Intimacy with Him

แล้วจงขึ้นมาบนภูเขาซีนายแต่เช้า จงคอยเฝ้าเราบนยอดภูเขานั้น

1พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงสกัดศิลาอีกสองแผ่นเหมือนเดิมแล้วเราจะจารึกคำเหมือนในแผ่นเก่าที่เจ้าทำแตกนั้นให้ 2จงเตรียมให้พร้อมเวลาเช้า แล้วจงขึ้นมาบนภูเขาซีนายแต่เช้า จงคอยเฝ้าเราบนยอดภูเขานั้น อพย 34 :1-2 พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ความเมตตาและให้โอกาสอยู่เสมอ พระองค์ไม่เคยจดจำความผิดเพราะรู้ว่า เรายังไม่สมบูรณ์ทุกเรื่อง แต่ต้องเข้ามาด้วยใจถ่อม พระเจ้าจารึกแผ่นศิลาให้แก่โมเสสอีกครั้งหลังจากที่โมเสสทำแตกเพราะบันดาลโทสะเรื่องการไหว้รูปเคารพวัวทองคำของอิสราเอล พระเจ้าไม่ได้โกรธท่านเรื่องนี้ แต่สั่งให้ท่านทำศิลาเพื่อพระองค์จะได้จารึกพระบัญญัติเอาไว้ให้อิสราเอล เราจึงไม่ต้องปรักปรำหรือฟ้องผิดตัวเอง อีกต่อไปเพราะเมื่อเราสารภาพบาป ความบาปนั้นก็หายไปในทันที เราต้องเชื่อในพระเมตตาคุณของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าจะเห็นหน้าของเราไม่ได้ เพราะมนุษย์เห็นหน้าเราแล้วจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้

20พระองค์จึงตรัสว่า “เจ้าจะเห็นหน้าของเราไม่ได้ เพราะมนุษย์เห็นหน้าเราแล้วจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้” 21พระยาห์เวห์ตรัสอีกว่า “ดูสิ มีที่แห่งหนึ่งอยู่ใกล้เรา เจ้าจงไปยืนอยู่บนศิลานั้น 22แล้วขณะเมื่อพระสิริของเรากำลังผ่านไป เราจะซ่อนเจ้าไว้ในซอกหิน และจะบังเจ้าไว้ด้วยมือเราจนกว่าเราจะผ่านไป อพย 33 : 20-22 โมเสส เห็นพระสิริของพระเจ้า ที่ผ่านท่านไป เพราะไม่สามารถมองหน้าพระเจ้าได้ เพียงแค่การได้เห็นพระสิริผ่านไปนั้น ก็ทำให้ท่าน มีพระสิริพระเจ้าติดตัวท่าน จนท่านต้องเอาผ้ามาปิดหน้า เพราะพระสิริได้มาถึงชีวิตของท่านและต้วท่านก็ได้ทอแสงพระสิริของพระองค์ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเมื่อเราจะได้สัมผัสและเห็นพระสิริของพระองค์ทอแสงมาถึงชีวิตเรา เมื่อเรามีชีวิตที่แสวงหาพระเจ้า ใกล้ชิดพระองค์ นมัสการ อยู่ในการทรงสถิตของพระองค์ ยิ่งเราใช้เวลากับพระองค์ มาก เราก็จะสัมผัสพระทัยพระองค์ เมื่อเราได้นมัสการพระองค์ เราจะสัมผัสพระสิริของพระองค์ เราต้องเชื่อเช่นนั้น และมีประสบการณ์อย่างที่โมเสสได้มีประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้

ขอทรงสำแดงพระสิริของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด

18โมเสสจึงกราบทูลว่า “ขอทรงสำแดงพระสิริของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด” 19พระองค์จึงตรัสตอบว่า “เราจะให้คุณความดีทั้งสิ้นของเราประจักษ์แจ้งต่อหน้าเจ้า และเราจะประกาศนามของยาห์เวห์ต่อหน้าเจ้า เราประสงค์จะโปรดปรานผู้ใดก็จะโปรดปรานผู้นั้น และเราประสงค์จะเมตตาผู้ใด เราก็จะเมตตาผู้นั้น” อพย 33 : 18-19 เป็นสิทธิ์ของพระเจ้าที่ให้แก่เรา คือที่พระองค์จะเมตตา หรือโปรดปรานผู้ใด พระองค์ก็จะให้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำเพียงอย่างเดียว พระองค์ดูท่าที และหัวใจภายใน ทำให้หลายครั้ง เราเห็นว่า คนที่เราคิดว่าไม่สมควรได้ แต่เขากลับได้ เป็นไปได้ว่าพระองค์เมตตาเขาคนนั้นอยู่ แน่นอนว่าการที่เราดำเนินตามพระทัยด้วยสุดหัวใจ นั่นเป็นสิ่งที่พระองค์โปรดปรานแน่นอน แม้่ว่าเรายังอ่อนแอและต้องต่อสู้กับความบาปอยู่ทุกวัน พระคุณพระเจ้าก็จะมาถึงเราอย่างแน่นอน การที่เราได้มีประสบการณ์ในพระสิริของพระองค์ เมื่อเราใช้เวลากับพระองค์ อธิษฐาน นมัสการพระองค์ จะทำให้เราเต็มอิ่ม เต็มล้นในฝ่ายวิญญาณอย่างมาก ทำให้เรามีกำลังและเรี่ยวแรงในการดำเนินชีวิตแต่ละวันต่อไปได้ เราต้องขอต่อพระองค์ ขอสำแดงพระสิริมาถึงเราทั้งหลาย