Month: November 2019

4 สิ่งของคนอธรรม จาก ยูดา

คนเหล่านี้เป็นพวกช่างบ่นช่างติ ดำเนินชีวิตตามความปรารถนาชั่วของตัวเอง และปากของพวกเขาคุยโวโอ้อวด และยกยอผู้อื่นเพื่อหวังประโยชน์ของตน ยูดา16 ยูดากล่าวถึงคนกลุ่มนี้ต่อไปถึงใน 4 สิ่งของคนอธรรม 1. พวกเขาเป็นคนช่างบ่นช่างติ เหมือนอย่างอิสราเองที่บ่นต่อว่าโมเสส และพันธสัญญาใหม่ก็กล่าวไว้เช่นกัน 1 คร.10:10 ” อย่าให้เราบ่นเหมือนบางคนในพวกเขาได้ทำ แล้วต้องพินาศด้วยองค์เพชฌฆาต” 2.อีกทั้งยังดำเนินตามความปรารถนาชั่วของพวกเขาเอง คือดำเนินชีวิตด้วยความบาป ชั่วร้าย ภายในตัวเขาที่ไม่มีพระเจ้าในชีวิต 3.ปากที่พูดจาโอ้อวด ทั้งที่ตนเองไม่มีอะไรเลย นั่นรวมถึง ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่มีพระเยซูเป็นศูนย์กลาง พวกเขาก็ไม่มี จึงเป็นคำพูดที่ออกมาจากท่าทีบาปชั่วทั้งสิ้น 4.ยกยอเพื่อหวังผลประโยชน์ เป็นคำพูดที่มาจากใจที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า เราต้องรักษาใจขอพระเจ้า ไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ขอพระวิญญาณเป็นกำลังให้เราทั้งหลาย

เพื่อทำการพิพากษาทุกคน และเพื่อทำให้คนอธรรมทุกคนสำนึกตัวถึงการอธรรมทุกอย่าง

เพื่อทำการพิพากษาทุกคน และเพื่อทำให้คนอธรรมทุกคนสำนึกตัวถึงการอธรรมทุกอย่าง ที่พวกเขาทำไปตามวิถีทางอธรรมนั้น และสำนึกตัวถึงความหยาบช้าทั้งหมด ที่คนบาปชั่วได้กล่าวร้ายต่อพระองค์ ยูดา15 ในที่สุดแล้ว ผู้ที่ดำเนินชีวิตอธรรม ไม่ยำเกรง และไม่เชื่อวางใจในพระเยซูจะต้องถูกพิพากษาในบึงไฟนรก นิรันดร พวกเขาเองไม่ตระหนักในการมาของพระเยซูที่มาเพื่อช่วยคนที่รู้ตัวว่าตนเป็นคนบาปให้รอด กลับดำเนินในอธรรมและปฏิเสธพระคริสต์เสีย โรม 5:6 ขณะเมื่อเรายังอ่อนกำลัง พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อคนอธรรมในเวลาที่เหมาะสม พวกเขาจะต้องถูกพระเยซูพิพากษาในวาระสุดท้าย ขอพระเจ้าเมตตาเราทั้งหลายด้วยเถิด

คนเหล่านี้แหละที่เอโนคซึ่งเป็นคนชั่วอายุที่เจ็ดนับจากอาดัมพยากรณ์ไว้ว่า นี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้ากำลังเสด็จมาพร้อมกับผู้บริสุทธิ์ของพระองค์นับเป็นหมื่นๆ

คนเหล่านี้แหละที่เอโนคซึ่งเป็นคนชั่วอายุที่เจ็ดนับจากอาดัมพยากรณ์ไว้ว่า นี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้ากำลังเสด็จมาพร้อมกับผู้บริสุทธิ์ของพระองค์นับเป็นหมื่นๆ ยูดา14 เอโนคเป็นผู้ที่ถูกพระเจ้ารับไปก่อนที่น้ำจะท่วมโลก และพระวิญญ่าณได้ย้ำเตือนผ่านยูดาถึงถ้อยคำพยากรณ์ที่เอโนคเคยได้พยากรณ์ถึงคนอธรรมเหล่านี้เอาไว้ คำพยากรณ์ที่เอโนคได้กล่าวไว้ ก่อนหน้าที่พระเยซูจะมาบังเกิดเสียอีก และเมื่อถึงวันนั้น เหล่าฑูตสวรรค์ก็จะมาจัดการกับมารซาตานโดยการนำของจอมกษัตริย์เยซู มธ.24:31 ” แล้วพระองค์จะทรงส่งทูตสวรรค์ทั้งหลายของพระองค์มาด้วยเสียงแตรที่ดังมาก และให้รวบรวมคนทั้งหมดที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว จากทั้งสี่ทิศ ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น ” ผู้บริสุทธิ์ของพระองค์ นั่นก็คือเหล่าผู้เชื่อ ( the saints ) ของพระองค์ที่จะมาพิพากษาร่วมกับพระเยซูคริสต์ในวาระสุดท้าย เป็นคำพยากรณ์ที่กล่าวล่วงหน้าไว้อย่างยาวนานมากจริง ๆ วว.19:14 ” กองทัพทั้งหลายในสวรรค์นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด ขี่ม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป” เราจึงต้องเตรียมชีวิต รักษาชีวิตวันต่อวัน ในการรอคอยการกลับมาของพระเยซู และการมีส่วนในการพิพากษาอันยิ่งใหญ่นี้

ยูดาเปรียบผู้เทียมเท็จเหล่านี้ อย่างต่อเนื่อง

เป็นคลื่นรุนแรงในทะเลที่ซัดฟองแห่งความบัดสีของตนเองขึ้นมา เป็นดวงดาวที่พลัดออกไปนอกวงโคจร ความมืดมิดถูกสงวนไว้สำหรับพวกเขาตลอดกาล ยูดา 13 ยูดาเปรียบผู้เทียมเท็จเหล่านี้ อย่างต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่าง พวกเขาเป็นคลื่นที่ซัดฟองความบัดสีของตนเอง สะท้อนชีวิตที่นำความอธรรมออกมาให้คนอื่นได้เห็น เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ทุกสิ่งที่เขาเหล่านั้นแสดงออกมา ใน อสย.57:20 ” “แต่คนอธรรมนั้นเหมือนทะเลที่กำเริบ ซึ่งนิ่งสงบอยู่ไม่ได้ และน้ำของมันก็กวนตมและเลนขึ้นมา” ดวงดาวที่พลัดออก ; พวกเขาเหมือนจะสำแดงความสว่างไสว แต่สุดท้าย หลุดจากแผนงานและน้ำพระทัยพระเจ้า และนำพาวิญญาณจิตของคนที่ถูกล่อลวงให้ไร้จุดหมาย และไปถึงความพินาศจากความรอดในพระเยซู พวกเขาและคนที่ถูกล่อลวงจะออกจากการปกคลุมฝ่ายวิญญาณของพระเจ้าและไปถึงความมืดมิด ไร้หนทางที่แท้จริงตลอดไป จนถึงวันแห่งการพิพากษา และการร้องไห้ขบเคี้ยวฟัน

คนเหล่านี้เป็นพวกที่ทำให้งานเลี้ยงเชื่อมความรักสามัคคีของพวกท่านเสื่อมเสียไป

คนเหล่านี้เป็นพวกที่ทำให้งานเลี้ยงเชื่อมความรักสามัคคีของพวกท่านเสื่อมเสียไป ขณะที่พวกเขาร่วมกินเลี้ยงกับพวกท่านโดยปราศจากความยำเกรง เขาเป็นผู้เลี้ยงแกะที่เลี้ยงแต่ตัวเอง เป็นเมฆที่ไม่มีน้ำที่ถูกพัดลอยไปตามลม เป็นต้นไม้ที่ไร้ผลในฤดูที่ออกผลและตายมาสองหนแล้วเพราะถูกถอนออกทั้งราก ยูดา 1:12 งานเลี้ยงในช่วงคริสตจักรยุคแรก มีงานเลี้ยงอย่างที่พระเยซูได้เคยอุปมาไว้ มีทั้ง คนรวยและคนยากจน แต่คนกลุ่มนี้ที่ยูดากล่าวถึง พวกเขามาและขาดความยำเกรงพระเจ้า แม้เขาอ้างตัวเป็นผู้เลี้ยงแกะ แต่ก็ทำเพื่อตัวเขาเองทั้งสิ้น ทำให้งานเลี้ยงควรจะมีแต่การเสียสละให้สิ่งดีแก่คนอื่น ต้องมัวหมองไป มารซาตานเข้ามาครอบงำแทน ยูดากล่าวถึงเมฆที่ไม่มีน้ำ เป็นเหมือนจิตวิญญาณที่แห้งเหือดในฝ่ายวิญญาณ จากชีวิตที่ควรเป็นพร ดังเมฆฝนที่จะตกลงมาเพื่อทำให้เกิดความชุ่มชื้น กลับไม่มีอะไรที่จะเป็นพรได้เลย ซ้ำร้ายยังกล่าวพระกิตติคุณเท็จและไม่ยกพระเกียรติให้พระเยซูอีกด้วย ต้นไม้ที่ควรจะออกผลตามฤดูกาล เพราะติดสนิทกับพระเจ้า กลับไม่มีผลตามฤดูกาลและตายในที่สุด และ จะถูกถอนรากทิ้ง เราเห็นได้ว่าผู้ที่ขาดความสัมพันธ์กับพระวิญญาณทุกวัน และมีแนวโน้มถูกนำด้วยเนื้อหนังและความบาปจะไม่สามารถไปถึงพระทัยของพระบิดาได้เลย

เรียนรู้ความบาปของ คาอิน บาลาอัม และโคราห์

วิบัติมีแก่พวกเขา เพราะเขาดำเนินตามทางของคาอิน และปล่อยตัวทำตามความผิดพลาดของบาลาอัม เพราะเห็นแก่ได้ ฉะนั้นจึงพินาศไปอย่างกบฏของโคราห์ ยูดา1:11 (2) บาปของคนสามคน ที่ยูดาห์ได้กล่าวถึงในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เราดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดเช่นในอดีต บาปของคาอิน กบฎต่อพระเจ้า เพราะไม่พอใจที่พระเจ้าพอพระทัยเครื่องเผาบูชาของอาเบล ทั้งที่คาอินไม่ได้ทำตามแบบอย่างที่พระเจ้าบอก คือการเอาผลที่ดีที่สุด มาถวาย คาอินทำในสิ่งที่ไม่ชอบพระทัยพระเจ้า บาปของบาลาอัมคือรับสินบนจากบาลาค ในการที่สาปแช่งชนชาติของพระเจ้า แม้ว่าบาลาอัมจะพยายามเลี่ยง เพราะยำเกรงพระเจ้าในตอนแรก แต่สุดท้ายก็พลาดพลั้งไป และบาลาอัมนำให้อิสราเอลทำบาป เมื่อพระเจ้าให้ของประทาน ตะลัน เราต้องซื่อสัตย์ในการใช้เพื่อแผ่นดิน อาณาจักร และคริสตจักรของพระองค์ ไม่ใช่เพื่อตนเอง บาปของโคราห์ คือการกบฎ ไม่ยอมรับสิทธิอำนาจที่พระเจ้าแต่งตั้งโมเสส แม้โคราห์จะได้รับสิทธิ์ที่สำคัญคือเป็นเชื้อสายเลวี ซึ่งถูกแยกให้มาปรนนิบัติพระเจ้าโดยเฉพาะ แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อฟังคนที่พระเจ้าแต่งตั้ง เพราะพวกเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ที่พระเจ้าใช้โมเสสในการนำอิสราเอล เราต้องนบนอบเชื่อฟังผู้ที่มีสิทธิอำนาจเสมอ

วิบัติมีแก่พวกเขา เพราะเขาดำเนินตามทางของคาอิน และปล่อยตัวทำตามความผิดพลาดของบาลาอัม

วิบัติมีแก่พวกเขา เพราะเขาดำเนินตามทางของคาอิน และปล่อยตัวทำตามความผิดพลาดของบาลาอัม เพราะเห็นแก่ได้ ฉะนั้นจึงพินาศไปอย่างกบฏของโคราห์ ยดา 1:11 วิบัติแก่คนเหล่านั้น เป็นเหมือนการพิพากษาในเรื่องวิญญาณจิตของพวกเขา ที่ได้ดำเนินชีวิตในบาป โดยยูดาได้ยกตัวอย่างบาปทั้ง สามคนในอดีตมาให้เห็น ได้แก่ บาปของ คาอิน บาลาอัมและโคราห์ ฮบ.10:26 เพราะถ้าเรายังจงใจทำบาปอยู่เรื่อยๆ หลังจากได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว ก็จะไม่มีเครื่องบูชาลบบาปเหลืออยู่เลย ยิ่งเราดำเนินชีวิตในความบาป โดยไม่กลับใจ หรือไม่ยอมให้พระวิญญาณช่วยให้มีชัย แล้ว เราจะไม่เหลืออะไรเลย และจะกลายเป็นวิญญาณที่ด้านชาต่อพระวิญญาณ และจิตสำนึกผิดชอบในการดำเนินชีวิตไปในที่สุด พระคุณพระเจ้าก็อาจจะไม่สามารถช่วยเราได้เพราะเราทำตัวเราเอง ตัวอย่างบาปจากพระคัมภีร์มีเราเห็น และเราก็รู้ว่ามาร ซาตานจะใช้วิธีใด เราต้องพึ่งฤทธิ์อำนาจพระวิญญาณอย่างมากเพื่อให้เรามีชัยชนะเหนือความบาปให้ได้

แม้แต่มีคาเอลหัวหน้าทูตสวรรค์ เมื่อโต้เถียงกับมารเรื่องศพของโมเสส

และพูดลบหลู่เทวทูตผู้มีศักดิ์ศรี 9แม้แต่มีคาเอลหัวหน้าทูตสวรรค์ เมื่อโต้เถียงกับมารเรื่องศพของโมเสส ท่านเองก็ยังไม่บังอาจพูดลบหลู่มารเลย แต่พูดเพียงว่า “ให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงดุว่าเจ้าเถิด” ยูดา 1:9 มีคาเอลที่เป็นหัวหน้าฑูตสวรรค์เมื่อเผชิญหน้ากับมารเรื่องศพของโมเสส โมเสสตายที่ภูเขาเนโบในแผ่นดินโมอับ และท่านไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินพระสัญญา เรื่องศพ พระวจนะก็ไม่ได้บอกไว้ว่าฝังอยู่ที่ไหน แต่มีความเป็นไปได้ว่า มีอาเคลไม่ต้องการให้ มารใช้ศพของโมเสสเพื่อเป็นเครื่องมืออันไม่ชอบธรรม จึงเอาศพโมเสสไปและโต้เถึยงกับมาร การเผชิญหน้ากับมาร เราไม่ต้องไปพูดจาหรือพูดลบหลู่มาร เราเพียงขอให้ฤทธิ์อำนาจพระเยซู นำการปลดปล่อยคนผีเข้า หรือการป่วยไข้ เรามุ่งไปที่พระเจ้า พระเยซูเท่านั้น ไม่ต้องไปยุ่งกับมาร ก่อนที่มารลูซิเฟอร์จะล่วงหล่นจากสวรรค์เพราะความอิจฉา ลูซิเฟอร์เป็นหัวหน้าฑูสวรรค์ทั้งปวง และมีคาเอลก็เคารพต่อสิทธิอำนาจ โดยไม่แตะต้องเช่นกัน ท่าทีนี้ เป็นสิ่งสำคัญ แม้ผู้ที่มีอำนาจบนโลกไม่ได้เชื่อในพระเจ้า แต่เราก็ต้องยำเกรงและอยู่ในการปกครอง ตามชอบพระทัยของพระเจ้า เพื่อสำแดงเกลือและแสงสว่าง และความรัก ความรอดไปถึงพวกท่านเหล่านั้น

ผู้สอนเทียมเท็จ เป็นมลทินต่อพระอาณาจักรพระเจ้า

ในทำนองเดียวกันพวกนักเพ้อฝันเหล่านี้ทำให้ตัวเป็นมลทิน และปฏิเสธสิทธิอำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพูดลบหลู่เทวทูตผู้มีศักดิ์ศรี ยูดา 1:8 ผู้สอนเทียมเท็จ ยังทำตัวเป็นมลทินและไม่ได้ยึดถือพระวจนะพระเจ้าเป็นรากฐานของความเชื่อ แต่ยึดเอาตามความคิด ความฝันหรืออ้างว่าเป็นนิมิตที่มาจากพระเจ้า ทั้งที่มันเป็นความคิดของพวกเขาเองทั้งนั้น พวกเขาจะปฏิเสธคำสอนของพระเยซู และปฎิเสธสิทธิอำนาจของพระเจ้า เราดูคนเหล่านี้ ได้อย่างหนึ่ง คือการที่พวกเขาให้เกียรติพระเจ้า พระเยซูมากแค่ไหน ในชีวิตของพวกเขา

ระวังไฟพิพากษาจากพระเจ้า ถ้าไม่กลับใจ

สำหรับเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบๆ นั้นก็เช่นเดียวกัน ได้ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและมัวเมาในกามวิตถาร จึงเป็นตัวอย่างของการรับโทษในไฟนิรันดร์ ยูดา 1:7 (2) ไฟการพิพากษาของพระเจ้าจะมาเพื่อทำลายล้างความอธรรมทั้งหมดที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า จะเป็นไฟเผาผลาญนิรันดร์ ในนรก บึงไฟ สำหรับคนที่ไม่ได้เชื่อวางใจในพระเจ้า พระเยซู มารซาตานจะต้องตกนรกบึงไฟ แน่นอน และมนุษย์ที่ไม่ได้กลับใจ จากความบาป และดำเนินอยู่ในความบาปผิดอย่างไม่สนใจการตอบสนองพระกิตติคุณ ก็จะต้องรับผลเช่นเดียวกัน ทูตสวรรค์องค์ที่สี่เทชามของตนลงไปที่ดวงอาทิตย์ และให้ดวงอาทิตย์แผดเผามนุษย์ด้วยไฟ 9ความร้อนแรงกล้าก็แผดเผามนุษย์ พวกเขาก็สาปแช่งพระนามพระเจ้าผู้ทรงมีฤทธิ์เหนือภัยพิบัติเหล่านี้ และเขาไม่ยอมกลับใจและไม่ยอมถวายพระเกียรติแด่พระองค์ วว.16:8-9

พระเจ้าลงโทษ โสโดม และโกโมราห์

สำหรับเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบๆ นั้นก็เช่นเดียวกัน ได้ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและมัวเมาในกามวิตถาร จึงเป็นตัวอย่างของการรับโทษในไฟนิรันดร์ ยูดา 1:7 โสโดมและโกโมราห์ทำผิดต่อพระเจ้า ในการประพฤติผิดศิลธรรมทั้งสิ้น และเมืองที่ก่อนนี้เคยอุดมสมบูรณ์ จนขนาดโลทยังเลือกพื้นที่นี้ ที่คิดว่าเป็นที่มีน้ำอุดม แต่ต้องเผชิญกับกลุ่มคนที่ผิดศีลธรรม และสุดท้ายเมืองก็ถูกทำลายลง เป็นเมืองที่เชมเคยอยู่ มาก่อน แต่หลังจากนั้น คนที่ได้มาอยู่ที่นี่ ได้ปฎิเสธ ความชอบธรรมและการพิพากษา จากพระเจ้า จนพวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ทำให้เมืองแห่งนี้ สาบสูญไป ความบาปของเมืองนี้ มีทั้งความบาปเรื่อง ความต้องการทางเพศที่ไม่ถูกต้องและรวมถึงการสมสู่ในเพศเดียวกัน ซึ่งพระเจ้าได้เตือนกลุ่มนี้เอาไว้นานแล้วเช่นกัน

พระเจ้าจัดการฑูตสวรรค์ที่ไม่เชื่อฟัง

และพวกทูตสวรรค์ที่ไม่รักษาอำนาจครอบครองของตนเอง แต่ละทิ้งถิ่นฐานของตน พระองค์ก็ทรงจองจำไว้ด้วยโซ่อันไม่รู้จักสลายในที่มืดจนกว่าจะถึงเวลาพิพากษาในวันยิ่งใหญ่นั้น ยูดา 1 : 6 ยูดาได้กล่าวถีงว่า ฑูตสวรรค์ที่ล้มลงในบาปด้วยตัณหาแบบมนุษย์ และในที่สุดมันก็จะถูกพิพากษา แม้แต่ฑูตสวรรค์ที่พระเจ้าได้สร้างไว้ให้ใหญ่กว่ามนุษย์ ยังตัดสินใจทำบาปกับพระผู้สร้าง และในที่สุดฑูตสวรรค์เหล่านี้ก็ต้องรับผลการกระทำคือ การรอคอยการพิพากษา เราเป็นมนุษย์คนบาปที่ได้ร้บการไถ่ด้วยโลหิตของพระเยซู ยิ่งต้องรักษาชีวิต ระมัดระวังอย่างที่สุดในการดำเนินชีวิตเพื่อให้วิญญาณจิตจะไปถึงความบริบูรณ์ในพระเจ้า มารซาตานเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์กลับใจอีกแล้ว มันเพียงรอคอยการพิพากษาเท่านั้น มันจึงพยายามล่อลวงมนุษย์ด้วยทุกวิถีทาง เราต้องรักษาความรอดเอาไว้อย่าให้มันล่อลวงเราได้