Month: March 2019

ตราบใดที่ทายาทยังเป็นเด็กอยู่ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับทาสเลย ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั้งหมด

Intimacy Sunday 3 March 2019 ข้าพเจ้าหมายความว่า ตราบใดที่ทายาทยังเป็นเด็กอยู่ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับทาสเลย ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั้งหมด 2แต่เขาก็อยู่ใต้บังคับของผู้ปกครองและพ่อบ้าน จนถึงเวลาที่บิดาได้กำหนดไว้ 3เราก็เหมือนกัน เมื่อเป็นเด็กอยู่ เราก็เป็นทาสอยู่ใต้บังคับของภูตผีที่ครอบงำของจักรวาล กท.4:1-3 เราครั้งหนึ่งเคยเป็นทาสภายใต้กฎธรรมบัญญัติ ของโลกนี้ และโลกนี้ ก็มีมารซาตานซึ่งคอยปกครองอยู่ ตัวเราเองไม่สามารถที่จะชนะมันได้เลย ก่อนนี้เราเปรียบเหมือนเด็ก ที่อยุ่ภายใต้ระบบโลกนี้ แต่พระบิดาก็ยังคงมองเราอยู่ตลอดเวลา และมาถึงเวลาหนึ่งที่พระบิดาของเรา เรียกเรากลับมาหาพระองค์ ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาต่าง  ๆของชีวิตมาได้ด้วยพระกรุณาคุณสูงสุดของพระองค์ จนทำให้เรามีวันที่ยิ่งใหญ่ และมั่นคง เพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

และถ้าท่านทั้งหลายเป็นของพระคริสต์แล้ว ท่านก็เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม คือเป็นทายาทตามพระสัญญา

intimacy Saturday 2 March 2019 และถ้าท่านทั้งหลายเป็นของพระคริสต์แล้ว ท่านก็เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม คือเป็นทายาทตามพระสัญญา กท3:29 พระเยซู มาทำให้ธรรมบัญญัตินั้นสมบูรณ์ พระองค์ จึงสำคัญกับชีวิตฝ่ายวิญญาณะราอย่างมาก การที่จะรับพระสัญญาอย่างที่พระวจนะ และอับราฮัม ได้รับนั้นืสิ่งที่สำคัญ คือต้องมีความเชื่อว่าพระสัญญาที่เราได้รับเป็นพระสัญญาเดียวกับที่ พระเจ้าได้ประทานให้กแก่อับราฮัม ทั้งที่จะยังไม่มีการจดบันทึก เราจึงเป็นทายาทตามพระสัญญา และเราต้องรักษาสถานะ เอกไว้ให้ได้

เพราะว่าพวกท่านทุกคนที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระคริสต์แล้ว ก็ได้สวมชีวิตของพระคริสต์ด้วย

Intimacy 1 March 2019 “เพราะว่าพวกท่านทุกคนที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระคริสต์แล้ว ก็ได้สวมชีวิตของพระคริสต์ด้วย จะไม่เป็นยิวหรือกรีก จะไม่เป็นทาสหรือไท จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระเยซูคริสต์” ‭‭กาลาเทีย‬ ‭3:27-28‬ ‭THSV11‬‬ https://bible.com/174/gal.3.27-28.thsv11 + เราได้รับพระเยซูคริสต์ในชีวิต และเราได้มีชีวิตใหม่ เราได้สวมชีวิตพระเยซู และเราต้องรับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเหมือนพระเยซูทุกวัน + ไม่มีการแบ่งชนชั้น และไม่ใช่ความเสมอภาค แต่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ พระเยซู คือทุกคนต้องเป็นเหมือนพระเยซู มีหัวใจเดียวกันกับพระองค์ ด้วยฤทธิ์อำนาจพระวิญญาณบริสุทธิ์ เท่านั้นที่ช่วยเราได้ สรรเสริญพระเจ้า

เพราะว่าพวกท่านทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์

intimacy Thursday 28 February 2019 26เพราะว่าพวกท่านทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ กท 3:26 เมื่อเราได้กลับมาเชื่อวางใจในพระเจ้าผ่านทางพระเยซู เราได้สิทธิการเป็นลูกของพระองค์ โดยสมบูรณ์ เราต้องตระหนักในความเป็นลูกที่พระบิดาได้โปรดรักเรามาก เราต้องเข้าใจสถานะการเป็นลูกที่ รู้ว่าพ่อของเราจะประทานแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นให้แก่ลูกที่รักของพ่อ เราต้องเรียนรู้ที่จะวางใจในทางที่พ่อจะได้นำไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วิถีที่พ่อนำทางเรานั้นก็จะนำเราไปน้ำพระทัยอันสมบูรณ์ที่พ่อได้วางไว้ ถ้าเราไม่ดื้อดึงไปเสียก่อน ขอบคุณพระเจ้า

แต่เมื่อความเชื่อนั้นได้มาแล้ว เราจึงไม่ได้อยู่ใต้บังคับของผู้ควบคุม อีกต่อไปแล้ว

Intimacy Wednesday 27 February 2019 “ก่อนที่ความเชื่อมานั้น เราถูกธรรมบัญญัติจองจำไว้ ถูกกักบริเวณไว้จนความเชื่อจะปรากฏ เพราะฉะนั้นธรรมบัญญัติจึงเป็นผู้ควบคุมของเรา จนพระคริสต์เสด็จมา เพื่อเราจะถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อ แต่เมื่อความเชื่อนั้นได้มาแล้ว เราจึงไม่ได้อยู่ใต้บังคับของผู้ควบคุม อีกต่อไปแล้ว” ‭‭กาลาเทีย‬ ‭3:23-25‬ ‭THSV11‬‬ https://bible.com/174/gal.3.23-25.thsv11 + พระเจ้าออกแบบมาให้มนุษย์ อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ และเมื่อ คนยิว ได้ ธรรมบัญญัติ พระเจ้าย้ำเตือนให้พวกเขาดำเนินตามการเชื่อฟังของ ธรรมบัญญัติและพระจ้าจะรับรอง + เมื่อถึงช่วงเวลาที่พระเยซูคริสต์มา พระองค์ทำให้ธรรมบัญญัติบริบูรณ์ผ่านกางเขนที่พระเยซูคริสต์มาไถ่บาปเรา +!เราจึงชอบธรรมด้วยความเชื่อใน พระเยซู

แต่พระคัมภีร์ได้จองจำทุกคนไว้ในบาป เพื่อพระสัญญาที่ตั้งอยู่บนความเชื่อในพระเยซูคริสต์จะถูกมอบให้แก่บรรดาผู้ที่เชื่อ

Intimacy Tuesday 26 February 2019 ถ้าเช่นนั้นธรรมบัญญัติขัดแย้งกับพระสัญญาของพระเจ้าหรือ? ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะว่าถ้าธรรมบัญญัติที่ถูกตั้งไว้นั้นสามารถให้ชีวิต ความชอบธรรมก็จะมีได้โดยธรรมบัญญัตินั้นจริง 22แต่พระคัมภีร์ได้จองจำทุกคนไว้ในบาป เพื่อพระสัญญาที่ตั้งอยู่บนความเชื่อในพระเยซูคริสต์จะถูกมอบให้แก่บรรดาผู้ที่เชื่อ กท3 : 21-22 แม้ว่าธรรมบัญญัติจะไม่ได้ช่วยทำให้เรารอดได้ แต่ธรรมบัญญัติก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่พระเจ้าได้ตั้งเอาไว้ เพื่อเป็นมาตรฐานเพื่อให้มนุษย์รู้ว่าพระเจ้ามีมาตรฐานที่สูง ซึ่ง ก็จะทำให้เราเห็นว่า ด้วยกำลังของมนุษย์นัั้นไม่สามารถทำได้เลย พระคัมภีร์ทำให้เรารู้ว่า เราถูกจองจำไว้ในความบาป และมีทางเดียวเท่านัั้นซึ่ง พระวจนะได้พยากรณ์ตลอดมาตั้งแต่ปฐมกาลแล้วว่า จะต้องมีผู้หนึ่งที่นำความรอดด้วยพระคุณมาถึงเรา คนนั้นก็คือพระเยซู พระสัญญานิรันดรตั้งอยู่ในความเชื่อของพระเยซู และมอบมาถึงเราทุกคน สรรเสริญพระเจ้า

ที่จริงคนกลางไม่ได้เป็นตัวแทนของฝ่ายเดียว แต่พระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง

Intimacy Monday 25 February 2019 บรรดาพระสัญญาที่ได้ประทานไว้แก่อับราฮัมและพงศ์พันธุ์ของท่านนั้น ไม่ได้ตรัสว่า “และแก่พงศ์พันธุ์ทั้งหลาย” เหมือนอย่างกับประทานแก่คนหลายคน แต่เหมือนกับประทานแก่คนผู้เดียวคือ “แก่พงศ์พันธุ์ของท่าน”  นั่นคือพระคริสต์ 17ข้าพเจ้าว่าธรรมบัญญัติซึ่งมาภายหลังถึงสี่ร้อยสามสิบปี จะทำให้พันธสัญญาซึ่งพระเจ้าได้ทรงตั้งไว้เมื่อก่อนนั้นเป็นโมฆะไม่ได้ 18เพราะว่าถ้าได้รับมรดกโดยธรรมบัญญัติ ก็ไม่ใช่ได้โดยพระสัญญาอีกต่อไป แต่พระเจ้าประทานมรดกนั้นให้แก่อับราฮัมโดยพระสัญญา 19ถ้าเช่นนั้น มีธรรมบัญญัติไว้ทำไม? ที่เพิ่มธรรมบัญญัติก็เพราะการละเมิด จนกว่าพงศ์พันธุ์ตามพระสัญญานั้นจะมาถึง พวกทูตสวรรค์ได้ตั้งธรรมบัญญัตินั้นไว้โดยมือของคนกลาง 20ที่จริงคนกลางไม่ได้เป็นตัวแทนของฝ่ายเดียว แต่พระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง กท.3:16-18 ธรรมบัญญัติถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า พระยาเวห์ และพระองค์ไม่ได้ยกเลิกธรรมบัญญัตินั้น แต่พระองค์เตรียมหนทางให้สำหรับพระเยซูที่จะมาทำให้พระบัญญัติสมบูรณ์ ผ่านพระองค์ พระเจ้าประทานมรดกให้แก่อับบราฮัมเป็นพระสัญญา ก่อนที่ธรรมบัญญัติจะเกิดขึ้นภายหลัง และมาทำให้สมบูรณ์โดยพระเยซู ดังนั้นพระสัญญาจึงมาก่อนและเป็นพระคุณที่พระองค์ได้ประทานแก่ ธรรมบัญญัติทำให้เรารู้ว่าเป็นผู้ที่ล่วงละเมิดสิ่งที่พระองค์ได้กล่าวไว้ทั้งสิ้น และเราไม่มีทางดำเนินในธรรมบัญญัติได้เลย ถ้าไม่มีพระเยซูเข้ามานำชีวิต ความสมบูรณ์ทั้งสิ้นจึงอยู่ที่พระเยซูแต่เพียงผู้เดียว

พระบิดายังรักเราอย่างที่เราเป็นเสมอ

Intimacy Sunday 24 February 2019 “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างจากชีวิตจริงสักเรื่องหนึ่ง ถึงแม้เป็นพันธสัญญา ของมนุษย์ เมื่อได้รับรองกันแล้ว ไม่มีใครจะล้มเลิกหรือเพิ่มเติมขึ้นอีก” ‭‭กาลาเทีย‬ ‭3:15‬ ‭THSV11‬‬ https://www.bible.com/174/gal.3.15.thsv11 + สัญญาระหว่างมนุษย์ด้วยกันยัง มีข้อผูกมัดที่จำต้องทำให้สำเร็จ ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระสัญญานิรันดรจากพระเจ้า ยิ่งจะไม่มีทางพรากไปจากชีวิตเราได้เลย + พระบิดายังรักเราอย่างที่เราเป็นเสมอ เราต้องซื่อสัตย์ต่อะพระองค์ เพราะเป็นพระคุณที่มอบให้แก่เรา  ขอบคุณพระเจ้า

พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นการสาปแช่งแห่งธรรมบัญญัติ

Intimacy Saturday 23 February 2019 แต่ธรรมบัญญัติไม่ได้อาศัยความเชื่อ เพราะผู้ที่ประพฤติตาม ธรรมบัญญัติ ก็จะมีชีวิตอยู่โดยธรรมบัญญัตินั้น 13พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นการสาปแช่งแห่งธรรมบัญญัติ โดยการทรงถูกสาปแช่งเพื่อเรา (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า “ทุกคนที่ถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง” ) 14เพื่อพรของอับราฮัมจะได้มาถึงบรรดาคนต่างชาติ ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ กท 3 : 12-13 ขอบคุณพระเจ้าที่ได้ประทานพระเยซูมาเพื่อไถ่บาปแทนเราและเรารับพระคุณของพระองค์โดยไม่ต้อง ดำเนินภายใต้ธรรมบัญญัติอีกต่อไป นั่นหมายถึง กฎเกณฑ์ทำดีต่าง ๆ ก็ไม่ช่วยให้เรารอดจากบาปได้ นอกจากทางของพระเยซูเท่านั้น พระเยซูรักเรา และยอมให้พระองค์เองมรณาเพื่อไถ่บาปเรา นี่คือความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และเหตุการณ์ทำให้พระพระตามพระสัญญาจากอับราฮัมมาถึงเรา อย่างบริบูรณ์ผ่านทางความเชือ ขอบคุณพระเจ้า

บทเรียนจากคนสอดแนมของโยชูวา : ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

บทเรียนจากคนสอดแนมของโยชูวา : ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด พระเจ้าทวงสัญญาไว้กับโมเสสว่าจะยกแผ่นดินคานาอันที่มีน้ำผึ้ง น้ำนมบริบูรณ์ ให้แก่อิสราเอล และเมื่อถึงคราวที่โยชูวาต้องนำอิสราเอลต่อจากโมเสสที่ได้ไปอยู่กับพระเจ้าแล้วนั้น โยชูวาได้ส่งคนสอดแนมไปสองคนไปยังเมืองเยรีโค เพื่อดูสภาพเมือง และเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาแจ้งแก่ โยชูวา คนสอดแนมได้อยู่ในบ้านของราหับซึ่งเป็น หญิงโสเภณี และนางได้ซ่อนท่านทั้งสองไว้จากการตามล่าของนักรบเยรีโค หลังจากนั้นนางได้ขอให้ไว้ชีวิตของนางและครอบครัวเมื่ออิสราเอลจะมาและยึดเมืองนี้ สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในตอนนี้ก็คือ แม้ว่าพระเจ้าจะมีพระสัญญาในการให้ดินแดนแก่อิสราเอล คือดินแดนคานาอัน แต่หน้าที่ความรับผิดชอบในการเข้าไปยึดครอง คืออิสราเอลเอง พวกเขาต้องมีการวางแผนอย่างดี โดยใช้การสอดแนม ไม่ใช่ฟังพระสัญญาแล้วยกทัพ เดอน ดุ่ยๆ เข้าไปยึด เมืองเยรีโค เปล่าๆ และพวกเขายังต้องเผชิญความเสี่ยงต่อชีวิตเช่นเดียวกัน ดังนั้นการพึ่งพาพระเจ้าในทุกๆ สิ่งที่ทำนั้นจึงสำคัญ เราต้องเชื่อในพระสัญญา ฟังเสียงพระเจ้าและซื่อสัตย์ ในการทำสิ่งค ต่างๆ อย่างไม่ประมาท

3 สิ่งในการอธิษฐานให้พระวิญญาณสวมทับ

  ในทุกๆ วัน เราต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์สวมทับเรา หมายถึงการอธิษฐานขอให้พระวิญญาณที่อยู่ในเราและไปกับเราทุกที่ ได้เข้ามาครอบครองวิญญษรจิต ความคิด และการกระทำต่าง  ๆ ให้เป็นไปตามน้ำพระทัยพระบิดา เราต้องให้พระวิญญาณเข้ามาทำงานอย่างเต็มขนาดในชีวิตของเราในแต่ละวันเพื่อให้วันนั้น เป็นที่นับได้ และอาณาจักรของพระบิดาจะได้เคลื่อนออกไป   อธิษฐานมอบชีวิตให้พระองค์ สิ่งแรกคือการอธิษฐานมอบชีวิตของเราให้กับพระองค์ อาจารย์เปาโลได้บอกว่าให้เรามอบถวายชีวิตของเราเป็นเครื่องเผาบูชา ” พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย ” โรม 12:1   ในสมัยก่อน เมื่ออิสราเอลต้องการนมัสการพระยาเวห์ พวกเขาจะถวายเครื่องบูชา เป็นสัตว์ หรือเป็นพืช แล้วแต่วัตถุประสงค์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ และการเผาเพื่อให้ควันได้ลอยขึ้นไปบนฟ้าอากาศนั่นเป็นการแสดงออกถึงการนมัสการพระยาเวห์   เมื่อพระวิญญาณได้ลงมาเพื่อสถิตอยู่กับเราหลังจากที่พระเยซูได้บอกก่อนหน้านี้และพระองค์ขึ้นไปบนสวรรค์แล้วนั้น เราจึงเปลี่ยนรูปแบบการนมัสการพระบิดา ด้วยชีวิต ด้วยตัวของเราเอง นั่นคือ การมอบถวายชีวิต คือการถวายตัวเราแด่พระองค์ ซึ่งต้วเราเองนั้นเป็นเครื่องเผาบูชาที่มีชีวิต ดังนั้นชีวิตเราสำคัญมาก ไม่ควรดำเนินชีวิตเล่น ๆ  หรือทำตามใจเราเองแต่ต้องให้อยู่ในน้ำพระทัยพระองค์เสมอ             2. อธิษฐานให้เราดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ …

3 สิ่งในการอธิษฐานให้พระวิญญาณสวมทับ Read More »