อธิษฐาน

เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์

เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากแผ่นดินนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดม กว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ อพย 3 : 8 พระเจ้ารู้ทุกสิ่งที่เราเผชิญอยู่ และพระองค์มีแผนการและพร้อมที่จะช่วยเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อเราเองได้ไว้วางใจในพระองค์ ด้วยสิ้นสุดจิต สุดใจแล้ว เราจะได้รับความช่วยเหลือ ในเวลาอันเหมาะสม พระองค์สัญญาว่าจะได้เราได้รับทุกสิ่งตามพระสัญญาของพระองค์ ดังนั้นเราต้องไว้วางใจในพระนามของพระองค์ ด้วย พระเจ้าทราบถึงสิ่งที่อิสราเอลกำลังประสบอยู่ และพระองค์สัญญาผ่านโมเสสคือคนที่พระองค์เลือกเพื่อจะไปทำให้พันธกิจของพระองค์ผ่านชนชาติอิสราเอลนั้นสำเร็จ

เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า

แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า “เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ” โมเสสปิดหน้าเพราะกลัว ไม่กล้ามองดูพระเจ้า อพย 3 : 6 พระเจ้าทราบทุกสิ่ง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา พระเจ้าเป็นพระบิดาผู้สร้างเราทั้งหลายมาด้วยความรัก พระองค์บริสุทธิ์ และเป็นที่ยำเกรงแม้แต่โมเสสก็มิกล้าที่จะมองพระองค์ พระองค์บริสุทธิ์และปรารถนาให้เราบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน พระองค์ปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระองค์ และเมื่อถึงช่วงเวลานึงพระองค์จะสำแดงพระองค์เองแก่เรา เราอยู่ในยุคที่พระวิญญาณอยู่ในเรา เราเองจึงไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด และเราเองก็ปราถรนาที่จะใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นทุกวัน เพราะเรารักและวางใจในพระนามของพระองค์

เพราะว่าตรงที่เจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์

พระองค์ตรัสว่า “อย่าเข้ามาใกล้ที่นี่ ถอดรองเท้าของเจ้าออกเสีย เพราะว่าตรงที่เจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์” อพย 3 :5 เมื่อพระยาเวห์เริ่มต้นที่จะเข้ามาใกล้และพูดคุยกับโมเสส การที่พระองค์ลงมาสถิตในบริเวณพุ่มไม้ที่ไม้ไฟอยู่ เป็นพื้นที่แห่งความบริสุทธิ์ และเป้นที่ยำเกรง โมเสสแม้ว่าในอนาคตจะเป็นผู้ที่พระองค์ได้เลือกและใช้ท่านอย่างมาก ก้าวย่างแรก ท่านยังต้องถ่อมตัวและจำนนต่อความบริสุทธิ์ของพระองค์ เมื่อเรานมัสการและอยู่ในบรรยากาศที่พระวิญญาณ สถิตและทำงานภายในวิญญาณจิต เราจะสัมผัสการทรงสถิต สันติสุข การเต็มล้น ความบริสุทธิ์ ความรักที่เต็มบริบูรณ์จากพระองค์ได้อย่างมากมาย นั่นทำให้เรา รับการแตะต้อง และอยากที่จะทำในสิ่งที่เป็นพระทัยของพระองค์ ให้ได้มากขึ้น ตัวอย่างที่โมเสส ได้รับการเรียก และทำในสิ่งที่พระองค์ใช้ท่านให้ทำ ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน เมื่อพระบิดารับรองแล้ว ทุกสิ่งล้วนจะสำเร็จได้

พวกหนึ่งจะแข็งแรงกว่าอีกพวกหนึ่ง พี่จะรับใช้น้อง

พระยาห์เวห์ตรัสกับนางว่า  “ชนสองชาติอยู่ในครรภ์ของเจ้า และประชาชนสองพวกเกิดจากเจ้า จะต้องแยกกัน พวกหนึ่งจะแข็งแรงกว่าอีกพวกหนึ่ง พี่จะรับใช้น้อง” ปฐก 25:23 พระเจ้าพูดกับรีเบคคา เป็นคำพยากรณ์ถึงอนาคตของลูกของนาง ที่จะเปฺ็นฝาแฝด คือ เอซาวและยาโคบ และได้พูดชัดเจนว่า พี่จะรับใช้น้อง สิ่งที่พระเจ้าพูดกับเรา จะมีบางช่วงเวลาที่เป็น ถ้อยคำแห่งแผนการในอนาคต เมื่อเราจดจ่อที่จะฟังเสียงพระองค์ พระองค์จะค่อย ๆ บอกถึงอนาคตสำหรับทิศทาง ชีวิตของเรา เพียงเราจดจ่อ รอคอย พระองค์ อย่างมั่นคง

เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ จงดำเนินอยู่ต่อหน้าเราและเป็นคนดีพร้อม

เมื่ออายุอับรามได้ 99 ปี พระยาห์เวห์ทรงปรากฏแก่อับรามและตรัสแก่ท่านว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ จงดำเนินอยู่ต่อหน้าเราและเป็นคนดีพร้อม 2เราจะทำพันธสัญญาของเราระหว่างเรากับเจ้า เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากมายมหาศาล”  ปฐก 17.1-2 พระเจ้าให้ความสำคัญกับพระสัญญาของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง การมาพูดคุยกับอับรามในครั้งนี้ พระองค์ได้ย้ำพระสัญญาในเรื่องของการทวีเชื้อสายของท่าน แม้ ณ เวลานี้ ท่านยังไม่มีบุตร แต่ในที่สุดพระองค์ก็จะทำ  พระองค์มีเวลาสำหรับพระสัญญาของพระองค์ เมื่อเสียงพระเจ้ามาถึงเรา เราเองต้องมั่นใจในเสียงของพระองค์ ยิ่งเราใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์ เราก็จะยิ่งเข้าใจถึงพระทัยของพระองค์ และการรอคอยเวลาของพระองค์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตด้วยความไว้วางใจพระองค์มากเช่นกัน

พระเยซูไม่เคยห่างเราเลย เพราะเรามีคุณค่าเสมอ

   พระเยซูไม่เคยห่างเราเลย เพราะเรามีคุณค่าเสมอ      พระบิดาทรงมีแผนงานที่ดีเลิศสำหรับคนบาปอย่างเรา หลายครั้งเราคิดว่าเราเองไม่มีค่าอะไรที่จะดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ แต่เราต้องไม่ลืมว่า พระเยซูรักเรามากแค่ไหน พระองค์มาบนโลกนี้เพื่อมาตายไถ่ความบาปให้แก่เรา เราจึงต้องดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความเข้าใจที่ว่า พระเยซูอยากให้เรามีชีวิตอยู่.        แน่นอนว่าเรามีสิทธิ์ทำอะไรตามใจตนเองได้ทั้งหมด ในชีวิตเรา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะทำอะไรโดยไม่แคร์ความรู้สึกของพระเยซูเลย อย่างที่บอกให้รู้ก่อนหน้านี้ว่าพระเยซูรักเรามากจนพระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์เพื่อไถ่บาปในสิ่งที่เราทำเอาไว้ เมื่อเราหยุดคิดสักนิด เราจะรู้ได้ว่า พระเยซูแคร์เรามากเพียงใดและพระองค์ ก็อยากให้เราได้เดินอยู่ใกล้ๆกับพระองค์ นั่นคือ เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่ใกล้พระองค์ เราก็ไม่อยากจะกลับไปทำสิ่งไม่ดีเดิมๆ อีกต่อไป          มากกว่านั้น เราจะมีคิดว่าชีวิตเราไร้ค่าอีกต่อไป เพราะวันนี้พระเยซูยังเดินใกล้ชิดอยู่กับเรา เราจะปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง เราจะไม่รู้สึกว้าเหว่ ตัวคนเดียวอีกต่อไป เพราะพระเยซูกำลังอยู่ในทุกเหตุการณ์ของชีวิตเรา นั่นเป็นเรื่องจริงทึ่เกิดขึ้นกับชีวิตผู้ที่ต้อนรับพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอด.          ให้เราได้อธิษฐานเพื่อให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นว่าพระเยซูจะคอยดูแลเราอยู่เสมอ อันที่จริงพระเยซูไม่ได้ห่างเราไปไหนเลย เพียงแต่เราเองที่ไม่ได้หันหน้าไปมอง ไม่ได้เงี่ยหูฟังพระองค์    Photo credit : https://rshaw87.deviantart.com/art/Hold-My-Hand-324745317

นายร้อยและพระเยซู ความเชื่อที่ไม่สงสัย 

นายร้อยและพระเยซู         การดำเนินชีวิตของเรานั้น ยังต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคอย่างมากมาย แท้จริงแล้ว เรายังไม่ได้หลุดจากความทุกข์ยากลำบากแต่อย่างใด แต่ทุกครั้งที่เราเผชิญสถานการณ์ต่าง  ๆ พระเยซูก็อยู่กับเราและคอยที่จะอยู่ช่วยเหลือเราอยู่เสมอ พระองค์ทรงโปรดนำหน้าเราและจะคอยนำทิศทางเราผ่านฤทธิ์พระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้เราไปถึงน้ำพระทัยของพระองค์         เราเห็นเรื่องราวของ นายร้อยที่ทาสของท่านได้ป่วยหนักเกือบจะตาย ท่านเป็นนายทหารโรมัน มีความรู้ มีอำนาจเต็ม แต่สิ่งที่เราเห็นคือท่านได้มาพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเยซู  แทนที่ท่านจะพาทาสไปหาแพทย์เพื่อทำการรักษา นายร้อยคนนี้ความเชื่ออย่างมาก และไม่สงสัยใด  ๆ ในสิ่งที่พระเยซูกำลังจะทำผ่านชีวิตของทาสคนนี้ นายร้อยอาจจะรับรู้เรื่องราวของพระเยซู ผ่านเหตุการณ์อัศจรรย์หลายอย่างที่พระองค์ได้ทรงทำ         นายร้อยมีความเชื่อที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก จริง ๆ  แล้วนายร้อยท่านนี้ เป็นคนที่มีความเชื่ออย่างมาก ดังที่พระเยซูเองได้ ได้บอกแก่เหล่าสาวก  ‘เมื่อพระเยซูทรงได้ยินคำเหล่านั้นแล้วก็ประหลาดพระทัย จึงทรงเหลียวหลังตรัสกับฝูงชนที่ตามพระองค์มาว่า “เราบอกพวกท่านว่าเราไม่เคยพบความเชื่อมากเท่านี้แม้แต่ในอิสราเอล” ‘ ลูกา 7:9 https://www.bible.com/bible/174/LUK.7.9       ดังนั้นความเชื่อแบบที่ไม่สงสัยใด  ๆ และปรารถนาต้องการให้พระเจ้าทำงานผ่านคำอธิษฐาน นั้นจะสำเร็จและเป็นจริงได้อย่างแน่นอน วันนี้ความเชื่อเราเป็นแบบไหน เรามีความเชื่อแบบนายร้อยท่านนี้แค่ไหน …

นายร้อยและพระเยซู ความเชื่อที่ไม่สงสัย  Read More »

คำอธิษฐานที่ได้รับแล้ว ตอนที่ 2 

คำอธิษฐานที่ได้รับแล้ว ตอนที่ 2 หลังจากที่เราได้ศึกษาไปแล้วก่อนหน้านี้ในเรื่องคำอธิษฐานที่ได้รับแล้ว ตอนที่ 1  วันนี้เราจะมาดูกันต่อในตอนที่ 2 ในพระวจนะ ‘อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์ ‘ ฟีลิปปี 4:6-7 https://www.bible.com/bible/174/PHP.4.6-7 ในพระธรรมตอนนี้ที่เราจะกล่าวถึงในประเด็นต่อไป ประการที่สอง ให้เราอธิษฐาน วิงวอนและขอบพระคุณ เมื่อเราเมื่อความกระวนกระวายใจ เมื่อเราไดบอกทุกเรื่องราวของเราให้กับพระบิดาของเราได้รู้แล้วนั้น สิ่งที่สำคัญต่อมาคือการที่เราได้ทำใน สามสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มีพลังเป็นอย่างมากและพระวจนะก็ได้รับรองเองไว้แล้ว ให้เราอธิษฐานต่อพระบิดา     สิ่งแรกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพึ่งพา ให้พระบิดาได้ช่วยนำเราในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า แม้พระพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า แต่พระองค์เองก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอธิษฐานกับพระบิดา ดังนั้นเราเองยังเป็นมนุษย์ที่ยังอ่อนกำลังได้ในบางสถานการณ์ เราจึงควรที่จะต้องให้เวลากับพระบิดาในการอธิษฐาน ยิ่งเราอธิษฐานมากเท่าใด เราก็จะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผ่านคำอธิษฐานที่เราได้อธิษฐาน นี้    เราจึงต้องจัดเวลาอย่างเจาะจงในการ อธิษฐานต่อพระเจ้าเสมอ หลายครั้งเรามักอธิษฐานในเวลาที่จวนเจียนมากเกินไป ทำให้เราเองพลาดที่จะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพราะความใจร้อนและการไม่ได้รอคอยคำตอบจากพระองค์ การ อธิษฐานเป็นการสร้างความเชื่อและความไว้วางใจที่เรามีกับพระองค์ บางครั้งต้องใช้เวลาในกาอธิษฐานกับพระองค์ ไม่สามารถจะรีบ  ๆ ที่จะขอเพียงอย่างเดียวได้   …

คำอธิษฐานที่ได้รับแล้ว ตอนที่ 2  Read More »

Intimacy Wednesday 7 March 2018

Intimacy Wednesday 7 March 2018 “พวก‍ท่านไม่‍ได้มาถึงภูเขาที่จะถูก‍ต้องด้วยมือได้ หรือมาถึงไฟที่ไหม้ หรือมาถึงความมืด หรือมาถึงที่มืด‍มิด หรือมาถึงลม‍พายุ หรือมาถึงเสียงแตร หรือมาถึงพระ‍สุร‌เสียงตรัส ที่คนเหล่า‍นั้นเมื่อได้‍ยินแล้วก็อ้อน‍วอน‍ขอไม่‍ให้ตรัสกับพวก‍เขาอีก เพราะพวก‍เขาทนข้อ‍ความที่ทรงบัญญัติไว้นั้นไม่‍ได้ คือที่ว่า “แม้แต่สัตว์ที่แตะ‍ต้องภูเขานั้นก็จะถูกขว้างด้วยก้อน‍หินจนตาย” สิ่งที่เห็นนั้นน่า‍กลัวจริงๆ จนโม‌เสสเองก็กล่าวว่า “ข้าพ‌เจ้ากลัวจนตัว‍สั่น” แต่ไม่ใช่อย่างนั้น ท่าน‍ทั้ง‍หลายมาถึงภูเขาศิ‌โยน และมาถึงนครของพระ‍เจ้าผู้ทรงพระ‍ชนม์อยู่ คือนครเย‌รู‌ซา‌เล็มแห่งสวรรค์ และมาถึงที่ชุม‌นุมรื่น‍เริงของทูต‍สวรรค์มาก‍มายเหลือที่จะนับได้ และมาถึงคริสต‌จักรของบรร‌ดาบุตร‍หัว‍ปีผู้มีชื่อจา‌รึกไว้ในสวรรค์แล้ว และมาถึงพระ‍เจ้าผู้ทรงพิพาก‌ษาทุกคน และมาถึงจิต‍วิญ‌ญาณของคนชอบ‍ธรรมซึ่งถึงความสม‌บูรณ์แล้ว และมาถึงพระ‍เยซูคนกลางแห่งพันธ‌สัญญาใหม่ และมาถึงพระ‍โลหิตประ‌พรมที่กล่าว‍ถึงสิ่งที่ดีกว่าเสียงโลหิตของอา‌เบล” ‭‭ฮีบรู‬ ‭12:18-24‬ ‭THSV11‬‬ ( 1 ) http://bible.com/174/heb.12.18-24.thsv11 + เราต้องขอบคุณพระเจ้าเป็นอย่างมากเพราะ นี่เป็นยุคแห่งพระคุณพระเจ้าอย่างแท้จริง เราได้เห็นพระพิโรธของพระเจ้ามาแล้ว คนสมัยก่อนก้ได้เห็น แต่ในยุคเรา เป็นยุคที่เต็มไปด้วยพระคุณ การให้โอกาสเสมอ + ในยุคแรกนั้นการปรากฏตัวของพระเจ้าทำให้ อิสราเอลต้องกลัวจนตัวสั่น เกิดเป็นความยำเกรงพระเจ้าอย่างมาก + การเข้าหาพระเจ้าอย่างใกล้ชิดนั้นได้ถูกจำกัดอยู่เพียงบางคน นับได้ว่าเราได้อยู่ในยุคของพระคุณพระเจ้าที่เราสามารถที่จะใกล้ชิดพระองค์ได้อย่างสนิทสนมแนบแน่นกว่าแต่ก่อนมาก เราต้องฉวยโอกาสนี้เอาไว้ด้วย

คำอธิษฐานที่เปลี่ยนโลก

คำอธิษฐานที่เปลี่ยนโลก             ชีวิตคริสเตียนของเรานั้น หัวใจสำคัญมากคือการที่เรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและติดสนิทกับพระเจ้า ซึ่งก็คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในเราทั้งหลายนี่เอง ทุกๆเช้าก่อนที่เราตื่น พระองค์ก็ได้มารอเราอยู่แล้วและตลอดทั้งวันที่เราดำเนินชีวิตในแต่ละวัน พระองค์ก็ปรารถนาที่อยากจะพูดคุยกับเรา และก่อนที่เราจะนอนพระองค์ก็จะมาส่งเราถึงข้างเตียง ความใกล้ชิดที่พระองค์อยากที่จะอยู่ด้วยกับเรานั้นก็เป็นเช่นนั้น             เพราะความรักที่พระองค์ได้มอบให้แก่เรานี่เอง ผ่านโลหิตบนไม้กางเขนที่พระเยซูคริสต์ได้ยอมวายพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย และคำสัญญาที่พระองค์ได้ให้ไว้แก่เราที่จะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่เรา ทำให้เราได้ยิ่งใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นวันต่อวัน   ทุกเช้าวันใหม่เราจึงควรอธิษฐานขอสิ่งเหล่านี้   ประการแรก อธิษฐานขอการที่เราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้น            วันที่เราได้รู้จักพระเยซู เราก็กำลังถูกสร้างชีวิตขึ้นใหม่ ผ่านงานพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของเรา แต่ละวันเมื่อเรายอมจำนนตัวเราต่อองค์พระเยซู เราก็ถูกพระวิญญาณบริสุทธิ์ค่อย  ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเรา ทำให้ชีวิต จิตใจ จิตวิญญาณรับการเปลี่ยนแปลงเป็นเหมือนะะพระองค์มากยิ่งขึ้นวันต่อวัน และเมื่อคนเห็นชีวิตที่เปลี่ยนแปลงของเรา พวกเขาก็จะเห็นพระเยซูในชีวิตเรา   อีกประการ คือการออธิษฐานให้เรามีชีวิตที่ใกล้ชิดพระวิญญาณบริสุทธิ์มากขึ้นทุกวัน           …

คำอธิษฐานที่เปลี่ยนโลก Read More »

อธิษฐานกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ : พระบิดา พระพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์ ( The Father , The Son , The Spirit )

อธิษฐานกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ : พระบิดา พระพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์ ( The Father , The Son , The Spirit )       ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่ต้องพูดคุยกับพระบิดา เป็นชีวิตที่ไม่อาจอยู่คนเดียวได้อีกต่อไป เพราะเมื่อเราได้ตัดสินใจคืนดีกับพระบิดา คือพระเยซู เราได้มอบคืนชีวิตแห่งการกลับใจจากบาป ไว้กับพระองค์แล้ว และเลือกที่จะเดินกับพระองค์ตลอดไป สิ่งนี้ทำให้เราต้องเริ่มต้นผูกพันกับพระบิดา ผู้ทรงรักเรามากจนยอมให้พระเยซู พระบุตรวายพระชนม์เพื่อเรา        ในชีวิตเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เข้ามาสร้างชีวิตภายในเราในแต่ละวันให้เป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น สิ่งที่เรากระหายที่จะทำในแต่ละวันคือการที่เราจัดเวลาที่จะ อธิษฐาน  พูดคุย ร้องทูล วิงวอนต่อพระบิดา ที่เป็นเหมือนพ่อของเรา เราพูดคุยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในฐานะคนที่สนิทสนมมาก  หรือ คนใกล้ตัว ที่เขาจะคอยฟัง คอยปลอบประโลม และบอกเรา นำเราในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน  และทูลขอต่อพระเยซู ที่จะชำระชีวิตเรา ในความบาปที่เราได้ทำลงไป อาจจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ เป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใจ หรือการแสดงออกที่ไม่ถูกต้องต่อคนอื่น เราขอการชำระจากพระเยซู      …

อธิษฐานกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ : พระบิดา พระพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์ ( The Father , The Son , The Spirit ) Read More »

Intimacy Sunday 25 February 2018

Intimacy Sunday 25 February 2018 “แม้คนเหล่า‍นี้ทุก‍คนได้รับการรับ‍รองเพราะความเชื่อ แต่พวก‍เขาก็ยังไม่‍ได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาไว้ เพราะพระ‍เจ้าทรงจัด‍เตรียมสิ่งที่ประ‌เสริฐยิ่ง‍กว่า‍นั้นไว้สำหรับพวก‍เรา เพื่อพวก‍เขาจะถึงความสม‌บูรณ์ด้วย‍กันกับพวก‍เรา” ‭‭ฮีบรู‬ ‭11:39-40‬ ‭THSV11‬‬ http://bible.com/174/heb.11.39-40.thsv11 + หลายคนที่ถูกกล่าวถึงในพวจนะ นั้น ยังไม่ได้สิางที่พระบิดาได้ทรงสัญญา แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพระองค์ได้จัดเตรียมสิ่งที่ดีกว่าให่แก่พวกทีานเหล่านั้น บางคนอาจไม่ได้ทำในสิ่งที่ถูกททั้งหมด เช่น แซมซัน แต่พระเมตตาคุณพระเจ้ายังช่วยให้ท่านผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ และได้รับสิ่งที่ดีกว่าเมื่อเขากลับใจ + ให้เรามั่นใจว่าพระบิดาจะทรงโปรดให้สิ่งที่ดีกว่า เสมอแก่เราทั้งหลาย และพระคุณพระเจ้าไม่ห่างหายไปจากชีวิตของเรา ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้นำหน้าเราและประทานกำลังให้แก่เราด้วย เอเมน