พระบิดายังรักเราอย่างที่เราเป็นเสมอ

พระบิดายังรักเราอย่างที่เราเป็นเสมอ เช้านี้พระบิดาได้ย้ำเตือนความรักที่พ่อได้มีกับลูกและไม่เคยเปลี่ยนแปลง พ่อไม่ได้จดจำความผิด พ่อไม่ได้มองความจำกัด พ่อไม่ได้มองผลลัพธ์ที่ลูกจะทำ แต่พ่อบอกเสมอว่าพ่อรักเราอย่างที่เราเป็น พ่อคาดหวังและปรารถนาให้เราเติบโตขึ้นในแต่ละวันด้วยพระคุณที่พ่อมีให้และด้วยพระคำที่พ่อประทานให้ ลูกยังมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่คอยช่วยเป็นกําลังจะประคับประคองชีวิตให้ทำในสิ่งที่พ่อปรารถนาจะทำได้ ทั้งหมดเหล่านี้เพื่อจะย้ำเตือนให้ลูกมั่นใจและมั่นคงในความรักที่พ่อมีให้อย่างไม่มีเงื่อนไข แม้แต่ครั้งลูกไม่เคยสมบูรณ์และล้มลงและทำให้พ่อเสียใจอยู่บ่อยๆ พ่อจะเข้ามาโอบกอดและย้ำความรักที่พ่อมีให้กับลูกเสมอ ยิ่งลูกมั่นคงในความรักที่พ่อมีให้จะเป็นการปกป้องจาก การประกปรำตนเอง การถูกมารซาตานล่อลวงให้ทำบาป รวมถึงการมองพี่น้องหรือคนอื่นๆผิดไปจากที่เราควรจะมอง ขอโปรดเติมเต็มความรักที่ไม่มีเงื่อนไขนี้ให้กับลูกทุกวัน ขอบพระคุณในความรักมั่นคงของพ่อ Because Your lovingkindness is better than life, My lips will praise You. Psalms 63:3 NASB พระเยโฮวาห์ทรงปรากฏแก่ข้าพเจ้าแต่ก่อน ตรัสว่า ‘เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เพราะฉะนั้นเราจึงชวนเจ้ามาด้วยความเมตตา เยเรมีย์ 31:3 KJV

ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเยโฮวาห์

ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเยโฮวาห์ พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย” หนังสือพระราชบัญญัติ 31:8 KJV https://bible.com/bible/175/deu.31.8.KJV เป็นความมั่นใจที่พระวจนะได้มาย้ำเตือนให้เรารู้ว่าผู้ที่นำหน้าชีวิตของเราคือพระบิดาที่รักของเราและพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้อยู่ในชีวิตของเรา พระองค์จะนำหน้าชีวิตของเราก้าวต่อก้าว และเราจะรู้ว่าแผนงานที่พระองค์ได้นำจะสำเร็จด้วยพระคุณของพระองค์มากเท่าไร ส่วนตัวของเรานั้นต้องไม่กลัวไม่กังวลไม่ขยาด ต่อสิ่งที่เรามองเห็นหรือเผชิญอยู่ให้ฝากความเชื่อทั้งหมดไว้ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ สรรเสริญพระเจ้า

พระบิดาบอกว่าถ้าลูกเชื่อลูกจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์

พระบิดาบอกว่าถ้าลูกเชื่อลูกจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นถ้อยคำที่ พระเยซูได้กล่าวถึงสาวกให้เขาเห็นถึง การที่มีความเชื่อจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในการทำอัศจรรย์ในแบบที่สายตาของพวกเขาและการรับรู้ไม่อาจเข้าใจได้ มีหลายเหตุการณ์ที่วนเวียนอยู่ในชีวิตของเราที่เราเองต้องใช้ความเชื่ออยู่เสมอ บางครั้งต้องใช้ความเชื่อที่เกินความเข้าใจซึ่งเป็นไปตามพระวจนะ การสะสมประสบการณ์แห่งความเชื่อจะเกิดขึ้นเสมอผ่านเหตุการณ์ที่เข้ามาบางครั้งเป็นเรื่องที่ง่ายบางครั้งเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อเราอดทนและใช้ความเชื่ออย่างที่พระองค์ปรารถนาด้วยสุดกำลังของเราแถมเมื่อเราไม่สงสัยในแผนงานและน้ำพระทัยของพระองค์ เราจะได้เก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร ขอไม่ให้เราขาดความเชื่อหรือจะทิ้งความเชื่อก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะสำเร็จ พระเยซูได้พูดอย่างชัดเจนแล้วและนี่เป็นเวลาที่เราต้องใช้ความเชื่อด้วยหัวใจที่มั่นคงต่อไป ขอกําลังจากพระวิญญาณเติมเต็มความเชื่อที่ยังขาดอยู่และขอให้สายตาฝ่ายวิญญาณจะเห็นความสำเร็จที่อยู่ปลายทางและทั้งสิ้นจะเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ พระเยซูตรัสกับนางว่า “เราบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือว่า ถ้าเธอเชื่อ ก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า?” ยอห์น 11:40 THSV11 https://bible.com/bible/174/jhn.11.40.THSV11

จงบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัยที่พระบิดาประทานให้

จงบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัยที่พระบิดาประทานให้ พระวิญญาณย้ำเตือนชีวิตลูกให้มุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆที่รับผิดชอบในแต่ละช่วงเวลาให้สำเร็จ พระบิดาของเราเป็นพระบิดาแห่งความสำเร็จและพระองค์ปรารถนาให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเราในฐานะที่เราเป็นลูกที่รักของพระองค์ด้วย การไปถึงความสำเร็จที่พระองค์ได้จัดเตรียมจำเป็นต้องแลกมาด้วยการมุ่งมั่น อดทนและทำงานเต็มกำลังตามพระทัยของพระองค์ และให้เราอธิษฐานขอสติปัญญาและความเข้าใจ ในสิ่งต่าง ๆ ที่เรากำลังมุ่งมั่นทำไป มันอาจจะต้องใช้เวลาในการไปถึงความสำเร็จในแต่ละช่วงดังนั้นพระเจ้าพระวิญญาณได้ย้ำเตือนว่า “อย่าสงสัยในแผนงานที่พระบิดาได้จัดเตรียมและนำเรา” เราอาจจะยังผิดพลาดและไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราตั้งใจแต่ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อและวางใจ พระบิดาจะโปรดรับรองเป็นแน่ ตามพระสัญญาในพระวจนะของพระองค์ แล้วเราจะมานับพระพรร่วมกัน ชาโลม!! ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว 2 ทิโมธี 4:7 KJV https://bible.com/bible/175/2ti.4.7.KJV ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบทุกอย่าง แล้วเขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ซึ่งร่วงโรยได้ แต่เรากระทำเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย ดังนั้นส่วนข้าพเจ้าวิ่งแข่งอย่างนี้โดยมีเป้าหมาย ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างนี้ ไม่ใช่อย่างนักมวยที่ชกลม 1 โครินธ์ 9:25‭-‬26 KJV https://bible.com/bible/175/1co.9.25-26.KJV

และจงชักชวนคนที่ยังสงสัยอยู่ให้เขาเชื่อ

“และจงชักชวนคนที่ยังสงสัยอยู่ให้เขาเชื่อ” ‭‭ยูดา‬ ‭1:22‬ ‭TH1971‬‬ https://www.bible.com/275/jud.1.22.th1971 การชวนผู้ที่ยังสงสัยในพระเจ้าให้ตัดสินใจเชื่อวางใจ ในพระเจ้า เป็นพระมหาบัญชาที่เ พระเยซูได้สั่งให้เราทั้งหลายมีส่วน บางคนอาจยังสงสัยในพระคุณความรอดผ่านทาง พระเยซู แต่เราต้องทำหน้าที่ อันสำคัญนี้ เพื่อความรอดนิรัน จะเป็นของเขาทั้งหลาย

3 อย่างในการเดินติดตามพระเจ้า

จงรักษาตัวให้อยู่ในความรักของพระเจ้า ขณะคอยให้พระเมตตาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานำท่านไปสู่ชีวิตนิรันดร์ ยูดา 21 การรักษาความรักของพระเจ้าในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อเราใกล้ชิดพระวิญญาณมากเท่าไร เราจะเต็มอิ่มอยู่ในความรักของพระองค์มากขึ้นเท่านั้น และถือเป็นคำสั่งที่พระวจนะได้สั่งให้เรา รักษาความรักนี้เอาไว้ สิ่งที่สำคัญ ที่ต้องทำ 1. การมีพระวจนะสะสมในชีวิตอยู่เสมอ 2. การดำเนินชีวิต อธิษฐานในพระวิญญาณ/ภาษาแปลกๆ เสมอ 3. การรักษาความรักของพระเจ้าในชีวิต

จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนความเชื่ออันบริสุทธิ์ที่สุดของท่าน และจงอธิษฐานโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

แต่ท่านที่รักทั้งหลาย จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนความเชื่ออันบริสุทธิ์ที่สุดของท่าน และจงอธิษฐานโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ยูดา 20 ผู้เชื่อที่แท้จริงจะสร้างชีวิตด้วยรากฐานพระเยซูคริสต์ 1 โครินธ 3:11 ” เพราะว่าใครจะมาวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์ ” อฟ.2:20 ” ท่านทั้งหลายถูกก่อร่างสร้างขึ้นบนรากฐานของบรรดาอัครทูตและบรรดาผู้เผยพระวจนะ มีพระเยซูคริสต์เป็นศิลาหัวมุม ” ถือเป็นรากฐานสำคัญของคริสตจักรในยุคสุดท้ายนี้ เราต้องพึ่งพาฤทธิ์พระวิญญาณอย่างที่สุด และมีรากฐานของพระวจนะพระเจ้าเป็นสำคัญ และมากกว่านั้นต้องมีการเปิดเผย สำแดงจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วย และการอธิษฐานในพระวิญญาณ อธิษฐานภาษาพระวิญญาณ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน สำหรับชีวิตที่มีรากฐานของพระเยซู

คนเหล่านี้คือคนที่ก่อให้เกิดความแตกแยก

คนเหล่านี้คือคนที่ก่อให้เกิดความแตกแยก หมกมุ่นอยู่ในโลกียวิสัย และปราศจากพระวิญญาณ ยูดา19 คนที่ดำเนินชีวิตในทางปรารถนาชั่วจะสร้างความแตกแยกอย่างไม่รู้จบ แม้ว่าพวกเขาจะแสร้งเข้ามาในคริสตจักร แต่พวกเขาเต็มไปด้วยการหว่านซึ่งความแตกแยกต่อพี่น้องในคริสตจักร พวกเขาไม่ได้ใช้ปัญญาจากพระเจ้า แต่เป็นวิธีการอย่างโลกตามโลกียวิสัยและเป็นไปตามเนื้อหนังทั้งสิ้น ทั้งไม่มีพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่ภายในด้วย ยากอบ 3:15 “ปัญญาอย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายผีปีศาจ”

ในวาระสุดท้ายจะมีคนที่ชอบเยาะเย้ยเกิดขึ้น ที่ดำเนินชีวิตตามความปรารถนาชั่วของตัวเอง

ท่านเหล่านั้นบอกท่านว่า “ในวาระสุดท้ายจะมีคนที่ชอบเยาะเย้ยเกิดขึ้น ที่ดำเนินชีวิตตามความปรารถนาชั่วของตัวเอง” ยูดา 18 เราอยู่ในช่วงยุคสุดท้าย ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา เราอยู่ระหว่างนี้ และสิ่งที่ยูดากล่าวถึงคือ คนที่ชอบเยาะเย้ย ที่ดำเนินชีวิตตามความชั่วของตัวเอง พระวจนะหลายตอน กล่าวถึงความชั่ว มากมาย ที่จะเกิดขึ้น ดังเช่นใน 2 ทธ 3:1-3 “1แต่จงเข้าใจข้อนี้คือ วาระสุดท้ายนั้นจะเป็นเวลาที่น่ากลัว 2เพราะผู้คนจะเห็นแก่ตัว รักเงินทอง โอ้อวด หยิ่งยโส ชอบดูหมิ่น ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ อกตัญญู ชั่วร้าย 3ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี 4ทรยศ มุทะลุ โอหัง รักความสนุกมากกว่ารักพระเจ้า ” นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น และเราได้เห็นแล้วว่าเป็ฯอย่างไร เมื่อคนไม่พึ่งพาความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ยากนักที่เขาจะรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นเหมือนพระเยซู พระเจ้าเท่านั้นที่เราต้องแสวงหาและพึ่งพา เนื้อหนังจะทวีมากขึ้น เราต้องให้ฤทธื์เดชพระวิญญาณช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เราต้องขอพระองค์นำเราทุกเวลา

แต่ว่าท่านที่รักทั้งหลาย พึงระลึกถึงคำพยากรณ์ของพวกอัครทูตของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

แต่ว่าท่านที่รักทั้งหลาย พึงระลึกถึงคำพยากรณ์ของพวกอัครทูตของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ยูดา 17 หนังสือพระวจนะเป็นหนังสือที่บอกถึงเรื่องราวคำพยากรณ์ในอนาคตที่จะเกิด และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ใช้ ผู้รับใช้พระองค์ในการบันทึกเรื่องราวที่มีฤทธิ์เดชนี้ คำพยากรณ์ต่าง ๆ ของบรรดาอัครฑูต ที่พระเยซูได้แต่งต้้ง ล้วนแล้วแต่นำไปถึงน้ำพระทัยของพระองค์ที่ต้องสำเร็จ และเรื่องการตักเตือนคำสอนที่ผิด ผู้เผยวจนะเทียมเท็จ ผู้เลี้ยงในคราบหมาป่า และคนอธรรมที่แทรกเข้ามาในชุมชนของพระเจ้า เหล่านี้ล้วนถูกคำพยากรณ์แจ้งไว้ล่วงหน้าเป็นพันปี เราทั้งหลายจึงต้องยึดพระวจนะที่พระเยซูได้สั่งสอนทั้งสิ้นเอาไว้ให้แนบแน่นในชีวิตของเรา เสมอ อาเมน

4 สิ่งของคนอธรรม จาก ยูดา

คนเหล่านี้เป็นพวกช่างบ่นช่างติ ดำเนินชีวิตตามความปรารถนาชั่วของตัวเอง และปากของพวกเขาคุยโวโอ้อวด และยกยอผู้อื่นเพื่อหวังประโยชน์ของตน ยูดา16 ยูดากล่าวถึงคนกลุ่มนี้ต่อไปถึงใน 4 สิ่งของคนอธรรม 1. พวกเขาเป็นคนช่างบ่นช่างติ เหมือนอย่างอิสราเองที่บ่นต่อว่าโมเสส และพันธสัญญาใหม่ก็กล่าวไว้เช่นกัน 1 คร.10:10 ” อย่าให้เราบ่นเหมือนบางคนในพวกเขาได้ทำ แล้วต้องพินาศด้วยองค์เพชฌฆาต” 2.อีกทั้งยังดำเนินตามความปรารถนาชั่วของพวกเขาเอง คือดำเนินชีวิตด้วยความบาป ชั่วร้าย ภายในตัวเขาที่ไม่มีพระเจ้าในชีวิต 3.ปากที่พูดจาโอ้อวด ทั้งที่ตนเองไม่มีอะไรเลย นั่นรวมถึง ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่มีพระเยซูเป็นศูนย์กลาง พวกเขาก็ไม่มี จึงเป็นคำพูดที่ออกมาจากท่าทีบาปชั่วทั้งสิ้น 4.ยกยอเพื่อหวังผลประโยชน์ เป็นคำพูดที่มาจากใจที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า เราต้องรักษาใจขอพระเจ้า ไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ขอพระวิญญาณเป็นกำลังให้เราทั้งหลาย

เพื่อทำการพิพากษาทุกคน และเพื่อทำให้คนอธรรมทุกคนสำนึกตัวถึงการอธรรมทุกอย่าง

เพื่อทำการพิพากษาทุกคน และเพื่อทำให้คนอธรรมทุกคนสำนึกตัวถึงการอธรรมทุกอย่าง ที่พวกเขาทำไปตามวิถีทางอธรรมนั้น และสำนึกตัวถึงความหยาบช้าทั้งหมด ที่คนบาปชั่วได้กล่าวร้ายต่อพระองค์ ยูดา15 ในที่สุดแล้ว ผู้ที่ดำเนินชีวิตอธรรม ไม่ยำเกรง และไม่เชื่อวางใจในพระเยซูจะต้องถูกพิพากษาในบึงไฟนรก นิรันดร พวกเขาเองไม่ตระหนักในการมาของพระเยซูที่มาเพื่อช่วยคนที่รู้ตัวว่าตนเป็นคนบาปให้รอด กลับดำเนินในอธรรมและปฏิเสธพระคริสต์เสีย โรม 5:6 ขณะเมื่อเรายังอ่อนกำลัง พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อคนอธรรมในเวลาที่เหมาะสม พวกเขาจะต้องถูกพระเยซูพิพากษาในวาระสุดท้าย ขอพระเจ้าเมตตาเราทั้งหลายด้วยเถิด