คนเหล่านี้แหละที่เอโนคซึ่งเป็นคนชั่วอายุที่เจ็ดนับจากอาดัมพยากรณ์ไว้ว่า นี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้ากำลังเสด็จมาพร้อมกับผู้บริสุทธิ์ของพระองค์นับเป็นหมื่นๆ

คนเหล่านี้แหละที่เอโนคซึ่งเป็นคนชั่วอายุที่เจ็ดนับจากอาดัมพยากรณ์ไว้ว่า นี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้ากำลังเสด็จมาพร้อมกับผู้บริสุทธิ์ของพระองค์นับเป็นหมื่นๆ ยูดา14 เอโนคเป็นผู้ที่ถูกพระเจ้ารับไปก่อนที่น้ำจะท่วมโลก และพระวิญญ่าณได้ย้ำเตือนผ่านยูดาถึงถ้อยคำพยากรณ์ที่เอโนคเคยได้พยากรณ์ถึงคนอธรรมเหล่านี้เอาไว้ คำพยากรณ์ที่เอโนคได้กล่าวไว้ ก่อนหน้าที่พระเยซูจะมาบังเกิดเสียอีก และเมื่อถึงวันนั้น เหล่าฑูตสวรรค์ก็จะมาจัดการกับมารซาตานโดยการนำของจอมกษัตริย์เยซู มธ.24:31 ” แล้วพระองค์จะทรงส่งทูตสวรรค์ทั้งหลายของพระองค์มาด้วยเสียงแตรที่ดังมาก และให้รวบรวมคนทั้งหมดที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว จากทั้งสี่ทิศ ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น ” ผู้บริสุทธิ์ของพระองค์ นั่นก็คือเหล่าผู้เชื่อ ( the saints ) ของพระองค์ที่จะมาพิพากษาร่วมกับพระเยซูคริสต์ในวาระสุดท้าย เป็นคำพยากรณ์ที่กล่าวล่วงหน้าไว้อย่างยาวนานมากจริง ๆ วว.19:14 ” กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป” เราจึงต้องเตรียมชีวิต รักษาชีวิตวันต่อวัน ในการรอคอยการกลับมาของพระเยซู และการมีส่วนในการพิพากษาอันยิ่งใหญ่นี้

ยูดาเปรียบผู้เทียมเท็จเหล่านี้ อย่างต่อเนื่อง

เป็นคลื่นรุนแรงในทะเลที่ซัดฟองแห่งความบัดสีของตนเองขึ้นมา เป็นดวงดาวที่พลัดออกไปนอกวงโคจร ความมืดมิดถูกสงวนไว้สำหรับพวกเขาตลอดกาล ยูดา 13 ยูดาเปรียบผู้เทียมเท็จเหล่านี้ อย่างต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่าง พวกเขาเป็นคลื่นที่ซัดฟองความบัดสีของตนเอง สะท้อนชีวิตที่นำความอธรรมออกมาให้คนอื่นได้เห็น เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ทุกสิ่งที่เขาเหล่านั้นแสดงออกมา ใน อสย.57:20 ” “แต่คนอธรรมนั้นเหมือนทะเลที่กำเริบ ซึ่งนิ่งสงบอยู่ไม่ได้ และน้ำของมันก็กวนตมและเลนขึ้นมา” ดวงดาวที่พลัดออก ; พวกเขาเหมือนจะสำแดงความสว่างไสว แต่สุดท้าย หลุดจากแผนงานและน้ำพระทัยพระเจ้า และนำพาวิญญาณจิตของคนที่ถูกล่อลวงให้ไร้จุดหมาย และไปถึงความพินาศจากความรอดในพระเยซู พวกเขาและคนที่ถูกล่อลวงจะออกจากการปกคลุมฝ่ายวิญญาณของพระเจ้าและไปถึงความมืดมิด ไร้หนทางที่แท้จริงตลอดไป จนถึงวันแห่งการพิพากษา และการร้องไห้ขบเคี้ยวฟัน

คนเหล่านี้เป็นพวกที่ทำให้งานเลี้ยงเชื่อมความรักสามัคคีของพวกท่านเสื่อมเสียไป

คนเหล่านี้เป็นพวกที่ทำให้งานเลี้ยงเชื่อมความรักสามัคคีของพวกท่านเสื่อมเสียไป ขณะที่พวกเขาร่วมกินเลี้ยงกับพวกท่านโดยปราศจากความยำเกรง เขาเป็นผู้เลี้ยงแกะที่เลี้ยงแต่ตัวเอง เป็นเมฆที่ไม่มีน้ำที่ถูกพัดลอยไปตามลม เป็นต้นไม้ที่ไร้ผลในฤดูที่ออกผลและตายมาสองหนแล้วเพราะถูกถอนออกทั้งราก ยูดา 1:12 งานเลี้ยงในช่วงคริสตจักรยุคแรก มีงานเลี้ยงอย่างที่พระเยซูได้เคยอุปมาไว้ มีทั้ง คนรวยและคนยากจน แต่คนกลุ่มนี้ที่ยูดากล่าวถึง พวกเขามาและขาดความยำเกรงพระเจ้า แม้เขาอ้างตัวเป็นผู้เลี้ยงแกะ แต่ก็ทำเพื่อตัวเขาเองทั้งสิ้น ทำให้งานเลี้ยงควรจะมีแต่การเสียสละให้สิ่งดีแก่คนอื่น ต้องมัวหมองไป มารซาตานเข้ามาครอบงำแทน ยูดากล่าวถึงเมฆที่ไม่มีน้ำ เป็นเหมือนจิตวิญญาณที่แห้งเหือดในฝ่ายวิญญาณ จากชีวิตที่ควรเป็นพร ดังเมฆฝนที่จะตกลงมาเพื่อทำให้เกิดความชุ่มชื้น กลับไม่มีอะไรที่จะเป็นพรได้เลย ซ้ำร้ายยังกล่าวพระกิตติคุณเท็จและไม่ยกพระเกียรติให้พระเยซูอีกด้วย ต้นไม้ที่ควรจะออกผลตามฤดูกาล เพราะติดสนิทกับพระเจ้า กลับไม่มีผลตามฤดูกาลและตายในที่สุด และ จะถูกถอนรากทิ้ง เราเห็นได้ว่าผู้ที่ขาดความสัมพันธ์กับพระวิญญาณทุกวัน และมีแนวโน้มถูกนำด้วยเนื้อหนังและความบาปจะไม่สามารถไปถึงพระทัยของพระบิดาได้เลย