ติดสนิทพระเจ้า

กันดารวิถี บทที่16

กันดารวิถี บทที่ 16 เรื่องราวของ กบฎโคราห์ ที่พวกเขาไม่ได้ยำเกรงต่อโมเสส ผู้ซึ่งพระเจ้าโปรดตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้นำปกครองอิสราเอล โคราห์ ไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะใช้โมเสสในการนำการปกครอง และโมเสสได้กราบทูลพระเจ้าถึงเรื่องนี้ แม้ว่าโคราห์จะได้ถูกแยกตัวออกมาเพื่อเป็นเลวี ปรนนิบัติพระเจ้า ซึ่งนับว่าเกียรติอย่างสูงแล้ว แต่พวกเขาเองกลับไม่ได้ระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าในเรื่องนี้ เมื่อเราตอบสนองต่อผู้รับใช้พระเจ้าด้วยท่าทีที่ไม่ถูกต้อง เราอาจจะต้องรับผลอย่างที่โคราห์รับ ก็เป็นได้ เราต้องยำเกรงพระเจ้า และยำเกรงผู้ที่พระเจ้าได้แต่งตั้งไว้ให้ปกครองดูแลเรา นั่นรวมถึงผู้ที่มีสิทธิอำนาจในโลกนี้ด้วย ผลลัพธ์ที่พระเจ้าจะทำเมื่อคนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้าอาจแตกต่างกันออกไป นั่นเป็นพระคุณที่พระองค์จะมีมาถึง บางคนอาจจะรับผลทันที บางคนพระองค์อาจจะให้โอกาส เรามิอาจรู้ได้ ดังนั้น เราไม่ควรแตะต้องผู้ที่มีสิทธิอำนาจที่พระเจ้าได้เจิมไว้ แต่ต้องอธิษฐานเผื่อ เชื่อฟัง

บัดนี้ข้าพระองค์ทูลวิงวอน ขอพระองค์ทรงบันดาลให้ฤทธิ์อำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ใหญ่

17บัดนี้ข้าพระองค์ทูลวิงวอน ขอพระองค์ทรงบันดาลให้ฤทธิ์อำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ใหญ่ยิ่งดังพระสัญญาที่ว่า 18‘พระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธช้า ทรงอุดมในความเมตตา ทรงโปรดยกโทษความชั่วช้าและให้อภัยการละเมิด แต่ถือว่าไม่มีโทษหามิได้ ให้โทษเพราะความชั่วช้าของบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานสามชั่วสี่ชั่วอายุ’ 19ขอทรงประทานอภัยความชั่วช้าของชนชาตินี้ตามความยิ่งใหญ่แห่งความเมตตาของพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงประทานอภัยชนชาตินี้ตั้งแต่อียิปต์จนบัดนี้” กดว 14:17-19 พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ความเมตตาและทรงยุติธรรมอย่างที่สุด พระองค์อดกลั้นพระทัยไว้นาน ตามพระลักษณะของพระองค์ แม้กระนั้น ชนชาติอิสราเอลก็ยังดื้อดึง ไม่เชื่อฟัง ขาดความเชื่อ โดยต้องการที่กลับไปอียิปต์หลังจากที่มีการสอดแนมแล้ว ส่วนใหญ่ มีความกลัวและไม่กล้าเข้าเขตแดนคานาอัน พระพิโรธของพระองค์ก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อโมเสสได้ทูลวิงวอนขอพระองค์ ให้ระงับโทสะอันชอบธรรมนี้ ไม่ให้ตกแก่อิสราเอล พระองค์โปรดฟังคำวิงวอนของโมเสส แต่สิ่งที่พวกเขาต้องรับผล รวมถึงโมเสสและคนของท่าน ก็คือ พวกเขาต้องเดินใน ถิ่นทุรกันดาร นานถึงสิบสี่ปี จากที่จะเข้าแผ่นดินคานาอันได้เพียง สี่วัน หลายครั้งเมื่อเราทำให้พระเจ้าเสียพระทัยอย่างมาก พระองค์ยังคงมีเมตตาเสมอ แต่เมื่อใด ที่เราจำต้องเดินในความชอบธรรมของพระองค์และเราดื้อดึง ขาดความเชื่อหรือไม่เชื่อฟังพระองค์แล้ว เราอาจจะต้องเผชิญสถานการณ์เดียวกันกับที่อิสราเอลต้องเผชิญอยู่ก็เป็นได้ นั่นเป็นเพราะตัวเราทำตัวเราเอง เราต้องขอพระวิญญาณให้เรารักษาความเชื่อ วางใจในพระองค์เอาไว้ อยู่เสมอ

จงฟังถ้อยคำของเรา ถ้าจะมีผู้พยากรณ์ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย

พระองค์ตรัสว่า “จงฟังถ้อยคำของเรา ถ้าจะมีผู้พยากรณ์ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย เราพระเยโฮวาห์จะสำแดงตัวแก่ผู้นั้นเป็นนิมิต เราจะพูดกับเขาทางฝัน 7สำหรับโมเสสผู้รับใช้ของเราก็ไม่เป็นเช่นนั้น ในวงศ์วานทั้งหมดของเราเขาสัตย์ซื่อ 8เราพูดกับเขาปากต่อปากอย่างชัดเจน ไม่พูดเร้นลับ และเขาเห็นสัณฐานของพระเยโฮวาห์ ไฉนเจ้าไม่กลัวที่จะพูดติโมเสสผู้รับใช้ของเรา” กดว 12:6-7 ความล้ำลึกของพระเจ้าก็เกินกว่าที่มนุษย์อย่างเราจะเข้าใจได้ และการสำแดงของพระองค์ก็เป็นสิทธิอำนาจของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว เมื่อพระองค์จะสำแดงแก่เรา พระองค์มีหลากหลายวิธีในการสำแดงพระทัยของพระองค์ เช่น นิมิต หรือความฝัน นับว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่พระองค์จะทำ สิ่งที่เราควรปรารถนาก็คือความสัมพันธ์สนิทแบบโมเสสกับพระเจ้า ที่พระองค์เองไม่ได้ปิดบังพระทัยที่พระองค์มีต่อโมเสสเลย เพราะท่านเป็นคนซื่อสัตย์ และพระองค์ได้สนทนาต่อท่าน สองต่อสอง และพูดต่อหน้าท่าน ปากต่อปากอย่างชัดเจน ยิ่งเราสัมพันธ์สนิทกับพระวิญญาณบริสุทธิ์เช่นนี้ การสำแดงของพระองค์ก็จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับที่พระองค์ได้สำแดงแก่โมเสสผู้รับใช้พระองค์เช่นเดียวกัน สรรเสริญพระเจ้า ชาโลม !