พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง? 7ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ?

พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง? 7ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น” ปฐห 4:6-7 พระเจ้าพูดกับคาอินเมื่อคาอินได้นำของจากการเพาะปลูกมาถวายแด่พระเจ้า ในขณะที่อาแบลนำ แกะหัวปีมาถวาย และพระเจ้าพอพระทัยของถวายของอาแบลมากกว่า ทำให้คาอินโกรธ พระองค์รู้ว่าเรามีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา พระองค์ไม่ได้ปล่อยแต่ละสถานการณ์ผ่านไป พระองค์อยากเข้ามาช่วยเรา เข้ามาแนะนำ สอนเรา ตักเตือนเรา เพราะความรักที่พระองค์มีให้ หลายครั้งเราตอบสนองและไม่ไว ที่จะรอคอยและฟังเสียงพระองค์ แม้พระองค์จะเตือนแล้ว แต่บางคนอาจยังเลือกที่จะไม่ฟังและทำให้พระองค์เสียใจ คาอินเป็นตัวอย่าง แม้กระนั้น พระองค์ก็ไม่ได้เอาชีวิตคาอิน แม้เขาจะทำให้น้องชายตนเองต้องตาย พระคุณของพระองค์มีมาแต่แรกอยู่แล้ว พระเจ้ารักเรา จึงสร้างเรา

มนุษย์กลายเป็นเหมือนผู้หนึ่งในพวกเราแล้ว โดยที่รู้ความดีและความชั่ว

แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าตรัสว่า “ดูสิ มนุษย์กลายเป็นเหมือนผู้หนึ่งในพวกเราแล้ว โดยที่รู้ความดีและความชั่ว บัดนี้ อย่าปล่อยให้เขายื่นมือไปหยิบผลจากต้นไม้แห่งชีวิตมากินด้วย แล้วมีอายุยืนชั่วนิรันดร์” 23เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์พระเจ้าจึงทรงไล่เขาออกไปจากสวนเอเดน ให้เพาะปลูกบนดินซึ่งใช้สร้างเขาขึ้นมา ปฐก 3 : 22-23 พระเจ้าบอกให้เรารู้ผ่านพระวจนะของพระองค์ ถึงการที่พระองค์ให้มนุษย์มีอิสระในการเลือก และการเลือกที่นำไปสู่ความตายฝ่ายวิญญาณจิต พระองค์บอกให้เรารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่พระองค์จะทำต่อจากนั้น เพราะการที่มนุษย์รู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว พวกเขาก็จะสามารถมีชีวิตนิรันดร์ เมื่อเขาจะเลือกที่จะไปกินผลไม้จากต้นไม้แห่งชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าสามารถบอกเราให้ได้ทราบถึงอนาคตที่เกิดขึ้นกับตัวเราได้ เสมอ สำคัญอยู่ที่การรอคอย การไวในการฟังเสียงของพระเจ้าในชีวิตของเรา เสียงพระองค์จะชัดเจนในการนำทิศทาง หรือเตือนใจ หรือแม้แต่การตักเตือนล่วงหน้าถึงผลที่จะตามมาเมื่อเราอาจจะตั้งใจทำสิ่งผิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มนุษย์อย่างเราสามารถที่จะได้ยินเสียงของพระองค์อย่างชัดเจนได้ เราต้องรอคอยที่จะฟังเสียงพระองค์เสมอ อาเมน

มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า

ปฐก3:9-12 เหตุการณ์ที่พระเจ้า พูดกับมนุษย์  ในเรื่องที่พวกเขาไม่เชื่อฟังและไปกินผลไม้ พระองค์ รักที่จะพูดคุยและสื่อสารกับมนุษย์ แม้ว่ามนุษย์เองไม่เชื่อฟัง เสียงที่พระองค์ได้บอกไปแล้ว เมื่อความบาปทวีมากขึ้น มนุษย์ก็ห่างไกลจากพระองค์จนทำให้ไม่สามารถที่จะพูดคุยกับพระองค์อย่างเป็นธรรมชาติอย่างที่เคยเป็นได้อีกต่อไป การที่เรากลับมาหาพระเจ้า และเริ่มต้นใกล้ชิดติดสนิทพื่อจะได้พูดคุยกับพระองค์แบบเดียวกันกับที่อดัมและเอวาได้พูดคุยกับพระเจ้า นั้น เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อจะต้องแสวงหาและเปิดหูตาฝ่ายวิญญาณให้ได้ยินเสียงของพระองค์อย่างชัดเจน