Intimacy with Him

ก่อนที่พระเยซูจะเริ่มต้นพันธกิจ พระองค์ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระบิดาทุกวันแต่เช้ามืด

35ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ และทรงอธิษฐานที่นั่น 36ซีโมนและคนเหล่านั้นที่อยู่ด้วยก็ตามหาพระองค์ 37เมื่อพบแล้วพวกเขาจึงทูลว่า “ทุกคนกำลังตามหาพระองค์” 38พระองค์จึงตรัสแก่พวกเขาว่า “ให้พวกเราไปยังเมืองที่อยู่ใกล้เคียง เราจะได้ประกาศที่นั่นด้วย การที่เรามาก็เพื่อสิ่งนี้” 39แล้วพระองค์เสด็จไปประกาศในธรรมศาลาของพวกเขาทั่วแคว้นกาลิลี และขับผีทั้งหลายออก มาระโก1 : 35-39 ก่อนที่พระเยซูจะเริ่มต้นพันธกิจ พระองค์ใช้เวลาในการอธิษฐานกับพระบิดา แต่เช้ามืด อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าพระองค์จะเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพระบิดากับพระบุตรนั้นแน่นแฟ้นมาก จนทำให้การอธิษฐาน และใช้เวลาในทุกเช้าของพระเยซูมีคุณค่ายิ่ง พระองค์ยังใช้เวลาในการสั่งสอน ทั่วแคว้น และ ใช้ฤทธิ์อำนาจในการขับผี อย่างที่พระองค์ทำ เราต้องเสริมสร้างพระกาย โดยการสั่งสอนพระวจนะ และขับผี ด้วยฤทธิ์อำนาจจากพระบิดา อย่างต่อเนื่อง เพื่อการปลดปล่อย จะมาถึงผู้เชื่อ ที่อยู่ในพันธนาการ ทั้งสิ้น และขยายแผ่นดินและอาณาจักรของพระบิดาออกไป อย่างไม่สิ้นสุด ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก เติบโตในพระคริสต์ ติดสนิทพระวิญญาณ

น้ำพระทัยสูงสุดของพระองค์คือให้เราทั้งหลาย ไม่มีโรคภัย แข็งแรงและสมบูรณ์อยู่เสมอ

14ครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเรือนของเปโตร พระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็นแม่ยายของเปโตรนอนป่วยจับไข้อยู่ 15พระองค์ทรงถูกต้องมือนาง ไข้นั้นก็หาย นางจึงลุกขึ้นปรนนิบัติเขาทั้งหลาย มัทธิว 8 : 14-15 พระเยซูคริสต์ ให้ฤทธิ์เดชเราในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บทั้งสิ้น น้ำพระทัยสูงสุดของพระองค์คือให้เราทั้งหลาย ไม่มีโรคภัย แข็งแรงและสมบูรณ์อยู่เสมอ แม่ยายเปโตร ป่วยและมีไข้ ซึ่งอาจมีอาการตัวร้อน ด้วย ( ภาษาอังกฤษ ใช้ lying sick and fevering ) คือทั้งนอนป่วย และมีไข้ ตัวร้อน และเมื่อพระเยซู แตะต้องมือของนาง ไข้นั้นก็หายไป ( the fever left her ) คือ ไข้ได้ออกไปจากร่างกายนาง นี่คือสิ่งที่เราทั้งหลายต้องเชื่อ เชื่อในพระนามพระเยซูว่า พระองค์โปรดรักษาการป่วยไข้ ทั้งสิ้นได้ แม้จะเป็นไข้ทั่วไป อย่างเหตุการณ์ในตอนนี้ เราต้องมีความเชื่ออย่างเข้มแข็ง และกล้าประกาศชัยชนะเหนือโรคภัยทั้งสิ้น ในนามของพระเยซู โปรดให้ฤทธิ์เดชของพระคริสต์ และการขับเคลื่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์นำหน้า การปรนนิบัติพระองค์ในชีวิตของเราทั้งหลาย ด้วย สรรเสริญพระบิดา ชาโลม …

น้ำพระทัยสูงสุดของพระองค์คือให้เราทั้งหลาย ไม่มีโรคภัย แข็งแรงและสมบูรณ์อยู่เสมอ Read More »

พระเยซูรักษาคนที่ผีโสโครก

พระเยซูรักษาคนที่ผีโสโครก 23มีชายคนหนึ่งในธรรมศาลาของเขามีผีโสโครกเข้าสิง มันได้ร้องออกมา 24ว่า “พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ปล่อยเราไว้ เราเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเล่า ท่านมาเพื่อจะทำลายเราหรือ เรารู้ว่าท่านเป็นผู้ใด ท่านคือองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า” 25พระเยซูจึงตรัสห้ามมันว่า “เจ้าจงนิ่งเสีย ออกมาจากเขาซิ” 26และเมื่อผีโสโครกทำให้คนนั้นชักและร้องเสียงดังแล้ว มันก็ออกมาจากเขา มาระโก 1: 23-26 มนุษย์อาจผิดพลาด ล้มเหลว หรือดำเนินชีวิตในความบาป ในอดีต มานาน ก่อนที่พวกเขาจะได้สัมผัสถึงพระคุณพระเจ้า และอำนาจมืดบางอย่างก็อาจจะครอบงำชีวิตของเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็นผีบางตัว หรือ เทพ ที่อดีต บรรพบุรุษได้นำมาถึงชีวิตของบางคน จนส่งผลต่อฝ่ายวิญญาณจิตและกายภาพ พระเยซูได้ขับผี และสั่งให้มันออกมาจากชายคนนั้น และเขาก็หายดี เหตุการณ์อัศจรรย์นี้นำให้เรื่องราวของพระเยซูเป็นที่ เลื่องลือไปไกล เรามีฤทธิ์อำนาจในการขับผี เพื่อช่วยในการปลดปล่อยบางคน ที่ถูกผีเข้าครอบงำ คนจะรับการปลดปล่อย เมื่อเรามีความเชื่อและใช้สิทธิอำนาจนี้ ในการรักษาในนามของพระเยซู ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด กับยุคที่มีใช้หลักเหตุผลและวิทยาศาสตร์ อย่างปัจจุบันนี้ ผู้เชื่อต้องลุกขึ้นและประกาศฤทธิ์เดชของพระเยซู ในการักษาคนที่มีผีเข้า นั่นคือ เราต้องเข้าใจพระทัยของพระวิญญาณ มากขึ้น เพื่อขอการสำแดงจากพระองค์ ในการทำพระราชกิจของพระองค์นี้ด้วย ฤทธิ์เดชมีอยู่ในผู้เชื่อทุกคน เราต้องเชื่อในการใช้ฤทธิ์เดชเพื่อพระนามของพระเยซูจะได้รับเกียรติสูงสุด ชาโลม …

พระเยซูรักษาคนที่ผีโสโครก Read More »

การสอนแบบพระเยซู

การสอนแบบพระเยซู 21พระองค์กับพวกของพระองค์จึงเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม และพอถึงวันสะบาโตพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาเทศนาสั่งสอน 22เขาทั้งหลายก็อัศจรรย์ใจด้วยคำสั่งสอนของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสั่งสอนเขาด้วยสิทธิอำนาจ หาเหมือนพวกธรรมาจารย์ไม่ มก 1 : 21 – 22 พระเยซูเป็นแบบอย่างให้แก่เราในการดำเนินชีวิตและมีส่วนในการปรนนิบ้ติพระราชกิจของพระองค์ มากมาย เรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือการสอน 1. คำสอนที่นำการปลาบแปลบใจมาถึง พวกเขาอัศจรรย์ใจในคำสอนของพระเยซู เพราะไม่มีผู้ใดที่จะสอนได้เหมือนพระองค์ 2. คำสอนที่มีสิทธิอำนาจ : ไม่ใช่เพียงความรู้ ที่จำมา หรือเพียงการศึกษา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หลักการตีความ เท่านั้น แต่ ลึกลงไประดับวิญญาณจิต คือการที่พระวิญญาณ สำแดง ถ้อยคำที่มีสิทธิอำนาจในการปลดปล่อย ผู้ฟัง ให้มีชัยชนะ และเต็มล้นหัวใจ ให้เป็นแบบพระองค์มากยิ่งขึ้น ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์สอนเราทั้งหลายที่ เต็มไปด้วยถ้อยคำที่มีสิทธิอำนาจ อยู่เสมอ ในการปรนนิบัติ รับใช้พระองค์ และนำพระพรไปถึงคนมากมาย ในนามพระเยซู อาเมน ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใกล้ชิดสนิทสนมพระวิญญาณบริสุทธิ์ วันต่อวัน หน้าหลัก …

การสอนแบบพระเยซู Read More »

การอัศจรรย์เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตผู้เชื่อพระเยซู

ในศาลาเหล่านั้นมีคนป่วยเป็นอันมากนอนอยู่ คนตาบอด คนง่อย คนผอมแห้ง กำลังคอยน้ำกระเพื่อม 4ด้วยมีทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมากวนน้ำในสระนั้นเป็นครั้งคราว เมื่อน้ำกระเพื่อมนั้น ผู้ใดก้าวลงไปในน้ำก่อน ก็จะหายจากโรคที่เขาเป็นอยู่นั้น 5ที่นั่นมีชายคนหนึ่งป่วยมาสามสิบแปดปีแล้ว 6เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรคนนั้นนอนอยู่และทรงทราบว่า เขาป่วยอยู่อย่างนั้นนานแล้ว พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ป่วยนั้นทูลตอบพระองค์ว่า “ท่านเจ้าข้า เมื่อน้ำกำลังกระเพื่อมนั้น ไม่มีผู้ใดที่จะเอาตัวข้าพเจ้าลงไปในสระ และเมื่อข้าพเจ้ากำลังไป คนอื่นก็ลงไปก่อนแล้ว” 8พระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงลุกขึ้นยกแคร่ของเจ้าและเดินไปเถิด” 9ในทันใดนั้นคนนั้นก็หายโรค และเขาก็ยกแคร่ของเขาเดินไป วันนั้นเป็นวันสะบาโต ยอห์น 5 : 3-9 ความเชื่อในการอัศจรรย์ถือเป็นเรื่องปกติ ของคนยิว พวกเขารับรู้ถึงเรื่องราวของฑูตสวรรค์ที่จะมาทำอัศจรรย์และรักษาคนป่วย ที่สระเบธซาธา นั่นคือก่อนที่พระเยซูจะมาทำพันธกิจ พระเจ้าโปรดใช้ ฑูตสวรรค์ในการนำการรักษามาถึงคนป่วย แต่นั่นก็ไม่ได้เกิดบ่อยครั้งนัก เป็นเพียงครั้งคราวเท่านั้น และเหตุการณ์ที่พระเยซูได้มารักษาโรคคนที่ป่วยมาสามสิบแปดปี ก็สร้างความอัศจรรย์ให้กับคนยิวเป็นอย่างมาก ทั้งสรรเสริญพระเจ้า เพราะการอัศจรรย์นี้ การประกาศการหายโรค เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคริสเตียน อย่างเดียวกับที่พระคริสต์ได้ทำพันธกิจนั้น เมื่อเราสั่งให้การป่วยไข้หาย เราประกาศด้วยความเชื่อตาม สิทธิอำนาจและพันธสัญญาที่พระเยซูได้มอบไว้ให้แก่เรา วิธีการง่าย ๆ เช่นนี้ ก็เพียงพอที่พระองค์จะทำงานผ่านชีวิตของเราทั้งหลายในฐานะที่เราเป็นลูกของพระองค์ สรรเสริญพระบิดา ขอพระเกียรติสิริ ฤทธานุภาพ เป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว …

การอัศจรรย์เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตผู้เชื่อพระเยซู Read More »

อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในพระเยซูคริสต์ด้วย

John 14:1-3 “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีคฤหาสน์หลายแห่ง ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย และถ้าเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย ความวิตก หลายครั้งเกิดจากสิ่งที่ สายตามองเห็นอยู่ตรงหน้า หรือ อดีตที่เราเคยจดจำ ในความวิตกนั้นๆ ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกในลักษณะเดียว แต่ในพระเจ้า มีความเชื่อ และความเชื่อ จะนำมาซึ่งความสำเร็จ เชื่อในพระคริสต์ ผู้ไถ่นิจ นิรันดร จะนำการอวยพรมาถึง เราทั้งหลาย พระเยซู ไปสวรรค์ เพื่อตระเตรียมสถานที่ให้เรา เรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะกังวล บนโลกนี้ อีกไปทำไม ความวางใจ และความมั่นใจในพระเยซู จะทำให้ เรามีชัยเหนือการงานบนโลกนี้ วันนี้ พระเยซู ยังคงอธิษฐานวิงวอนเผื่อเราอยู่ตลอดเวลา เรามีแรงหนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล แล้วเราจะกังวล กับสิ่งใดอีกเล่า ขอบพระคุณพระเจ้่า สรรเสริญ พระเจ้า พระบิดา ยาเวห์ ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ …

อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในพระเยซูคริสต์ด้วย Read More »

พระเยซูเทศนา ณ ธรรมศาลา เมืองนาซาเร็ธ

พระเยซูเทศนา ณ ธรรมศาลา เมืองนาซาเร็ธ 16แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธ ที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตเช่นเคย และทรงยืนขึ้นเพื่อจะอ่านพระธรรม 17เขาจึงส่งคัมภีร์อิสยาห์ผู้เผยพระวจนะให้แก่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงคลี่หนังสือนั้นออก ก็ทรงพบข้อที่เขียนไว้ว่า 18 “พระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้า สถิตกับข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาประกาศอิสรภาพแก่พวกเชลย ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับให้เป็นอิสระ 19 และประกาศปีแห่งความโปรดปรานขององค์พระผู้เป็นเจ้า” 20แล้วพระองค์ทรงม้วนหนังสือส่งคืนให้แก่เจ้าหน้าที่ แล้วประทับลง และตาของทุกคนที่อยู่ในธรรมศาลาก็จ้องดูพระองค์ 21พระองค์จึงเริ่มต้นตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “พระคัมภีร์ตอนนี้ที่พวกท่านได้ยินกับหูก็สำเร็จแล้วในวันนี้” ลูกา 4:16-20 เหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นว่า พระวจนะเป็นจริงได้อย่างไร เราเห็นถึงการที่ คำพยากรณ์ในอดีตมากมายที่ได้เขียนไว้ และโดยเฉพาะเรื่องของพระเมสสิยาห์ และสำหรับผู้ที่รอคอยด้วยความเชื่อวางใจ พวกเขาก็จะได้รับและได้เห็นสิ่งเหล่านี้ เมื่อพระเยซู ได้อ่านในพระธรรมอิสยาห์ ที่เป็นคำพยากรณ์กล่าวถึงพระองค์ และพระองค์ได้ สรุปเป็นถ้อยคำที่ชัดเจนอย่างยิ่งคือ ” พระวจนะตอนนี้ได้สำเร็จแล้ว ” ซึ่งหมายถึงคำพยากรณ์ได้สำเร็จเป็นจริงแล้ว สำหรับผู้ที่เชื่อในพระองค์ พวกเขาได้รับไว้แล้ว นั่นคือ การเป็นอิสระในฝายวิญญาณ พวกเขาได้รับข่าวดี และการรักษาให้หาย แม้ว่า สถานภาพในโลก พวกเขายังอยู่ใต้การปกครองของโรมัน และระบบของฟาริสี ก็ตาม …

พระเยซูเทศนา ณ ธรรมศาลา เมืองนาซาเร็ธ Read More »

พระเยซูรักษาบุตรชาย ข้าราชการ

พระเยซูรักษาบุตรชาย ข้าราชการ 48พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านไม่เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ท่านก็จะไม่เชื่อ” 49ข้าราชการคนนั้นทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอเสด็จไปก่อนที่ลูกน้อยของข้าพเจ้าจะตาย” 50พระเยซูตรัสกับเขาว่า “กลับไปเถิด ลูกของท่านจะไม่ตาย” ชายคนนั้นเชื่อพระดำรัสที่พระเยซูตรัสกับเขาจึงกลับไป 51ขณะที่กลับไปนั้น พวกทาสของเขามาพบและเรียนว่า “ลูกของท่านหายแล้ว” 52เขาจึงถามถึงเวลาที่บุตรมีอาการดีขึ้นนั้น และพวกทาสก็เรียนว่า “ไข้หายเมื่อวานนี้เวลาบ่ายโมง” 53บิดาจึงรู้ว่าเป็นเวลาที่พระเยซูตรัสกับตนว่า “ลูกของท่านจะไม่ตาย” เขาเองก็เชื่อพร้อมทั้งครอบครัวด้วย 54นี่เป็นหมายสำคัญครั้งที่สองที่พระเยซูทรงทำเมื่อพระองค์เสด็จออกจากแคว้นยูเดียไปแคว้นกาลิลี การตอบสนองของคนที่จะเชื่อในความยิ่งใหญ่ ในอัศจรรย์ของพระเจ้า ทางพระเยูนั้น มีอยู่ชัด ๆ อยู่สองทาง ประการแรก คือ เชื่อโดยไม่สงสัย ดังตัวอย่าง ของข้าราชการท่านนี้ แม้ว่าท่านจะรบเร้าให้พระเยซูรีบไปรักษาลูกชายของท่านที่กำลังป่วยหนัก และเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อพระเยซูบอกว่า “ลูกของท่านจะไม่ตาย ” ข้าราชการ ก็ตอบสนอง โดยไม่ถามไถ่ ใดๆ แต่เชื่ออย่างสุดใจ และความเชื่อของท่านเองทำให้ ลูกของท่านหายดี ประการสอง คือ เชื่อแบบสงสัย ซึ่งไม่ได้อยู่ในตัวอย่างเหตุการณ์นี้ และไม่ควรเป็นตัวอย่างในชีวิตของเราด้วย เพราะพระวจนะ ไม่ได้สอนให้เราสงสัย หรือ พึ่งพาตรรกะความรู้ของมนุษย์ที่จำกัด แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น …

พระเยซูรักษาบุตรชาย ข้าราชการ Read More »

ชัยชนะและความเชื่อ

ชัยชนะและความเชื่อ พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เข้ามาพูดคุยและย้ำเตือนชีวิตของเราทั้งหลาย ให้มั่นคงในความเชื่อในพระคริสต์ และดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะ เสมอ ชัยชนะที่พระเยซูได้กล่าวแก่สาวก ถึงการที่พระองค์ต้องถูกทรมาน จนมาถึงความมรณา และการฟื้นคืนพระชมน์ของพระองค์บนกางเขน นั้น นำให้เราทั้งหลาย ผู้เป็นลูกของพระองค์ สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความชัยชนะร่วมกับพระองค์ และเหล่าผู้เชื่อตลอดสองพันปี ชัยชนะบนกางเขนโดยโลหิตพระเยซูคริสต์ ทำให้เรา ดำเนินชีวิตได้อย่างผู้ที่มีชัยชนะในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่อง เนื้อหนัง ความเป็นตัวเก่าของเรา ความบาป โรคภัยไข้เจ็บ การป่วยไข้ต่าง ๆ โรคร้ายต่าง ๆ รวมถึงความตาย พระองค์สามารถนำให้เรามีชัยร่วมกับพระองค์ได้อยู่เสมอ เมื่อเราประกาศความเชื่อ เมื่อเราประกาศชัยชนะ พระองค์ก็จะนำและทำให้เกิดขึ้น พระเยซูมีชัยชนะให้แก่เราไปแล้วเมื่อสองพันปี ความปรารถนาของพระองค์ คงไม่ใช่การที่ผู้เชื่อ ลูก ๆ ของพระองค์มาเพียงฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ แต่พระองค์ปรารถนาให้เราดำเนินชีวิต อย่างมีชัยชนะ ทุก ๆ วัน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนม กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่พระคริสต์สัญญาไว้ นี่มิใช่หรือ ที่พระองค์อยากให้เราดำเนินต่อไป อย่างลึกซึ้ง ทุก ๆ วัน ขอพระเกียยรติมีแด่พระบิดา ยาเวห์ …

ชัยชนะและความเชื่อ Read More »

หัวใจของการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน คือหัวใจแห่งการนมัสการพระบิดา ด้วย วิญญาณจิตและความจริง

23แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อคนที่นมัสการอย่างแท้จริงจะนมัสการพระบิดาด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นมานมัสการพระองค์ 24พระเจ้าเป็นพระวิญญาณ และคนที่นมัสการพระองค์จะต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง” ยอห์น 4:23-24 หัวใจของการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน คือหัวใจแห่งการนมัสการพระบิดา ด้วย วิญญาณจิตและความจริง การนมัสการ หมายรวมถึงทุกอิริยบทในช่วงของเรา รวมถึงการร้องเพลงสรรเสริญ นมัสการ ด้วย ทั้งหมดนี้ ต้องมาจาก จิตวิญญาณภายในที่มีความสัมพันธ์ สนิทสนม ผูกพัน เชื่อฟัง ยำเกรง พระองค์ ยิ่งเรามีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ มากเท่าไร ยิ่งเราเข้าใจพระวจนะ ทั้งเล่ม ได้ดีเพียงไร ยิ่งเราสะสม อ่านพระวจนะเช่นเดียวกับทานอาหารประจำวันของเรา อย่างเป็นปกติ ได้เท่าไรแล้ว เราจะยิ่งพัฒนา การดำเนินชีวิตด้วยหัวใจแห่งการนมัสการ อย่างที่พระเยซูคริสต์ บอกได้ชัดเจน และลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น พระวิญญาณ จะสำแดงให้เราเข้าใจความล้ำลึก ที่มากกว่า สิ่งที่เราทำกันมาเป็นประเพณี และความเคยชิน ได้อย่างมาก จริง ๆ ขอพระเกียรติเป็นของพระเยซู ชาโลม การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าปี 2020 ชีวิตอธิษฐาน ชีวิตในพระคริสต์ ชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ …

หัวใจของการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน คือหัวใจแห่งการนมัสการพระบิดา ด้วย วิญญาณจิตและความจริง Read More »

พระวจนะทำให้เราเข้าใจแผนงาน และน้ำพระทัยของพระบิดา

John 7:40-42 เมื่อประชาชนได้ฟังดังนั้น หลายคนจึงพูดว่า “แท้จริง ท่านผู้นี้เป็นศาสดาพยากรณ์นั้น” คนอื่นๆก็พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นพระคริสต์” แต่บางคนพูดว่า “พระคริสต์จะมาจากกาลิลีหรือ พระคัมภีร์กล่าวไว้มิใช่หรือว่า พระคริสต์จะมาจากเชื้อสายของดาวิด และมาจากเมืองเบธเลเฮมซึ่งดาวิดเคยอยู่นั้น” พระวจนะทำให้เราเข้าใจแผนงาน และน้ำพระทัยที่พระบิดามีต่อ ชีวิตของผู้เชื่อ และการดำเนินชีวิตที่รอคอยการกลับมาของพระเยซู การเข้าใจพระวจนะ โดยไม่เปิดให้พระวิญญาณสำแดง หรือการปิดใจ เน้นหนักเรื่อง การตีความตาม องค์ความรู้ ทำให้ บางคนพลาดพระทัยที่พระเจ้ากำลังทำงานผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ ฟาริสี ไม่เพียงต่อต้านพระเยซู แต่ยังไม่เข้าใจสิ่งที่พระวจนะได้กล่าวไว้ เพียงเพราะพวกเขาใช้ความรู้ ความเข้าใจที่พวกเขามี ไปตัดสินว่า พระเยซูไม่ใช่พระเมสสิยาห์ โดยอ้างหลักฐานว่าพระองค์เป็นชาวกาลิลี ณ เวลานั้น คงไม่มีใครเข้า เหตุการณ์ทั้งหมดได้ จนเมื่อมีการบันทึกเรื่องราวของพระเยซูภายหลังว่า พระองค์ได้เกิดที่เบธเลเฮม แต่ความจริงแล้ว เพียงพวกเขา เปิดใจ และรับคำสอน พระวจนะจากพระเยซู ซึ่งพระองค์เป็นพระวาทะ อยู่แล้ว ก็น่าที่จะเข้าใจได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับที่นิโคเดมัส ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มฟาริสี แต่ท่านเป็นเพียงคนเดียว ที่เปิดใจรับพระเยซู เป็นพระเมสสิยาห์ เราเองก็เช่นกัน ต้องขอให้ พระวิญญาณ …

พระวจนะทำให้เราเข้าใจแผนงาน และน้ำพระทัยของพระบิดา Read More »

หัวใจของหญิงสะมาเรีย เมื่อเผชิญกับพระคริสต์

ส่วนหญิงคนนั้นก็ทิ้งหม้อน้ำไว้และเข้าไปในเมืองบอกพวกชาวบ้านว่า 29“มานี่ มาดูท่านผู้หนึ่งที่เล่าถึงสิ่งสารพัดที่ฉันเคยทำ ท่านผู้นี้จะเป็นพระคริสต์ได้ไหม?” 30คนทั้งหลายจึงพากันออกจากเมืองไปหาพระองค์ ยอห์น4:28-30 หญิงสะมาเรีย แม้ว่าเธอเป็นคนต่างชาติ และเป็นหญิงโสเภณี นั่นคือ สถานภาพที่ ดูเลวร้ายเป็นอย่างมากในสายตาของ คนยิว แต่พระคริสต์ก็ได้เข้าไปสนทนากับนาง และนำความรอดไปถึงนาง หญิงสะมาเรีย มีหัวใจและท่าทีที่น่าสนใจ ที่พระวจนะนำมาสอนเรา 1. หญิงสะมาเรียดำเนินชีวิตในบาปมาตลอดชีวิต นั่นคือ นางมีสามี ถึงห้าคน มาแล้ว ไม่ว่านาง ตั้งใจหรือ พยายามจะหลุดจากบ่วงนี้ นางจำต้องรับกับสถานภาพ ที่คนจะดูถูกนี้ 2. หญิงสะมาเรียรอคอยพระเมสสิยาห์ : นางอาจมีเชื้อสายความยิวอยู่ก็เป็นได้ เพราะนางเข้าใจการเสด็จ มาของพระเมสสิยาห์ คือ รอคอยพระผู้ไถ่ แม้ชีวิตจะย้ำอยู่ในความบาป 3. หญิงสะมาเรีย เปิดใจเมื่อพระคริสต์ พูดถึงอดีตของนาง : แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับฟาริสี ที่คอยจับผิด คำพูดของพระคริสต์ หญฺิงนี้ จำนนในทันทีที่พระคริสต์ เผยฯเกี่ยวกับชีวิตของนาง 4. พระคริสต์ไม่เคยมองใครต่ำเลย : แม้ว่าพันธสัญญาเดิมจะให้บทลงโทษกับพฤติกรรมของหญิงเช่นนี้ ถึง ตาย …

หัวใจของหญิงสะมาเรีย เมื่อเผชิญกับพระคริสต์ Read More »