พระเจ้าประทานกำลังใหม่

ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเยโฮวาห์

ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเยโฮวาห์ พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย” หนังสือพระราชบัญญัติ 31:8 KJV https://bible.com/bible/175/deu.31.8.KJV เป็นความมั่นใจที่พระวจนะได้มาย้ำเตือนให้เรารู้ว่าผู้ที่นำหน้าชีวิตของเราคือพระบิดาที่รักของเราและพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้อยู่ในชีวิตของเรา พระองค์จะนำหน้าชีวิตของเราก้าวต่อก้าว และเราจะรู้ว่าแผนงานที่พระองค์ได้นำจะสำเร็จด้วยพระคุณของพระองค์มากเท่าไร ส่วนตัวของเรานั้นต้องไม่กลัวไม่กังวลไม่ขยาด ต่อสิ่งที่เรามองเห็นหรือเผชิญอยู่ให้ฝากความเชื่อทั้งหมดไว้ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ สรรเสริญพระเจ้า

พระบิดาบอกว่าถ้าลูกเชื่อลูกจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์

พระบิดาบอกว่าถ้าลูกเชื่อลูกจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นถ้อยคำที่ พระเยซูได้กล่าวถึงสาวกให้เขาเห็นถึง การที่มีความเชื่อจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในการทำอัศจรรย์ในแบบที่สายตาของพวกเขาและการรับรู้ไม่อาจเข้าใจได้ มีหลายเหตุการณ์ที่วนเวียนอยู่ในชีวิตของเราที่เราเองต้องใช้ความเชื่ออยู่เสมอ บางครั้งต้องใช้ความเชื่อที่เกินความเข้าใจซึ่งเป็นไปตามพระวจนะ การสะสมประสบการณ์แห่งความเชื่อจะเกิดขึ้นเสมอผ่านเหตุการณ์ที่เข้ามาบางครั้งเป็นเรื่องที่ง่ายบางครั้งเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อเราอดทนและใช้ความเชื่ออย่างที่พระองค์ปรารถนาด้วยสุดกำลังของเราแถมเมื่อเราไม่สงสัยในแผนงานและน้ำพระทัยของพระองค์ เราจะได้เก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร ขอไม่ให้เราขาดความเชื่อหรือจะทิ้งความเชื่อก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะสำเร็จ พระเยซูได้พูดอย่างชัดเจนแล้วและนี่เป็นเวลาที่เราต้องใช้ความเชื่อด้วยหัวใจที่มั่นคงต่อไป ขอกําลังจากพระวิญญาณเติมเต็มความเชื่อที่ยังขาดอยู่และขอให้สายตาฝ่ายวิญญาณจะเห็นความสำเร็จที่อยู่ปลายทางและทั้งสิ้นจะเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ พระเยซูตรัสกับนางว่า “เราบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือว่า ถ้าเธอเชื่อ ก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า?” ยอห์น 11:40 THSV11 https://bible.com/bible/174/jhn.11.40.THSV11

จงบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัยที่พระบิดาประทานให้

จงบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัยที่พระบิดาประทานให้ พระวิญญาณย้ำเตือนชีวิตลูกให้มุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆที่รับผิดชอบในแต่ละช่วงเวลาให้สำเร็จ พระบิดาของเราเป็นพระบิดาแห่งความสำเร็จและพระองค์ปรารถนาให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเราในฐานะที่เราเป็นลูกที่รักของพระองค์ด้วย การไปถึงความสำเร็จที่พระองค์ได้จัดเตรียมจำเป็นต้องแลกมาด้วยการมุ่งมั่น อดทนและทำงานเต็มกำลังตามพระทัยของพระองค์ และให้เราอธิษฐานขอสติปัญญาและความเข้าใจ ในสิ่งต่าง ๆ ที่เรากำลังมุ่งมั่นทำไป มันอาจจะต้องใช้เวลาในการไปถึงความสำเร็จในแต่ละช่วงดังนั้นพระเจ้าพระวิญญาณได้ย้ำเตือนว่า “อย่าสงสัยในแผนงานที่พระบิดาได้จัดเตรียมและนำเรา” เราอาจจะยังผิดพลาดและไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราตั้งใจแต่ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อและวางใจ พระบิดาจะโปรดรับรองเป็นแน่ ตามพระสัญญาในพระวจนะของพระองค์ แล้วเราจะมานับพระพรร่วมกัน ชาโลม!! ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว 2 ทิโมธี 4:7 KJV https://bible.com/bible/175/2ti.4.7.KJV ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบทุกอย่าง แล้วเขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ซึ่งร่วงโรยได้ แต่เรากระทำเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย ดังนั้นส่วนข้าพเจ้าวิ่งแข่งอย่างนี้โดยมีเป้าหมาย ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างนี้ ไม่ใช่อย่างนักมวยที่ชกลม 1 โครินธ์ 9:25‭-‬26 KJV https://bible.com/bible/175/1co.9.25-26.KJV

คนเหล่านี้คือคนที่ก่อให้เกิดความแตกแยก

คนเหล่านี้คือคนที่ก่อให้เกิดความแตกแยก หมกมุ่นอยู่ในโลกียวิสัย และปราศจากพระวิญญาณ ยูดา19 คนที่ดำเนินชีวิตในทางปรารถนาชั่วจะสร้างความแตกแยกอย่างไม่รู้จบ แม้ว่าพวกเขาจะแสร้งเข้ามาในคริสตจักร แต่พวกเขาเต็มไปด้วยการหว่านซึ่งความแตกแยกต่อพี่น้องในคริสตจักร พวกเขาไม่ได้ใช้ปัญญาจากพระเจ้า แต่เป็นวิธีการอย่างโลกตามโลกียวิสัยและเป็นไปตามเนื้อหนังทั้งสิ้น ทั้งไม่มีพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่ภายในด้วย ยากอบ 3:15 “ปัญญาอย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายผีปีศาจ”

เรียนรู้ความบาปของ คาอิน บาลาอัม และโคราห์

วิบัติมีแก่พวกเขา เพราะเขาดำเนินตามทางของคาอิน และปล่อยตัวทำตามความผิดพลาดของบาลาอัม เพราะเห็นแก่ได้ ฉะนั้นจึงพินาศไปอย่างกบฏของโคราห์ ยูดา1:11 (2) บาปของคนสามคน ที่ยูดาห์ได้กล่าวถึงในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เราดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดเช่นในอดีต บาปของคาอิน กบฎต่อพระเจ้า เพราะไม่พอใจที่พระเจ้าพอพระทัยเครื่องเผาบูชาของอาเบล ทั้งที่คาอินไม่ได้ทำตามแบบอย่างที่พระเจ้าบอก คือการเอาผลที่ดีที่สุด มาถวาย คาอินทำในสิ่งที่ไม่ชอบพระทัยพระเจ้า บาปของบาลาอัมคือรับสินบนจากบาลาค ในการที่สาปแช่งชนชาติของพระเจ้า แม้ว่าบาลาอัมจะพยายามเลี่ยง เพราะยำเกรงพระเจ้าในตอนแรก แต่สุดท้ายก็พลาดพลั้งไป และบาลาอัมนำให้อิสราเอลทำบาป เมื่อพระเจ้าให้ของประทาน ตะลัน เราต้องซื่อสัตย์ในการใช้เพื่อแผ่นดิน อาณาจักร และคริสตจักรของพระองค์ ไม่ใช่เพื่อตนเอง บาปของโคราห์ คือการกบฎ ไม่ยอมรับสิทธิอำนาจที่พระเจ้าแต่งตั้งโมเสส แม้โคราห์จะได้รับสิทธิ์ที่สำคัญคือเป็นเชื้อสายเลวี ซึ่งถูกแยกให้มาปรนนิบัติพระเจ้าโดยเฉพาะ แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อฟังคนที่พระเจ้าแต่งตั้ง เพราะพวกเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ที่พระเจ้าใช้โมเสสในการนำอิสราเอล เราต้องนบนอบเชื่อฟังผู้ที่มีสิทธิอำนาจเสมอ

วิบัติมีแก่พวกเขา เพราะเขาดำเนินตามทางของคาอิน และปล่อยตัวทำตามความผิดพลาดของบาลาอัม

วิบัติมีแก่พวกเขา เพราะเขาดำเนินตามทางของคาอิน และปล่อยตัวทำตามความผิดพลาดของบาลาอัม เพราะเห็นแก่ได้ ฉะนั้นจึงพินาศไปอย่างกบฏของโคราห์ ยดา 1:11 วิบัติแก่คนเหล่านั้น เป็นเหมือนการพิพากษาในเรื่องวิญญาณจิตของพวกเขา ที่ได้ดำเนินชีวิตในบาป โดยยูดาได้ยกตัวอย่างบาปทั้ง สามคนในอดีตมาให้เห็น ได้แก่ บาปของ คาอิน บาลาอัมและโคราห์ ฮบ.10:26 เพราะถ้าเรายังจงใจทำบาปอยู่เรื่อยๆ หลังจากได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว ก็จะไม่มีเครื่องบูชาลบบาปเหลืออยู่เลย ยิ่งเราดำเนินชีวิตในความบาป โดยไม่กลับใจ หรือไม่ยอมให้พระวิญญาณช่วยให้มีชัย แล้ว เราจะไม่เหลืออะไรเลย และจะกลายเป็นวิญญาณที่ด้านชาต่อพระวิญญาณ และจิตสำนึกผิดชอบในการดำเนินชีวิตไปในที่สุด พระคุณพระเจ้าก็อาจจะไม่สามารถช่วยเราได้เพราะเราทำตัวเราเอง ตัวอย่างบาปจากพระคัมภีร์มีเราเห็น และเราก็รู้ว่ามาร ซาตานจะใช้วิธีใด เราต้องพึ่งฤทธิ์อำนาจพระวิญญาณอย่างมากเพื่อให้เรามีชัยชนะเหนือความบาปให้ได้

แม้แต่มีคาเอลหัวหน้าทูตสวรรค์ เมื่อโต้เถียงกับมารเรื่องศพของโมเสส

และพูดลบหลู่เทวทูตผู้มีศักดิ์ศรี 9แม้แต่มีคาเอลหัวหน้าทูตสวรรค์ เมื่อโต้เถียงกับมารเรื่องศพของโมเสส ท่านเองก็ยังไม่บังอาจพูดลบหลู่มารเลย แต่พูดเพียงว่า “ให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงดุว่าเจ้าเถิด” ยูดา 1:9 มีคาเอลที่เป็นหัวหน้าฑูตสวรรค์เมื่อเผชิญหน้ากับมารเรื่องศพของโมเสส โมเสสตายที่ภูเขาเนโบในแผ่นดินโมอับ และท่านไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินพระสัญญา เรื่องศพ พระวจนะก็ไม่ได้บอกไว้ว่าฝังอยู่ที่ไหน แต่มีความเป็นไปได้ว่า มีอาเคลไม่ต้องการให้ มารใช้ศพของโมเสสเพื่อเป็นเครื่องมืออันไม่ชอบธรรม จึงเอาศพโมเสสไปและโต้เถึยงกับมาร การเผชิญหน้ากับมาร เราไม่ต้องไปพูดจาหรือพูดลบหลู่มาร เราเพียงขอให้ฤทธิ์อำนาจพระเยซู นำการปลดปล่อยคนผีเข้า หรือการป่วยไข้ เรามุ่งไปที่พระเจ้า พระเยซูเท่านั้น ไม่ต้องไปยุ่งกับมาร ก่อนที่มารลูซิเฟอร์จะล่วงหล่นจากสวรรค์เพราะความอิจฉา ลูซิเฟอร์เป็นหัวหน้าฑูสวรรค์ทั้งปวง และมีคาเอลก็เคารพต่อสิทธิอำนาจ โดยไม่แตะต้องเช่นกัน ท่าทีนี้ เป็นสิ่งสำคัญ แม้ผู้ที่มีอำนาจบนโลกไม่ได้เชื่อในพระเจ้า แต่เราก็ต้องยำเกรงและอยู่ในการปกครอง ตามชอบพระทัยของพระเจ้า เพื่อสำแดงเกลือและแสงสว่าง และความรัก ความรอดไปถึงพวกท่านเหล่านั้น

ผู้สอนเทียมเท็จ เป็นมลทินต่อพระอาณาจักรพระเจ้า

ในทำนองเดียวกันพวกนักเพ้อฝันเหล่านี้ทำให้ตัวเป็นมลทิน และปฏิเสธสิทธิอำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพูดลบหลู่เทวทูตผู้มีศักดิ์ศรี ยูดา 1:8 ผู้สอนเทียมเท็จ ยังทำตัวเป็นมลทินและไม่ได้ยึดถือพระวจนะพระเจ้าเป็นรากฐานของความเชื่อ แต่ยึดเอาตามความคิด ความฝันหรืออ้างว่าเป็นนิมิตที่มาจากพระเจ้า ทั้งที่มันเป็นความคิดของพวกเขาเองทั้งนั้น พวกเขาจะปฏิเสธคำสอนของพระเยซู และปฎิเสธสิทธิอำนาจของพระเจ้า เราดูคนเหล่านี้ ได้อย่างหนึ่ง คือการที่พวกเขาให้เกียรติพระเจ้า พระเยซูมากแค่ไหน ในชีวิตของพวกเขา

ระวังไฟพิพากษาจากพระเจ้า ถ้าไม่กลับใจ

สำหรับเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบๆ นั้นก็เช่นเดียวกัน ได้ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและมัวเมาในกามวิตถาร จึงเป็นตัวอย่างของการรับโทษในไฟนิรันดร์ ยูดา 1:7 (2) ไฟการพิพากษาของพระเจ้าจะมาเพื่อทำลายล้างความอธรรมทั้งหมดที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า จะเป็นไฟเผาผลาญนิรันดร์ ในนรก บึงไฟ สำหรับคนที่ไม่ได้เชื่อวางใจในพระเจ้า พระเยซู มารซาตานจะต้องตกนรกบึงไฟ แน่นอน และมนุษย์ที่ไม่ได้กลับใจ จากความบาป และดำเนินอยู่ในความบาปผิดอย่างไม่สนใจการตอบสนองพระกิตติคุณ ก็จะต้องรับผลเช่นเดียวกัน ทูตสวรรค์องค์ที่สี่เทชามของตนลงไปที่ดวงอาทิตย์ และให้ดวงอาทิตย์แผดเผามนุษย์ด้วยไฟ 9ความร้อนแรงกล้าก็แผดเผามนุษย์ พวกเขาก็สาปแช่งพระนามพระเจ้าผู้ทรงมีฤทธิ์เหนือภัยพิบัติเหล่านี้ และเขาไม่ยอมกลับใจและไม่ยอมถวายพระเกียรติแด่พระองค์ วว.16:8-9

พระเจ้าลงโทษ โสโดม และโกโมราห์

สำหรับเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบๆ นั้นก็เช่นเดียวกัน ได้ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและมัวเมาในกามวิตถาร จึงเป็นตัวอย่างของการรับโทษในไฟนิรันดร์ ยูดา 1:7 โสโดมและโกโมราห์ทำผิดต่อพระเจ้า ในการประพฤติผิดศิลธรรมทั้งสิ้น และเมืองที่ก่อนนี้เคยอุดมสมบูรณ์ จนขนาดโลทยังเลือกพื้นที่นี้ ที่คิดว่าเป็นที่มีน้ำอุดม แต่ต้องเผชิญกับกลุ่มคนที่ผิดศีลธรรม และสุดท้ายเมืองก็ถูกทำลายลง เป็นเมืองที่เชมเคยอยู่ มาก่อน แต่หลังจากนั้น คนที่ได้มาอยู่ที่นี่ ได้ปฎิเสธ ความชอบธรรมและการพิพากษา จากพระเจ้า จนพวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ทำให้เมืองแห่งนี้ สาบสูญไป ความบาปของเมืองนี้ มีทั้งความบาปเรื่อง ความต้องการทางเพศที่ไม่ถูกต้องและรวมถึงการสมสู่ในเพศเดียวกัน ซึ่งพระเจ้าได้เตือนกลุ่มนี้เอาไว้นานแล้วเช่นกัน

พระเจ้าจัดการฑูตสวรรค์ที่ไม่เชื่อฟัง

และพวกทูตสวรรค์ที่ไม่รักษาอำนาจครอบครองของตนเอง แต่ละทิ้งถิ่นฐานของตน พระองค์ก็ทรงจองจำไว้ด้วยโซ่อันไม่รู้จักสลายในที่มืดจนกว่าจะถึงเวลาพิพากษาในวันยิ่งใหญ่นั้น ยูดา 1 : 6 ยูดาได้กล่าวถีงว่า ฑูตสวรรค์ที่ล้มลงในบาปด้วยตัณหาแบบมนุษย์ และในที่สุดมันก็จะถูกพิพากษา แม้แต่ฑูตสวรรค์ที่พระเจ้าได้สร้างไว้ให้ใหญ่กว่ามนุษย์ ยังตัดสินใจทำบาปกับพระผู้สร้าง และในที่สุดฑูตสวรรค์เหล่านี้ก็ต้องรับผลการกระทำคือ การรอคอยการพิพากษา เราเป็นมนุษย์คนบาปที่ได้ร้บการไถ่ด้วยโลหิตของพระเยซู ยิ่งต้องรักษาชีวิต ระมัดระวังอย่างที่สุดในการดำเนินชีวิตเพื่อให้วิญญาณจิตจะไปถึงความบริบูรณ์ในพระเจ้า มารซาตานเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์กลับใจอีกแล้ว มันเพียงรอคอยการพิพากษาเท่านั้น มันจึงพยายามล่อลวงมนุษย์ด้วยทุกวิถีทาง เราต้องรักษาความรอดเอาไว้อย่าให้มันล่อลวงเราได้

ยูดาสอนให้ระลึกถึงการลงโทษคนที่ไม่เชื่อ

ถึงพวกท่านจะรู้ข้อความเหล่านี้หมดแล้ว ข้าพเจ้าก็ปรารถนาให้ท่านระลึกว่าแม้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยชนชาติหนึ่งให้รอดพ้นจากแผ่นดินอียิปต์ แต่ภายหลังก็ทรงทำลายคนเหล่านั้นที่ไม่เชื่อ ยูดา 1 : 5 ยูดาห์มีภาระใจอย่างแรงกล้าในการที่จะให้ผู้เชื่อทั้งหลาย รวมถึงเรา ได้ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ที่พระเจ้าได้กระทำต่อชนชาติอิสราเอล และพระวจนะได้ทำให้เราได้รู้ถึงพระเมตตาคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์มีต่อพวกเขา และการดื้อดึงจนนำให้พวกเขาถูกทำลายไป โรม15:4 “เพราะว่าสิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวังโดยความทรหดอดทน และโดยการหนุนใจจากพระคัมภีร์ ” เราไม่สามารถที่จะทำอะไรตามใจตัวเราเองได้ แต่ต้องดำเนินทุกอย่าง ตามพระทัยของพระองค์ การเชื่อฟังพระเจ้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การไม่เชื่อฟังของอิสราเอลทำให้พวกเขาต้องเดินในถิ่นทุรกันดารสี่สิบปีและพวกเขาก็ไม่ได้เขาแผ่นดินตามพระสัญญา เราต้องดำเนินชีวิตด้วยพระคุณ และรักษาความรอดที่พระเยซูได้ประทานให้ด้วยสุดกำลังของเรา