พระเยซูรักษาคนตาบอดแต่กำเนิด

การทรงรักษาคนตาบอดแต่กำเนิด (1) 1ขณะพระองค์เสด็จไปนั้น ทรงเห็นชายคนหนึ่งตาบอดแต่กำเนิด 2พวกสาวกของพระองค์ทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ใครทำบาป คนนี้หรือพ่อแม่ของเขา เขาถึงเกิดมาตาบอด?” 3พระเยซูตรัสตอบว่า “ไม่ใช่คนนี้หรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาป แต่เขาเกิดมาตาบอดเพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา 4เราต้องทำพระราชกิจของผู้ทรงใช้เรามาเมื่อยังวันอยู่ กลางคืนอันเป็นเวลาที่ไม่มีใครทำงานนั้นกำลังใกล้เข้ามา 5ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลก เราก็เป็นความสว่างของโลก” ยอห์น 9 : 1-4 เหตุการณ์ที่พระเยซูกำลังจะรักษาคนตาบอดแต่กำเนิดนี้ แตกต่างจากเหตุการณ์ที่พระเยซูรักษาคนตาบอดก่อนหน้านี้ พระเยซูได้ตอบสาวกที่ ถามว่า เหตุใด ชายคนนี้จึงตาบอดแต่กำเนิด พระเยซูได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “ขาเกิดมาตาบอดเพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา” และเมื่อเราศึกษาต่อไปก็จะพบว่า ท่าทีของคนตาบอดคนนี้ เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติมากขึ้น 1. พระเจ้ารู้จักเราเป็นอย่างดี : พระเยซูทราบถึงการตอบสนองต่อการรักษาโรคของคนตาบอดว่าจะตอบสนองเช่นไร ซึ่งต่างจากคนตาบอดก่อนหน้านี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์ 2. พระเจ้าอนุญาตให้บางเกิดขึ้นอย่างมีวัตถุประสงค์ : ดังที่พรเยซูได้ตอบแก่สาวกว่าการตาบอดแต่กำเนิดมาเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเจ้าถอดซาอูลเพราะการไม่เชื่อฟัง

พระเจ้าถอดซาอูลเพราะการไม่เชื่อฟัง 1 ซามูเอล 13 หลายครั้งพระเจ้ามีบททดสอบมาถึงชีวิตของเรา เพื่อให้เราได้ตอบสนองตามแผนงานและน้ำพระทัยของพระองค์ แต่ถ้าเราตอบสนองตามใจปรารถนา ตามเนื้อหนังของเรา ก็อาจทำให้เราพลาดแผนงานอันดีเลิศของพระองค์ ไปได้ ดังที่ ซาอูลที่ได้รับการเจิมให้เป็นกษัตริย์คนแรกของอิสราเอล แต่เขาไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า ที่ผ่านทางซามูเอล ในเรื่องเครื่องบูชา แม้ว่าดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในสายตาของมนุษย์ แต่ในสายตาพระเจ้า ถือว่าเป็นการละเมิด การไม่เชื่อฟังอย่างรุนแรง และนำมาซึ่งการถอดถอนจากการเป็นกษัตริย์ของพระองค์ ฤทธิ์อำนาจฝ่ายวิญญาณมาจากพระบิดา เมื่อพระองค์ประทานและเจิมเราไว้แล้ว ก็อย่าให้เราขาดหรือละเลย สิทธิ์อันยิ่งใหญ่นี้ แต่จงเชื่อและวางใจที่จะกระทำตามทั้งสิ้น เพื่อเราจะไม่ขาดพระพรและเป็นที่ถวายเกียรตืแด่พระบิดาสูงสุด ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเยซูรักษาคนตาบอดที่เมืองเบธไซดา

การทรงรักษาคนตาบอดที่เมืองเบธไซดา 22พระองค์กับพวกสาวกจึงไปยังเมืองเบธไซดา มีบางคนพาคนตาบอดคนหนึ่งมาหาพระองค์ และทูลอ้อนวอนขอให้พระองค์ทรงสัมผัสคนนั้น 23พระองค์จึงทรงจูงมือคนตาบอดออกไปนอกหมู่บ้าน เมื่อทรงบ้วนน้ำลายลงที่ตาของคนนั้นและวางพระหัตถ์บนตัวเขาแล้ว พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเห็นอะไรบ้างหรือไม่?” 24คนนั้นเงยหน้าดูแล้วทูลว่า “ข้าพระองค์มองเห็นคนเหมือนต้นไม้เดินไปเดินมา” 25พระองค์จึงวางพระหัตถ์บนตาของเขาอีก แล้วเขาก็เพ่งดู และตาก็หายเป็นปกติ มองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจน 26พระองค์จึงตรัสสั่งให้คนนั้นกลับไปที่บ้านของตนเองและทรงกำชับว่า “อย่าเข้าไปในหมู่บ้านนั้น” มาระโก 8 : 22-26 พระเยซูรักษาคนตาบอด ที่มีคนพามาและขอให้รักษาคนตาบอดนั้น พระวจนะไม่ได้กล่าวว่า คนตาบอดมีความปรารถนาที่จะหายโรค อาจเป็นไปได้ว่า เขาไม่รู้ว่าพระเยซูมาอยู่ในหมู่บ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะได้พบพระเยซู เขาเองก็ไม่ได้อ้อนวอนขอการรักษาด้วยตัวเขาเอง แต่พระเยซูก็พาคนตาบอดนั้นออกมาจากหมู่บ้านและทำการรักษา และก็อาจเป็นไปได้ว่า เขาไม่ได้ร้องขอการหายโรคอย่างจริงจัง เหมือนคนป่วนอื่น ๆ ที่กระเสือกกระสนมาหาพระเยซู เพื่อจะเชื่อและรักการรักษา และสิ่งนั้นเป็นที่พอพระทัยพระเยซู คนตาบอดคนนี้แตกต่างไป พระวจนะไม่ได้กล่าวว่าเขาอยากหาย หรืออ้อนวอนพระองค์ให้เขาามองเห็น ดังนั้น การรักษาโรคของพระองค์ จึงอาจต้องกระทำการถึง สองครั้ง กว่าที่คนตาบอดจะมองเห็น และเมื่อเขามองเห็นได้เป็นปกติ ก็ไม่มีพระวจะกล่าวไว้อีกว่า เขาได้ของพระคุณหรือสรรเสริญพระเจ้า ถือเป็นความเมตตาที่พระเยซูได้กระทำแก่เขาอย่างแท้จริง การป่วยของเขาอาจไม่ได้เป็นเพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดาเหมือนคนป่วย อื่น ๆ เพราะเขาไม่แสดงอาการ ใด …

พระเยซูรักษาคนตาบอดที่เมืองเบธไซดา Read More »

บุตรที่ไม่เชื่อฟัง

บุตรที่ไม่เชื่อฟัง ในหนังสือ 1 ซามูเอล ได้เล่าเรื่องราวสำคัญ ของ ผู้เผยวจนะ สองท่าน ได้แก่ เอลี และซามูเอล เอลีเป็นเหมือนอาจารย์ของซามูเอล ที่คอยสอนท่านให้เป็นผู้เผยวจนะที่ดีพร้อมสำหรับพระราชกิจของพระเจ้า ทั้งเอลีและซามูเอลต่างมี บุตรชายอย่างละ สอง คนเช่นกัน และสิ่งที่เหมือนกันคือ บุตรชายสองนั้นของท่านทั้งสอง ไม่ได้ยึดถือวิถีของพระเจ้า แต่กลับทำตามเนื้อหนัง จนทั้งสี่คนต้องถูกพระเจ้าลงโทษ โดยบุตรสองคนแรกของเอลีโดยประหาร และบุตรสองคนของซามูเอลไม่ได้รับใช้ในพระวิหารในฐานะปุโรหิตอีก ซึ่งเป็นความร้ายแรงอย่างมาก จึงเห็นได้ว่า แม้ว่าบิดาจะเป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่ถูกเจิม แต่การอบรมสั่งสอนให้ลูกอยู่ในทางชอบธรรม เชื่อฟังและกระทำตามน้ำพระทัยก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน คนใกล้ตัวจะเห็นวิถีชีวิต และจะรับการอบรมสั่งสอนได้มากที่สุด และอาจจำเป็นต้องใช้ไม้แข็ง เพื่อทำให้เขาเติบโตและเชื่อฟังพระเจ้าด้วยเช่นกัน ไม่ต่างจากการที่เราเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้า ต้องมีหลักการที่ชัดเจน และความรักที่มาจากพระคริสต์ และแกะของพระเจ้าต้องตัดสินใจ ปฏิเสธตนเอง แบกกางเขนและเดินตามพระองค์ไป พวกเขาต้องตัดสินใจ ทุกวัน เช่นเดียวกับเราทั้งหลาย การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

พระเยซูเลี้ยงอาหารคนสี่พัน

ทรงเลี้ยงอาหารคนสี่พัน (มก 8:1-9) 32ฝ่ายพระเยซูทรงเรียกพวกสาวกของพระองค์มาตรัสว่า “เราสงสารคนเหล่านี้ เพราะเขาค้างอยู่กับเราได้สามวันแล้ว และไม่มีอาหารจะกิน เราไม่อยากให้เขาไปเมื่อยังอดอาหารอยู่ กลัวว่าเขาจะหิวโหยสิ้นแรงลงตามทาง” 33พวกสาวกทูลพระองค์ว่า “ในถิ่นทุรกันดารนี้ เราจะหาอาหารที่ไหนพอเลี้ยงคนเป็นอันมากนี้ให้อิ่มได้” 34พระเยซูจึงตรัสถามเขาว่า “ท่านมีขนมปังกี่ก้อน” เขาทูลว่า “มีเจ็ดก้อนกับปลาเล็กๆสองสามตัว” 35พระองค์จึงสั่งประชาชนให้นั่งลงที่พื้นดิน 36แล้วพระองค์ทรงรับขนมปังเจ็ดก้อนและปลาเหล่านั้นมาขอบพระคุณ แล้วจึงทรงหักส่งให้เหล่าสาวกของพระองค์ เหล่าสาวกก็แจกให้ประชาชน 37และคนทั้งปวงได้รับประทานอิ่มทุกคน อาหารที่เหลือนั้น เขาเก็บได้เจ็ดกระบุงเต็ม 38ผู้ที่ได้รับประทานอาหารนั้นมีผู้ชายสี่พันคน มิได้นับผู้หญิงและเด็ก 39พระองค์ตรัสสั่งให้ประชาชนไปแล้ว ก็เสด็จลงเรือมาถึงเขตเมืองมักดาลา มัทธิว 15:32-39 พระคริสต์เป็นห่วงฝูงแกะของท่าน เพราะพวกเขาเดินทางมาเพื่อจะพบกับท่านและรับการรักษาให้หายป่วยทั้งสิ้น ฝูงชนเหล่านี้ต้องออกจากบ้านเรือนของตนเพื่อจะมาพบกับพระคริสต์ พวกเขาอยู่กัพบท่านได้สามวันแล้วและเป็นไปได้ที่ ระหว่างสามวันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้ทานอะไรเลย เพราะอาหารที่ติดตัวมาคงจะไม่พอแล้ว 1. ฝูงชนตัดสินใจที่มาพบพระเยซู ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด 2. ฝูงชนอยู่กับพระเยซูตลอดสามวัน แม้ว่าอาจจะไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับตน 3. การแสวงหาพระเจ้าทางพระเยซูของพวกเขา ทำให้พระคริสต์พอพระทัยที่จะรักษาพวกเขาทุกคนให้หายดี แม้ต้องแลกมาด้วยความหิว และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และพวกเขาไม่มีใครบ่นเลย สรรเสริญพระเจ้า 4. ท้ายที่สุด พวกเขารับการเลี้ยงดูจากพระคริสต์ ผ่านขนมปังและปลาที่มีเพียงน้อยนิด เป็นการอัศจรรย์ ที่พระเยซูทำให้แก่เหล่าฝูงชนนั้น …

พระเยซูเลี้ยงอาหารคนสี่พัน Read More »

พระเจ้ายังมองดูเราในความทุกข์ใจที่เราเผชิญเสมอ

9หลังจากที่ได้รับประทานอาหารและดื่มที่เมืองชิโลห์แล้ว ฮันนาห์ก็ลุกขึ้น เอลีปุโรหิตนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเสาประตูพระวิหารของพระยาห์เวห์ 10นางขมขื่นใจมากจึงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์และร้องไห้อย่างหนัก 11นางบนไว้ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ ถ้าพระองค์จะทอดพระเนตรความทุกข์ใจ naของผู้รับใช้ของพระองค์จริงๆ ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ และไม่ทรงลืมผู้รับใช้ของพระองค์ แต่จะประทานบุตรชายแก่ผู้รับใช้ของพระองค์สักคน แล้วข้าพระองค์จะถวายเขาแด่พระยาห์เวห์ตลอดชีวิตของเขา และมีดโกนจะไม่แตะต้องศีรษะของเขาเลย” 1 ซามูเอล 1 : 9-11 เราอาจเผชิญความทุกข์ หรือข่มขื่นใจ เมื่อเราต้องเผชิญสถานการณ์ที่ดูเหมือนยากลำบากและยังเหมือนว่าไม่มีทางออก ณ เวลานั้น เช่นเดียวกับนางฮันนาห์ ที่ยังไม่มีบุตร และรู้สึกขมขื่นใจอย่างมากจนต้องอธิษฐานร้องทูลต่อพระบิดา อย่างหนักแน่นและจริงจัง จนในที่สุดพระบิดาก็ประทานบุตรให้ นั่นคือ ซามูเอล การมุ่งมั่นอธิษฐานต่อพระบิดา ไม่ลดละในความซื่อสัตย์และรักษาความเชื่อไว้อย่างมั่นคง เข้มแข็งไม่สงสัย เป็นรากฐานสำคัญของการอวยพรจากพระบิดา แม้ว่า ความรู้สึกเราหลายครั้งจะเกิดอาการ หดหู่ เศร้าใจ ท้อแท้ มีความทุกข์ หรือดูสิ้นหวัง แต่เมื่อเราตระหนักและลุกขึ้นร้องทูลอธิษฐานต่อพระบิดาต่อเนื่องต่อไป แล้วพระสัญญารและการอวยพรจะมีอย่างมากมาย มหาศาลแน่นอน จงมุ่งมั่นและยืนหยัดในการอธิษฐานต่อเนื่องต่อไป สรรเสริญพระเจ้า ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก …

พระเจ้ายังมองดูเราในความทุกข์ใจที่เราเผชิญเสมอ Read More »

พระเยซูการทรงรักษาคนจำนวนมาก

การทรงรักษาคนจำนวนมาก ” 29พระเยซูจึงเสด็จจากที่นั่นมายังทะเลสาบกาลิลี แล้วเสด็จขึ้นไปบนภูเขาและประทับที่นั่น 30มหาชนมาเฝ้าพระองค์ และพาคนง่อย คนแขนขาพิการ คนตาบอด คนใบ้ และคนเจ็บอื่นๆ หลายๆ คน มาวางแทบพระบาทของพระเยซู แล้วพระองค์ทรงรักษาพวกเขาให้หาย 31ฝูงชนก็ประหลาดใจ เมื่อเห็นคนใบ้พูดได้ คนแขนขาพิการหายเป็นปกติ คนง่อยเดินได้ คนตาบอดกลับเห็น แล้วพวกเขาก็สรรเสริญพระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ” มัทธิว15:29-31พระเยซูทำการอัศจรรย์ รักษาคนป่วยมากมายให้หายดี มีคนป่วยหลายอาการที่พระเยซูรักษา * คนใบ้พูดได้ * คนแขนขาพิการหายเป็นปกติ * คนง่อยเดินได้ * คนตาบอดมองเห็น * คนเจ็บอื่น ๆ เราเห็นว่าพระเยซูเมตตารักษาการป่วยไข้ทั้งสิ้นให้หายดี และคนก็พากัน สรรเสริญพระเจ้า พระบิดา ยาเวห์ อัศจรรย์ที่พระบิดาประทานให้แก่เราผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเยซู นั้น ก็เพื่อให้คนได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และจำนนต่อพระสิริของพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้กลับมาหาพระบิดา ผ่านทางพระคริสต์ สิ้นทุกคนพระบิดามอบ พระราชกิจอันยิ่งใหญ่นี้แก่เรา และให้เราได้ใช้ความเชื่อในการทำพระราชกิจนี้เพื่อพระนามของพระองค์ สรรเสริญพระเจ้าชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ …

พระเยซูการทรงรักษาคนจำนวนมาก Read More »

พระเยซูการทรงรักษาคนหูหนวก

การทรงรักษาคนหูหนวก 31ต่อมาพระองค์เสด็จจากเขตแดนเมืองไทระ และทรงผ่านเมืองไซดอนไปยังทะเลสาบกาลิลี ไปตามเขตแดนแคว้นทศบุรี 32พวกเขาพาชายหูหนวกพูดติดอ่างคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ และทูลขอให้พระองค์วางพระหัตถ์บนคนนั้น 33พระองค์จึงทรงพาคนนั้นออกห่างจากฝูงชนไปอยู่ตามลำพัง แล้วทรงเอานิ้วพระหัตถ์แยงเข้าที่หูทั้งสองของชายคนนั้น และทรงบ้วนน้ำลาย เอานิ้วพระหัตถ์จิ้มแตะลิ้นของคนนั้น 34แล้วพระองค์แหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ ถอนพระทัยและตรัสกับคนนั้นว่า “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดออก” 35แล้วหูของคนนั้นก็ปกติ สิ่งที่ขัดลิ้นนั้นก็หลุดและเขาพูดได้ชัด 36พระองค์ทรงห้ามปรามคนทั้งหลายไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร แต่พระองค์ยิ่งทรงห้ามปราม พวกเขาก็ยิ่งเล่าลือออกไป 37คนทั้งหลายก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง พูดกันว่า “ท่านผู้นี้ทำทุกอย่างล้วนดีทั้งนั้น ท่านทำได้แม้กระทั่งให้คนหูหนวกได้ยิน และคนใบ้พูดได้” มาระโก 7:31-37 พระเยซูทำอัศจรรย์ มีหัวใจเพื่อสำแดงพระราชกิจของพระบิดาและสำแดงความรักที่มีต่อ ฝูงแกะที่ยังไร้ผู้เลี้ยง พระเยซู ดูแลฝ่าย ร่างกาย โดยการรักษาโรค ฝ่ายจิตวิญญาณ คือท่านได้สอนถ้อยคำจากพระบิดาเพื่อให้พวกเขารู้จักแผ่นดินของพระเจ้า คนหูหนวกและพูดติดมีความปรารถนาให้พระเยซูรักษาเขาให้หาย และพระเยซูก็ได้รักษาคนหูหนวก ด้วยวิธีที่แตกต่างจากคนป่วยทั่วไป สิ่งที่เราเห็นได้คือ 1. การวางมือหรือไปสัมผัสจุดที่เขาป่วย 2. สั่งในนามพระเยซู ถึงสิ่งที่ผิดปกติของร่างกาย : เหตุการณ์ หูที่ไม่ได้ยิน รับการรักษาโดยพระเยซู สั่งว่า ” จงเปิดออก ” เราเรียนรู้จากสิ่งที่พระเยซุได้กระทำในการรักษาโรค ในหลายวาระ …

พระเยซูการทรงรักษาคนหูหนวก Read More »

พระเยซูรักษาลูกสาวของหญิงชาติซีเรียฟีนิเซียที่ถูกผีสิง

พระเยซูรักษาลูกสาวของหญิงชาติซีเรียฟีนิเซียที่ถูกผีสิง พระองค์จึงทรงลุกขึ้นจากที่นั่นไปยังเขตแดนเมืองไทระและเมืองไซดอน แล้วเข้าไปในเรือนแห่งหนึ่งประสงค์จะมิให้ผู้ใดรู้ แต่พระองค์จะซ่อนอยู่มิได้ 25เพราะผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีลูกสาวที่มีผีโสโครกสิง เมื่อได้ยินข่าวถึงพระองค์ก็มากราบลงที่พระบาทของพระองค์ 26ผู้หญิงนั้นเป็นชาวกรีก ชาติซีเรียฟีนิเซีย และนางทูลอ้อนวอนขอพระองค์ให้ขับผีออกจากลูกสาวของตน 27ฝ่ายพระเยซูตรัสแก่นางนั้นว่า “ให้พวกลูกกินอิ่มเสียก่อน เพราะว่าซึ่งจะเอาอาหารของลูกโยนให้แก่สุนัขก็ไม่ควร” 28แต่นางทูลตอบพระองค์ว่า “จริงด้วย พระองค์เจ้าข้า แต่สุนัขที่อยู่ใต้โต๊ะนั้นย่อมกินเดนอาหารของลูก” 29แล้วพระองค์ตรัสแก่นางว่า “เพราะเหตุถ้อยคำนี้จงกลับไปเถิด ผีออกจากลูกสาวของเจ้าแล้ว” 30ฝ่ายหญิงนั้นเมื่อไปยังเรือนของตน ได้เห็นลูกนอนอยู่บนที่นอน และทราบว่าผีออกแล้ว มาระโก 7:24-30 พระเยซูเดินทางข้ามไปอีกด้านของประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นการเดินทางที่ไกลพอสมควร แต่ท่านก็ยังเป็นพรให้กับคนที่นั่นคือลูกสาวของหญิงชาติซีเรีย พระเยซูพูดคุยกับนางก่อนที่จะรักษาลูกสาวให้หาย สิ่งที่เห็นได้จากเหตุการณ์ แตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่พระเยซูได้รักษา ทั้งวิธีการพูดคุยของพระเยซูและการตอบสนองของหญิงนั้น 1. หญิงนั้นมีความถ่อมใจเข้ามาหาพระเยซู : แม้ว่าการสื่อสารของพระเยซูจะดูเหมือนพูดรุนแรงกับหญิงนั้น ให้ดูต่ำต้อยกว่า แต่ความจริงแล้ว พระเยซูกำลังทดสอบหญิงนั้นอยู่ ไม่ใช่เรื่องความเชื่อแต่เป็นความถ่อมใจ 2. หญิงนั้นตอบสนองคำพูดของพระเยซูอย่างถูกต้อง : เราเห็นได้ว่าบทสนทนานี้ หญิงนั้นยอมรับในความต่ำต้อยและยังยอมรับในสถานะในสิ่งที่พระเยซูบอกด้วย พวกเขาเป็นคนต่างชาติและหญิงนั้นก็เข้าใจสถานะตนเองเป็นอย่างดี ไม่โต้แย้งใดๆ และคำตอบสนองของนาง ก็ทำให้นางรับการรักษา พระเจ้าทราบหัวใจเราเป็นอย่างดี ว่าจะสื่อสารหรือพูดคุยกับเราแบบไหนอย่างไร เพื่อให้เราเองได้ดำเนินชีวิตและตอบสนองพระทัยของพระองค์อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับเหตุการณ์ของหญิงชาวซีเรียฟินิสเตียนี้ ชาโลม …

พระเยซูรักษาลูกสาวของหญิงชาติซีเรียฟีนิเซียที่ถูกผีสิง Read More »

การทรงรักษาคนป่วยในเยนเนซาเรท

การทรงรักษาคนป่วยในเยนเนซาเรท 34เมื่อข้ามฟากไปแล้วก็มาขึ้นฝั่งที่แขวงเยนเนซาเรท 35คนที่นั่นจำพระองค์ได้ ก็ส่งข่าวไปทั่วแคว้น และต่างก็พาบรรดาคนเจ็บป่วยมาเฝ้าพระองค์ 36พวกเขาทูลขอพระองค์โปรดให้พวกเขาได้แตะต้องเพียงชายฉลองพระองค์เท่านั้น และใครได้แตะต้องก็หายป่วยทุกคน มัทธิว14:34-36 ความเชื่อของพี่น้องที่เยนเนซาเรท ทำให้เราได้เห็นวิธีการทำงานของฤทธื์อำนาจพระเจ้า คือ พวกเขาไม่ได้ขอให้พระเยซูตรัสเพื่อให้หายป่วย และพระเยซูก็ไม่ได้ถามถึงความเชื่อของพวกเขา แต่พวกเขาทำในอีกสิ่งหนึ่ง คือการขอไปแตะต้องเพียงชายฉลองของพระเยซูเท่านั้น และพวกเขาก็หายป่วยทุกคน ซึ่งเหมือนกับหญิงที่ตกเลือดที่ไปแอบแตะฉลองของพระองค์แล้วหายโรคเช่นกัน วิธีการทางความเชื่อ เป็นได้หลายรูปแบบ ไม่ได้มีข้อบังคับ แต่เป็นความเชื่อที่ต้องมีเหมือนกัน คือไม่สงสัย และเชื่อว่าพระเยซูจะรักษาให้หาย เราต้องรักษาความเชื่อเช่นนี้เอาไว้ เพื่อการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยฤทธฺิ์เดชของพระเยซู การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

เปโตรสงสัยจึงจมลงทะเล

เปโตรสงสัยจึงจมลงทะเล เปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอตรัสให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์” 29พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู 30แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว และเมื่อกำลังจะจมก็ร้องว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” 31พระเยซูจึงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ทันที แล้วตรัสว่า “ช่างมีความเชื่อน้อย ท่านสงสัยทำไม?” มัทธิว 14:28-31 ไม่มีอัศจรรย์ใดที่พระเยซูคริสต์ ทำไม่ได้บนโลกนี้ สิ่งที่เกินธรรมชาติทั้งสิ้น ท่านทำให้เราเห็นแล้วผ่านพระวจนะ เช่นเดียวกับที่เปโตรปรารถนาจะเดินบนทะเลเพื่อไปหาพระเยซู และพระเยซูก็รับรองด้วยคำตรัสแล้ว สิ่งที่เราเรียนรู้ได้คือ 1. ขอการรับรองจากพระเจ้า : พระสัญญาของพระองค์เป็นการรับรองที่แน่นอนที่สุด และเพิ่มเติมด้วยการรับรองจาก ถ้อยคำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เราต้องพูดคุย อธิษฐานกับท่าน 2. ใช้ความเชื่อโดยไม่สงสัย : เพราะเปโตรสงสัย ดังที่พระคริสต์บอกว่า ” ท่านสงสัยทำไม ” ทำให้เปโตร จมลงทะเลในที่สุด ความสงสัยที่ให้ความเชื่ออย่างบริบูรณ์ ลดน้อยถอยลงไป ดังนั้น เราต้องเอาความสงสัยออกไป เพื่อให้ความเชื่อเต็มบริบูรณ์ ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน …

เปโตรสงสัยจึงจมลงทะเล Read More »

พระเยซูเดินบนทะเล

พระเยซูเดินบนทะเล และเมื่อให้ประชาชนเหล่านั้นไปหมดแล้ว พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่อจะอธิษฐาน เมื่อถึงเวลาค่ำ พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว แต่ขณะนั้นเรืออยู่กลางทะเลแล้ว และถูกคลื่นโคลงเพราะทวนลมอยู่ ครั้นเวลาสามยามเศษ พระเยซูจึงทรงดำเนินบนน้ำทะเลไปยังเหล่าสาวก เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงดำเนินมาบนทะเล เขาก็ตกใจนัก พูดกันว่า “เป็นผี” เขาจึงร้องอึงไปเพราะความกลัว ในทันใดนั้นพระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงชื่นใจเถิด คือเราเอง อย่ากลัวเลย” มัทธิว 14:23‭-‬27 KJV https://bible.com/bible/175/mat.14.23-27.KJV พระเยซูยังใช้เวลาในการอธิษฐานเพียงลำพังหลังจากที่พระองค์ได้ส่งประชาชนกลับบ้านเมื่อเขาได้ทานอาหารจนอิ่มแล้ว พระเยซูได้ทำการอัศจรรย์โดยการเดินบนทะเลและได้ไปเจอกับเหล่าสาวกที่อยู่กลางทะเล เหตุการณ์นี้ไม่สามารถอธิบายใดๆได้นอกจากเป็นการอัศจรรย์จากพระเยซูในฐานะที่พระองค์เป็นพระเจ้าอย่างแท้จริง เราในฐานะลูกของพระเจ้าต้องไม่จำกัดด้วยสายตาของเรา แต่ต้องเชื่อในอัศจรรย์ที่อยู่เหนือธรรมชาติอย่างที่พระเยซูได้ทำให้เราเห็น พระวจนะตอนนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การบันทึกเหตุการณ์ของพระเยซูเท่านั้น แต่เป็นการทำให้เราเห็นถึงอัศจรรย์ที่เกินธรรมชาติที่เราทั้งหลายควรที่จะต้องยึดและใช้อัศจรรย์เหล่านี้เพื่อพระราชกิจของพระองค์ โดยไม่ต้องสงสัยใดๆ ยิ่งเราเชื่อใน ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เราเองก็จะเห็นอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นผ่านคำอธิษฐานและการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อที่ไม่สงสัยใดๆ หมายสำคัญและการอัศจรรย์ของพระเจ้าจะเกิดขึ้นแก่ชีวิตของเราอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าสูงสุด ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ