปประกาศในธรรมศาลาของพวกเขาทั่วแคว้นกาลิลี และขับผีทั้งหลายออก มาระโก1 : 35-39 ก่อนที่พระเยซูจะเริ่มต้นพันธกิจ พระองค์ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระบิดา แต่เช้ามืด อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าพระองค์จะเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพระบิดากับพระบุตรนั้นแน่นแฟ้นมาก จนทำให้การอธิษฐาน และใช้เวลาในทุกเช้าของพระเยซูมีคุณค่ายิ่ง พระองค์ยังใช้เวลาในการสั่งสอน ทั่วแคว้น และ ใช้ฤทธิ์อำนาจในการขับผี อย่างที่พระองค์ทำ เราต้องเสริมสร้างพระกาย โดยการสั่งสอนพระวจนะ และขับผี ด้วยฤทธิ์อำนาจจากพระบิดา อย่างต่อเนื่อง เพื่อการปลดปล่อย จะมาถึงผู้เชื่อ ที่อยู่ในพันธนาการ ทั้งสิ้น และขยายแผ่นดินและอาณาจักรของพระบิดาออกไป อย่างไม่สิ้นสุด ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

น้ำพระทัยสูงสุดของพระองค์คือให้เราทั้งหลาย ไม่มีโรคภัย แข็งแรงและสมบูรณ์อยู่เสมอ

14ครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเรือนของเปโตร พระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็นแม่ยายของเปโตรนอนป่วยจับไข้อยู่ 15พระองค์ทรงถูกต้องมือนาง ไข้นั้นก็หาย นางจึงลุกขึ้นปรนนิบัติเขาทั้งหลาย มัทธิว 8 : 14-15 พระเยซูคริสต์ ให้ฤทธิ์เดชเราในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บทั้งสิ้น น้ำพระทัยสูงสุดของพระองค์คือให้เราทั้งหลาย ไม่มีโรคภัย แข็งแรงและสมบูรณ์อยู่เสมอ แม่ยายเปโตร ป่วยและมีไข้ ซึ่งอาจมีอาการตัวร้อน ด้วย ( ภาษาอังกฤษ ใช้ lying sick and fevering ) คือทั้งนอนป่วย และมีไข้ ตัวร้อน และเมื่อพระเยซู แตะต้องมือของนาง ไข้นั้นก็หายไป ( the fever left her ) คือ ไข้ได้ออกไปจากร่างกายนาง นี่คือสิ่งที่เราทั้งหลายต้องเชื่อ เชื่อในพระนามพระเยซูว่า พระองค์โปรดรักษาการป่วยไข้ ทั้งสิ้นได้ แม้จะเป็นไข้ทั่วไป อย่างเหตุการณ์ในตอนนี้ เราต้องมีความเชื่ออย่างเข้มแข็ง และกล้าประกาศชัยชนะเหนือโรคภัยทั้งสิ้น ในนามของพระเยซู โปรดให้ฤทธิ์เดชของพระคริสต์ และการขับเคลื่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำหน้า การปรนนิบัติพระองค์ในชีวิตของเราทั้งหลาย ด้วย สรรเสริญพระบิดา ชาโลม …

น้ำพระทัยสูงสุดของพระองค์คือให้เราทั้งหลาย ไม่มีโรคภัย แข็งแรงและสมบูรณ์อยู่เสมอ Read More »

พระเยซูรักษาคนที่ผีโสโครก

พระเยซูรักษาคนที่ผีโสโครก 23มีชายคนหนึ่งในธรรมศาลาของเขามีผีโสโครกเข้าสิง มันได้ร้องออกมา 24ว่า “พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ปล่อยเราไว้ เราเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเล่า ท่านมาเพื่อจะทำลายเราหรือ เรารู้ว่าท่านเป็นผู้ใด ท่านคือองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า” 25พระเยซูจึงตรัสห้ามมันว่า “เจ้าจงนิ่งเสีย ออกมาจากเขาซิ” 26และเมื่อผีโสโครกทำให้คนนั้นชักและร้องเสียงดังแล้ว มันก็ออกมาจากเขา มาระโก 1: 23-26 มนุษย์อาจผิดพลาด ล้มเหลว หรือดำเนินชีวิตในความบาป ในอดีต มานาน ก่อนที่พวกเขาจะได้สัมผัสถึงพระคุณพระเจ้า และอำนาจมืดบางอย่างก็อาจจะครอบงำชีวิตของเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็นผีบางตัว หรือ เทพ ที่อดีต บรรพบุรุษได้นำมาถึงชีวิตของบางคน จนส่งผลต่อฝ่ายวิญญาณจิตและกายภาพ พระเยซูได้ขับผี และสั่งให้มันออกมาจากชายคนนั้น และเขาก็หายดี เหตุการณ์อัศจรรย์นี้นำให้เรื่องราวของพระเยซูเป็นที่ เลื่องลือไปไกล เรามีฤทธิ์อำนาจในการขับผี เพื่อช่วยในการปลดปล่อยบางคน ที่ถูกผีเข้าครอบงำ คนจะรับการปลดปล่อย เมื่อเรามีความเชื่อและใช้สิทธิอำนาจนี้ ในการรักษาในนามของพระเยซู ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด กับยุคที่มีใช้หลักเหตุผลและวิทยาศาสตร์ อย่างปัจจุบันนี้ ผู้เชื่อต้องลุกขึ้นและประกาศฤทธิ์เดชของพระเยซู ในการักษาคนที่มีผีเข้า นั่นคือ เราต้องเข้าใจพระทัยของพระวิญญาณ มากขึ้น เพื่อขอการสำแดงจากพระองค์ ในการทำพระราชกิจของพระองค์นี้ด้วย ฤทธิ์เดชมีอยู่ในผู้เชื่อทุกคน เราต้องเชื่อในการใช้ฤทธิ์เดชเพื่อพระนามของพระเยซูจะได้รับเกียรติสูงสุด ชาโลม …

พระเยซูรักษาคนที่ผีโสโครก Read More »

การสอนแบบพระเยซู

การสอนแบบพระเยซู 21พระองค์กับพวกของพระองค์จึงเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม และพอถึงวันสะบาโตพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาเทศนาสั่งสอน 22เขาทั้งหลายก็อัศจรรย์ใจด้วยคำสั่งสอนของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสั่งสอนเขาด้วยสิทธิอำนาจ หาเหมือนพวกธรรมาจารย์ไม่ มก 1 : 21 – 22 พระเยซูเป็นแบบอย่างให้แก่เราในการดำเนินชีวิตและมีส่วนในการปรนนิบ้ติพระราชกิจของพระองค์ มากมาย เรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือการสอน 1. คำสอนที่นำการปลาบแปลบใจมาถึง พวกเขาอัศจรรย์ใจในคำสอนของพระเยซู เพราะไม่มีผู้ใดที่จะสอนได้เหมือนพระองค์ 2. คำสอนที่มีสิทธิอำนาจ : ไม่ใช่เพียงความรู้ ที่จำมา หรือเพียงการศึกษา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หลักการตีความ เท่านั้น แต่ ลึกลงไประดับวิญญาณจิต คือการที่พระวิญญาณ สำแดง ถ้อยคำที่มีสิทธิอำนาจในการปลดปล่อย ผู้ฟัง ให้มีชัยชนะ และเต็มล้นหัวใจ ให้เป็นแบบพระองค์มากยิ่งขึ้น ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์สอนเราทั้งหลายที่ เต็มไปด้วยถ้อยคำที่มีสิทธิอำนาจ อยู่เสมอ ในการปรนนิบัติ รับใช้พระองค์ และนำพระพรไปถึงคนมากมาย ในนามพระเยซู อาเมน ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก …

การสอนแบบพระเยซู Read More »

การอัศจรรย์เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตผู้เชื่อพระเยซู

ในศาลาเหล่านั้นมีคนป่วยเป็นอันมากนอนอยู่ คนตาบอด คนง่อย คนผอมแห้ง กำลังคอยน้ำกระเพื่อม 4ด้วยมีทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมากวนน้ำในสระนั้นเป็นครั้งคราว เมื่อน้ำกระเพื่อมนั้น ผู้ใดก้าวลงไปในน้ำก่อน ก็จะหายจากโรคที่เขาเป็นอยู่นั้น 5ที่นั่นมีชายคนหนึ่งป่วยมาสามสิบแปดปีแล้ว 6เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรคนนั้นนอนอยู่และทรงทราบว่า เขาป่วยอยู่อย่างนั้นนานแล้ว พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ป่วยนั้นทูลตอบพระองค์ว่า “ท่านเจ้าข้า เมื่อน้ำกำลังกระเพื่อมนั้น ไม่มีผู้ใดที่จะเอาตัวข้าพเจ้าลงไปในสระ และเมื่อข้าพเจ้ากำลังไป คนอื่นก็ลงไปก่อนแล้ว” 8พระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงลุกขึ้นยกแคร่ของเจ้าและเดินไปเถิด” 9ในทันใดนั้นคนนั้นก็หายโรค และเขาก็ยกแคร่ของเขาเดินไป วันนั้นเป็นวันสะบาโต ยอห์น 5 : 3-9 ความเชื่อในการอัศจรรย์ถือเป็นเรื่องปกติ ของคนยิว พวกเขารับรู้ถึงเรื่องราวของฑูตสวรรค์ที่จะมาทำอัศจรรย์และรักษาคนป่วย ที่สระเบธซาธา นั่นคือก่อนที่พระเยซูจะมาทำพันธกิจ พระเจ้าโปรดใช้ ฑูตสวรรค์ในการนำการรักษามาถึงคนป่วย แต่นั่นก็ไม่ได้เกิดบ่อยครั้งนัก เป็นเพียงครั้งคราวเท่านั้น และเหตุการณ์ที่พระเยซูได้มารักษาโรคคนที่ป่วยมาสามสิบแปดปี ก็สร้างความอัศจรรย์ให้กับคนยิวเป็นอย่างมาก ทั้งสรรเสริญพระเจ้า เพราะการอัศจรรย์นี้ การประกาศการหายโรค เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคริสเตียน อย่างเดียวกับที่พระคริสต์ได้ทำพันธกิจนั้น เมื่อเราสั่งให้การป่วยไข้หาย เราประกาศด้วยความเชื่อตาม สิทธิอำนาจและพันธสัญญาที่พระเยซูได้มอบไว้ให้แก่เรา วิธีการง่าย ๆ เช่นนี้ ก็เพียงพอที่พระองค์จะทำงานผ่านชีวิตของเราทั้งหลายในฐานะที่เราเป็นลูกของพระองค์ สรรเสริญพระบิดา ขอพระเกียรติสิริ ฤทธานุภาพ เป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว …

การอัศจรรย์เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตผู้เชื่อพระเยซู Read More »

อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในพระเยซูคริสต์ด้วย

John 14:1-3 “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีคฤหาสน์หลายแห่ง ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย และถ้าเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย ความวิตก หลายครั้งเกิดจากสิ่งที่ สายตามองเห็นอยู่ตรงหน้า หรือ อดีตที่เราเคยจดจำ ในความวิตกนั้นๆ ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกในลักษณะเดียว แต่ในพระเจ้า มีความเชื่อ และความเชื่อ จะนำมาซึ่งความสำเร็จ เชื่อในพระคริสต์ ผู้ไถ่นิจ นิรันดร จะนำการอวยพรมาถึง เราทั้งหลาย พระเยซู ไปสวรรค์ เพื่อตระเตรียมสถานที่ให้เรา เรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะกังวล บนโลกนี้ อีกไปทำไม ความวางใจ และความมั่นใจในพระเยซู จะทำให้ เรามีชัยเหนือการงานบนโลกนี้ วันนี้ พระเยซู ยังคงอธิษฐานวิงวอนเผื่อเราอยู่ตลอดเวลา เรามีแรงหนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล แล้วเราจะกังวล กับสิ่งใดอีกเล่า ขอบพระคุณพระเจ้่า สรรเสริญ พระเจ้า พระบิดา ยาเวห์ ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ …

อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในพระเยซูคริสต์ด้วย Read More »

พระเยซูเทศนา ณ ธรรมศาลา เมืองนาซาเร็ธ

พระเยซูเทศนา ณ ธรรมศาลา เมืองนาซาเร็ธ 16แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธ ที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตเช่นเคย และทรงยืนขึ้นเพื่อจะอ่านพระธรรม 17เขาจึงส่งคัมภีร์อิสยาห์ผู้เผยพระวจนะให้แก่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงคลี่หนังสือนั้นออก ก็ทรงพบข้อที่เขียนไว้ว่า 18 “พระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้า สถิตกับข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาประกาศอิสรภาพแก่พวกเชลย ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับให้เป็นอิสระ 19 และประกาศปีแห่งความโปรดปรานขององค์พระผู้เป็นเจ้า” 20แล้วพระองค์ทรงม้วนหนังสือส่งคืนให้แก่เจ้าหน้าที่ แล้วประทับลง และตาของทุกคนที่อยู่ในธรรมศาลาก็จ้องดูพระองค์ 21พระองค์จึงเริ่มต้นตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “พระคัมภีร์ตอนนี้ที่พวกท่านได้ยินกับหูก็สำเร็จแล้วในวันนี้” ลูกา 4:16-20 เหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นว่า พระวจนะเป็นจริงได้อย่างไร เราเห็นถึงการที่ คำพยากรณ์ในอดีตมากมายที่ได้เขียนไว้ และโดยเฉพาะเรื่องของพระเมสสิยาห์ และสำหรับผู้ที่รอคอยด้วยความเชื่อวางใจ พวกเขาก็จะได้รับและได้เห็นสิ่งเหล่านี้ เมื่อพระเยซู ได้อ่านในพระธรรมอิสยาห์ ที่เป็นคำพยากรณ์กล่าวถึงพระองค์ และพระองค์ได้ สรุปเป็นถ้อยคำที่ชัดเจนอย่างยิ่งคือ ” พระวจนะตอนนี้ได้สำเร็จแล้ว ” ซึ่งหมายถึงคำพยากรณ์ได้สำเร็จเป็นจริงแล้ว สำหรับผู้ที่เชื่อในพระองค์ พวกเขาได้รับไว้แล้ว นั่นคือ การเป็นอิสระในฝายวิญญาณ พวกเขาได้รับข่าวดี และการรักษาให้หาย แม้ว่า สถานภาพในโลก พวกเขายังอยู่ใต้การปกครองของโรมัน และระบบของฟาริสี ก็ตาม …

พระเยซูเทศนา ณ ธรรมศาลา เมืองนาซาเร็ธ Read More »

พระเยซูรักษาบุตรชาย ข้าราชการ

พระเยซูรักษาบุตรชาย ข้าราชการ 48พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านไม่เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ท่านก็จะไม่เชื่อ” 49ข้าราชการคนนั้นทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอเสด็จไปก่อนที่ลูกน้อยของข้าพเจ้าจะตาย” 50พระเยซูตรัสกับเขาว่า “กลับไปเถิด ลูกของท่านจะไม่ตาย” ชายคนนั้นเชื่อพระดำรัสที่พระเยซูตรัสกับเขาจึงกลับไป 51ขณะที่กลับไปนั้น พวกทาสของเขามาพบและเรียนว่า “ลูกของท่านหายแล้ว” 52เขาจึงถามถึงเวลาที่บุตรมีอาการดีขึ้นนั้น และพวกทาสก็เรียนว่า “ไข้หายเมื่อวานนี้เวลาบ่ายโมง” 53บิดาจึงรู้ว่าเป็นเวลาที่พระเยซูตรัสกับตนว่า “ลูกของท่านจะไม่ตาย” เขาเองก็เชื่อพร้อมทั้งครอบครัวด้วย 54นี่เป็นหมายสำคัญครั้งที่สองที่พระเยซูทรงทำเมื่อพระองค์เสด็จออกจากแคว้นยูเดียไปแคว้นกาลิลี การตอบสนองของคนที่จะเชื่อในความยิ่งใหญ่ ในอัศจรรย์ของพระเจ้า ทางพระเยูนั้น มีอยู่ชัด ๆ อยู่สองทาง ประการแรก คือ เชื่อโดยไม่สงสัย ดังตัวอย่าง ของข้าราชการท่านนี้ แม้ว่าท่านจะรบเร้าให้พระเยซูรีบไปรักษาลูกชายของท่านที่กำลังป่วยหนัก และเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อพระเยซูบอกว่า “ลูกของท่านจะไม่ตาย ” ข้าราชการ ก็ตอบสนอง โดยไม่ถามไถ่ ใดๆ แต่เชื่ออย่างสุดใจ และความเชื่อของท่านเองทำให้ ลูกของท่านหายดี ประการสอง คือ เชื่อแบบสงสัย ซึ่งไม่ได้อยู่ในตัวอย่างเหตุการณ์นี้ และไม่ควรเป็นตัวอย่างในชีวิตของเราด้วย เพราะพระวจนะ ไม่ได้สอนให้เราสงสัย หรือ พึ่งพาตรรกะความรู้ของมนุษย์ที่จำกัด แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น …

พระเยซูรักษาบุตรชาย ข้าราชการ Read More »