แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ

คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของตน ก็จะเก็บเกี่ยวความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ ก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น กท6:8 เราต้องมองด้วยสายตาที่เพ่งไปถึง นิรันดร์  นั่นคือชีวิตฝา่ยวิญญาณ การเก็บเกี่ยววิถีฝ่ายวิญญาณจะทำให้เรามีบำเหน็จนิรันดรบนแผ่นดินสวรรค์ มีหลายอย่างที่พระวจนะได้บอกไว้ ให้เราได้ทำและเราจะได้บำเหน็จ รางวัลนิรันดรในสวรรค์ โลกนี้ไม่เคยให้อะไรเรา เลย มีแต่ทำให้ชีวิตเราตกต่ำลง เราต้องขอพระวิญญาณปกป้องเราไว้

อย่าหลงเลย  ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้

อย่าหลงเลย  ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น กท.6:7 อย่าดำเนินชีวิตอย่างไม่มีจุดหมาย ไม่มีแก่นสาร ดำเนินอย่างหลงผิด  คือดำเนินชีวิตโดยไม่ได้อยู่ในน้ำพระทัยพระบิดา พระบิดาไม่เคยบังคับผู้ใด พระองค์รักเรา และคอยชี้แนะ สอนสิ่งดี และมีความหวังใจให้เราได้ดำเนินตามพระทัย โดยให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ที่คอยช่วย ทุกสิ่งที่เราหว่านลงไป เราก็จะได้เก็บเกี่ยวสิ่งนั้น  ซึ่งสิ่งที่ไม่ดีต่าง  ๆ ถ้าเรายังหว่านต่อไป มันก็จะส่งผลร้ายมาถึงเราในที่สุด เราจำเป็นต้องรับผล นั้น ดังนั้นขอพระวิญญาณให้ทุกสิ่งที่เราหว่านนั้น จะอยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ ด้วย ขอพระวิญญาณนำให้เราอยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ ตลอดลมหายใจของเรา อาเมน

ส่วนคนที่รับการสอนพระวจนะ จงแบ่งสิ่งดีทุกอย่างให้แก่คนที่สอนตนเถิด

ส่วนคนที่รับการสอนพระวจนะ จงแบ่งสิ่งดีทุกอย่างให้แก่คนที่สอนตนเถิด กท.6:6 พระวจนะเป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณที่ทำให้เราเจริญเติบโตในทางของพระเจ้า  การได้รับการสอนพระวจนะก็จะช่วยนำเราให้ดำเนินในทางพระเจ้าได้อย่างเติบโตและมั่นคง เมื่อเราได้รับพระพระจากการสอนพระวจนะแล้ว เราก็ควรที่จะดูแลผู้สอนอย่างดี ดังนั้น การดูแล ผู้เทศนา ผู้สอนพระวจนะด้วยสิ่งที่ดีที่เรามี ก็จะเป็นการทำให้พระคำตอนนี้เป็นจริงในชีวิตและเป็นการสร้างกำลังใจ หนุนน้ำใจแก่ผู้สอน ทั้งหลายด้วย เป็นชุมชนที่เป็นพระพรอย่างมากสืบๆไป อาเมน