Intimacy with Him

เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น

พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า “เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น” แล้วพระองค์ตรัสว่า “ไปบอกชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า ‘พระองค์ผู้ทรงพระนามว่า เราเป็นทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย’ ” อพย 3: 14 พระนามของพระเจ้า นั้น ยิ่งใหญ่และสมควรรับการสรรเสริญอย่างที่สุด พระนามพระองค์เป็นนามเดียวที่จะนำเราไปถึงการอวยพร การปลดปล่อย ความไพบูลย์ พระองค์เป็นอยู่วานนี้ วันนี้และสืบๆ ไป เป็นนิตย์ พระเกียรติสิริเป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว เมื่อเราสรรเสริญ เราจะยกพระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ไม่ให้เราได้เห็นพระองค์ เพื่อเราจะได้ไม่เอาไปเป็นรูปเคารพสำหรับบูชา แต่เรายกพระนามพระองค์จากจิตใจภายในของเรา ที่พระวิญญาณได้ทำงานอยู่

เราจะอยู่กับเจ้าแน่

พระองค์ตรัสว่า “เราจะอยู่กับเจ้าแน่ นี่เป็นหมายสำคัญให้เจ้ารู้ว่าเราใช้เจ้าไป คือเมื่อเจ้านำประชากรออกจากอียิปต์แล้ว เจ้าทั้งหลายจะมานมัสการพระเจ้าบนภูเขานี้” อพย 3 : 12 หลาย ๆครั้งพระบิดา พระเจ้าของเราทั้งหลายได้เปิดเผยวิธีการในการแก้ไขสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ ด้วยสติปัญญาและแผนงานซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจเรา พระองค์จะมีวิธี ที่เราต้องฟัง และไวในการฟังเสียงของพระองค์เพื่อว่า เราจะได้อยู่ในแผนงานที่พระองค์ได้สถาปนาขึ้นไว้ พระองค์ย้ำให้เรารู้ว่า “พระบิดาของเราจะอยู่กับเราเสมอ” แม้เราไม่สามารถมองเห็นพระองค์แต่เราได้รับรู้ว่า พระองค์ยังอยู่ใกล้ และอยู่ในเรา จึงเป็นความมั่นใจในการดำเนินชีวิต ปรนนิบัติพระองค์ต่อไปได้ หมายสำคัญเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่พระเจ้าจะสำแดงให้เราได้ทราบเมื่อสิ่งที่พระองค์บอกให้เราทำนั้น สำเร็จแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เราต้องใกล้ชิดพระเจ้าอย่างมาก เพื่อรับการสำแดงจากพระองค์

บัดนี้เสียงร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว

บัดนี้เสียงร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว ทั้งเราได้เห็นการบีบคั้นซึ่งคนอียิปต์ทำต่อพวกเขา อพย 3.9 พระเจ้าได้ยินทุกคำร้องทูลของเราเสมอ ไม่ว่าเราจะพูด ระบาย อ้อนวอน วิงวอน พระองค์อย่างไรก็ตาม  ทุกถ้อยคำที่ออกมาจากปากของเรา ไปถึงพระองค์เสมอ และพระองค์ พร้อมที่จะมีหนทาง ที่จะตอบคำร้องทูลของเรา ด้วยความรักที่พระองค์ได้มีแก่เรา ช่วงเวลาที่เราอาจต้องอดทนในความยากลำบาก นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ ที่พระองค์มีแก่เราและ รวมถึงการตอบในคำอธิษฐานด้วย  การที่เราเผชิญสถานการณ์ที่ดูเหมือนยากลำบากอยู่นั้น ก็เพื่อพระพรที่เราจะได้รับในอนาคตนั่นเอง

และบัดนี้จงไปเถิด เราจะใช้เจ้าไปเข้าเฝ้าฟาโรห์

บัดนี้เสียงร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว ทั้งเราได้เห็นการบีบคั้นซึ่งคนอียิปต์ทำต่อพวกเขา 10และบัดนี้จงไปเถิด เราจะใช้เจ้าไปเข้าเฝ้าฟาโรห์ เพื่อจะได้พาประชากรของเราคือชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์” อพย 3 : 9-10 เมื่อพระเจ้ารู้ถึงภาระ ต่าง ๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่ พระองค์รู้ล่วงหน้าอยู่ทั้งสิ้นแล้ว และพระองค์ก็พร้อมที่จะเปิดเผยแผนการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ให้แก่เราได้่รู้ เพื่อเราจะได้มีหนทางที่จะเดินต่อไปได้ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และพระพรอย่างมาก เมื่อเราใกล้ชิดพระองค์ และฟังพระองค์ พระองค์เองจะค่อย  ๆ เปิดเผยแผนการของพระองค์ วิธีการ แนวทาง ต่าง  ๆ ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะได้บอกแก่เราเป็นการเจาะจงเพื่อเราจะสามารถดำเนินการตามได้  แม้สายตาของเราอาจจะยังเห็นอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้า แต่หนทางที่พระองค์จะได้เปิดเผยนั้น ยิ่งใหญ่นัก ให้เราไวและฟังเสียง แนวทางที่พระองค์จะนำและนำไปใช้ในการทำงาน ทั้งสิ้นให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์

เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากแผ่นดินนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดม กว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ อพย 3 : 8 พระเจ้ารู้ทุกสิ่งที่เราเผชิญอยู่ และพระองค์มีแผนการและพร้อมที่จะช่วยเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อเราเองได้ไว้วางใจในพระองค์ ด้วยสิ้นสุดจิต สุดใจแล้ว เราจะได้รับความช่วยเหลือ ในเวลาอันเหมาะสม พระองค์สัญญาว่าจะได้เราได้รับทุกสิ่งตามพระสัญญาของพระองค์ ดังนั้นเราต้องไว้วางใจในพระนามของพระองค์ ด้วย พระเจ้าทราบถึงสิ่งที่อิสราเอลกำลังประสบอยู่ และพระองค์สัญญาผ่านโมเสสคือคนที่พระองค์เลือกเพื่อจะไปทำให้พันธกิจของพระองค์ผ่านชนชาติอิสราเอลนั้นสำเร็จ

เราได้ยินเสียงร้องของพวกเขา

พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราเห็นความทุกข์ของประชากรของเราที่อยู่ในอียิปต์แล้ว เราได้ยินเสียงร้องของพวกเขา เพราะการกดขี่ของพวกนายทาส เรารู้ถึงความทุกข์ร้อนต่างๆ ของเขา อพย 3 : 7 วิถีชีวิตคริสเตียนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เรายังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ แรงกดดัน ภาระ อุปสรรค รวมถึงปัญหาต่าง ๆที่คอยถาถมเข้ามา สิ่งที่เรารับรู้ได้คือพระเจ้าผู้สถิตบนสวรรค์เฝ้ามองดูเราอยู่ทุกเวลา และพระองค์ก็รับรู้ถึงสิ่งที่เราเผชิญอยู่ก่อนหมดแล้วทั้งสิ้น และพระองค์ก็มีแผนการที่จะจัดเตรียมให้เราได้ผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ ด้วย หน้าที่อันสำคัญของเราคือการที่รอคอยและไว้วางใจในพระทัยของพระองค์ พร้อมกับการอธฺิษฐานขอการช่วยเหลือ ช่วยกู้ที่มาจากพระองค์ด้วย พระองค์ก็เป็นห่วงเราและปรารถนาจะช่วยเราให้ผ่านทุกสถานการณ์ไปให้ได้

เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า

แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า “เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ” โมเสสปิดหน้าเพราะกลัว ไม่กล้ามองดูพระเจ้า อพย 3 : 6 พระเจ้าทราบทุกสิ่ง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา พระเจ้าเป็นพระบิดาผู้สร้างเราทั้งหลายมาด้วยความรัก พระองค์บริสุทธิ์ และเป็นที่ยำเกรงแม้แต่โมเสสก็มิกล้าที่จะมองพระองค์ พระองค์บริสุทธิ์และปรารถนาให้เราบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน พระองค์ปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระองค์ และเมื่อถึงช่วงเวลานึงพระองค์จะสำแดงพระองค์เองแก่เรา เราอยู่ในยุคที่พระวิญญาณอยู่ในเรา เราเองจึงไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด และเราเองก็ปราถรนาที่จะใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นทุกวัน เพราะเรารักและวางใจในพระนามของพระองค์

เพราะว่าตรงที่เจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์

พระองค์ตรัสว่า “อย่าเข้ามาใกล้ที่นี่ ถอดรองเท้าของเจ้าออกเสีย เพราะว่าตรงที่เจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์” อพย 3 :5 เมื่อพระยาเวห์เริ่มต้นที่จะเข้ามาใกล้และพูดคุยกับโมเสส การที่พระองค์ลงมาสถิตในบริเวณพุ่มไม้ที่ไม้ไฟอยู่ เป็นพื้นที่แห่งความบริสุทธิ์ และเป้นที่ยำเกรง โมเสสแม้ว่าในอนาคตจะเป็นผู้ที่พระองค์ได้เลือกและใช้ท่านอย่างมาก ก้าวย่างแรก ท่านยังต้องถ่อมตัวและจำนนต่อความบริสุทธิ์ของพระองค์ เมื่อเรานมัสการและอยู่ในบรรยากาศที่พระวิญญาณ สถิตและทำงานภายในวิญญาณจิต เราจะสัมผัสการทรงสถิต สันติสุข การเต็มล้น ความบริสุทธิ์ ความรักที่เต็มบริบูรณ์จากพระองค์ได้อย่างมากมาย นั่นทำให้เรา รับการแตะต้อง และอยากที่จะทำในสิ่งที่เป็นพระทัยของพระองค์ ให้ได้มากขึ้น ตัวอย่างที่โมเสส ได้รับการเรียก และทำในสิ่งที่พระองค์ใช้ท่านให้ทำ ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน เมื่อพระบิดารับรองแล้ว ทุกสิ่งล้วนจะสำเร็จได้

โมเสส โมเสสเอ๋ย

เมื่อพระยาห์เวห์ทอดพระเนตรเห็นท่านหันมาดู พระองค์จึงตรัสเรียกท่านจากพุ่มไม้นั้นว่า “โมเสส โมเสสเอ๋ย” อพย 3:4 พระลักษณะพระเจ้าได้ถ่ายทอดมาถึงมนุษย์อย่างเราในทุกๆ ด้าน เราเห็นได้จากที่พระองค์มองดู โมเสส จากฟ้าสวรรค์ เราเห็นพระลักษณะที่แสดงออกของพระองค์ อย่างชัดเจน อย่างที่มนุษย์อย่างเรานั้นเป็น พระองค์สนใจในทุกอิริยบทชีวิตของเรา พระองค์เฝ้ามองเรา และปรารถนาอย่ากจะใช้เวลากับเรามาก ในขณะเดียวกันพระเยซูก็ได้อธิษฐานวิงวอนเผื่อเราอยู่บนฟ้าสวรรค์เช่นกัน และพระวิญญาณก็ยังทำงานอยู่ภายในเราตลอดเวลา นับได้ว่าเป็นความผูกพันที่พระบิดาของเรามีให้แก่เราอย่างเหลือล้น พระองค์เป็นคำตอบเดียวเท่านั้น

เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เจ้าจงเกิดผู้คนทวีมากขึ้น

พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เจ้าจงเกิดผู้คนทวีมากขึ้น ประชาชาติหนึ่งและหลายประชาชาติจะเกิดมาจากเจ้า กษัตริย์หลายองค์จะออกมาจากเจ้า  ปฐก 35 11 พระสัญญาและความยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าได้บอกแก่ยาโคบนั้น ทำให้รู้ว่าพระเจ้าที่สร้างเรา ยิ่งใหญ่มากมายเพียงใด และชีวิตที่พระองค์ใช้ยาโคบนั้นก็เช่นกัน ท่านได้กลายเป็นพระพระให้กับคนเป็นอันมาก เราในฐานะลูกของพระองค์ เราได้รับพระสัญญาเดียวกันกับพระองค์ เราต้องยืนหยัดมั่นคงในความเชื่ออย่างแข็งขันเพื่อให้พระนามของพระองค์จะเป็นที่ เคารพสักการะนิรันดร พระเกียรติจะเป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว พระองค์เป็นคำตอบสำหรับทุกสิ่งในชีวิตของเรา

ชื่อของเจ้าจะเป็นอิสราเอล

พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า “เจ้ามีชื่อว่ายาโคบ เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป เพราะชื่อของเจ้าจะเป็นอิสราเอล” ดังนั้นพระองค์ทรงเรียกท่านว่าอิสราเอล ปฐก 35:10 เมื่อพระเจ้าเลือกที่จะใช้คนที่พระองค์ได้ตั้งไว้ พระองค์จะเตรียมชีวิตและปัจจัยจำเป็นต่าง  ๆเพื่อสานต่องานของพระองค์ให้สำเร็จ ยาโคบได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น อิสราเอล และชื่อ ยังคงมีอิทธิพลมากในอันดับต้น ๆ ของโลก ในปัจจุบัน พระเจ้าของเรานั้นยิ่งใหญ่สูงสุด เมื่อพระองค์รับรองสิ่งที่เราทำแล้ว พระองค์จะได้ทำให้สำเร็จ เพื่อพระนามของพระองค์จะได้รับเกียรติ พระองค์จะประทานความจำเป็นทุกสิ่งให้ และพระองค์จะใช้ และยกชู ลูกที่รัรกของพระองค์ ให้เต็มบริบูรณ์ในทางของพระองค์

ทำแท่นบูชาที่นั่นแด่พระเจ้าผู้สำแดงพระองค์แก่เจ้า

พระเจ้าตรัสแก่ยาโคบว่า “ลุกขึ้นไปเบธเอล และอาศัยอยู่ที่นั่น ทำแท่นบูชาที่นั่นแด่พระเจ้าผู้สำแดงพระองค์แก่เจ้าเมื่อเจ้าหนีไปจากเอซาวพี่ชายของเจ้า” ปฐก 35 : 1 พระเจ้ามีแผนการช่วยเหลือเราในทุกด้านและทุกทางอยู่เสมอ  ในขณะที่เอซาวอาฆาตยาโคบ พระเจ้าโปรดเมตตา บอกแก่ยาโคบให้ท่านหนีไปที่เบธเอล  และทำแท่นบูชาที่นั่น พระเจ้าใส่ใจทุกรายละเอียดชีวิตของเราและพระองค์มีแผนการที่จะคอยช่วยเหลือเราในทุกอย่างอยู่เสมอ เพียงเราไว้วางใจในพระนามของพระองค์ ทุกสิ่งก็จะเป็นไปได้  ยิ่งเมื่อเราใกล้ชิดและฟังเสียงพระองค์ หนทางที่อยู่ข้างหน้าพระองค์ก็จะสำแดงและบอกให้เราได้ทราบ สรรเสริญพระเจ้า